Falun Dafa Minghui.org www.minghui.org พิมพ์

แม่ทัพเยว่เฟยผู้ซื่อสัตย์

29 มิถุนายน 2020 |   โดยเวนดี้

(Minghui.org) ความรักชาติในประเทศจีนสมัยโบราณสื่อความหมายทางศีลธรรมอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่จักรพรรดิสู่สามัญชน พวกเขาเน้นการบำเพ็ญตัวเองและการเสียสละเพื่อประชาชนและประเทศชาติ รวมกันเป็นภาพคร่าว ๆ ของความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีนเกี่ยวกับการรักชาติ

คนสมัยโบราณพูดว่า “ผู้ปกครองประเทศควรมีอยู่เพื่อการดำรงอยู่ของประชาชน” นักปรัชญาที่มีชื่อเสียง เมนเชียสบันทึกไว้ว่า “ประชาชนมีค่ามากที่สุด รองลงมาคือประเทศ และผู้ปกครองประเทศมาหลังสุด”

ความเชื่อของชาวจีนสมัยโบราณเกี่ยวกับความรักชาติ

หลายร้อยปีมาแล้วที่เยว่ เฟย (24 มีนาคม ค.ศ. 1103 – 28 มกราคม ค.ศ. 1142) ซึ่งเป็นทั้งแม่ทัพ ศิลปินคัดลายมือด้วยพู่กัน และกวีในสมัยราชวงศ์ซ้องใต้ ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นต้นกำเนิดของคำว่า “ความซื่อสัตย์”

ตำนานเล่าว่าแม่ของยเว่ เฟย เจาะคำว่า “รับใช้ประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์สูงสุด” ไว้ที่หลังของเขาขณะที่เขายังอายุน้อยเพื่อคอยเตือนใจให้เขาซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ หลังจากที่เขาได้เป็นแม่ทัพของประเทศ เขาได้นำกองทหารต่อสู้เพื่อป้องกันประเทศอย่างกล้าหาญ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่เคยลืมที่จะกตัญญูต่อแม่ ห่วงใยทหาร และให้ความสำคัญกับพลเมือง เขายึดมั่นกับสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ยอมยืดหยุ่นหลักการของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แม้จะขัดแย้งกับความประสงค์ของจักรพรรดิก็ตาม

ในบรรดาคุณธรรมของเขา ความเมตตาและความยุติธรรมเป็นตัวอย่างที่เยว่ เฟยทำเป็นกิจวัตร ซึ่งเป็นการแสดงถึงคุณธรรมที่แตกต่างและเด่นชัด 2 อย่าง ที่ตรึงอยู่ในแก่นของความรักชาติในวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม

เมตตากรุณากับทุกคน

เมื่อถามถึงยุทธวิธีทางการหทารของเขา เยว่ เฟยจะตอบว่า “เมตตากรุณา ซื่อสัตย์ สติปัญญา กล้าหาญ และเข้มงวด ทั้งหมดนี้คือคุณธรรมที่ขาดไม่ได้

เยว่ เฟยถูกสั่งให้ขับไล่กบฏ และกอบกู้เชียนโจวและจื้อโจว เขาส่งศพทหารกลุ่มหนึ่งไปไว้ที่ยอดเขาอย่างรวดเร็ว และจับตัวกบฏทุกคนที่นั่น กบฏร้องขอความเมตตา เยว่ เฟยจึงสั่งห้ามฆ่าพวกเขา และการสู้รบก็จบลงอย่างสันติ

จักรพรรดิเกา จง สั่งให้เยว่ เฟยไปฆ่าทุกคนในเมืองหลังจากครอบครองเชียนโจว แต่เยว่ เฟยร้องขอกับจักรพรรดิให้ประหารเฉพาะผู้กระทำผิด และอภัยโทษให้ผู้สมรู้ร่วมคิดและพลเมือง เขาไม่ยอมหยุดจนเกา จงยินยอมกับคำขอร้องของเขา พลเมืองรู้สึกสำนึกในบุญคุณที่เขาช่วยชีวิต ก็เลยแขวนรูปของเยว่ เฟยในบ้านของพวกเขา และบูชาเยว่ เฟย เสมือนศาสดาของพวกเขา

การให้ความสำคัญกับประชาชนทั่วไป

เมื่อผู้บุกรุกจากราชวงศ์จินครอบครองลูโจว เยว่ เฟยถูกส่งไปเอาชนะผู้บุกรุก ถัดจากธงของเขามีคำว่า “เยว่” และ “ซื่อสัตย์” กองทหารของเขาสู้รบอย่างกล้าหาญและปราบผู้รุกรานจินได้

ขณะต่อสู้กับกองทัพจินในลูโจว เยว่ เฟยพบว่าพลเมืองที่นั่นส่วนใหญ่ขาดแคลนอาหารและวัวควายสำหรับการกสิกรรม เขาจึงเสนอเกาจงให้พลเมืองกู้ยืม แล้วยกหนี้สินให้เพื่อชวนให้คนที่ถูกเนรเทศออกนอกประเทศกลับเข้ามา และกลับมาค้าขายเหมือนเดิม เขายังเสนอให้นับจำนวนคนที่กลับมาเพื่อเป็นตัวชี้วัดใหม่สำหรับประเมินผลงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วย

เยว่ เฟย รับประกันว่าความเป็นอยู่ของพลเมืองจะไม่เสียหายขณะที่มีการสู้รบกับศัตรู และเขาแจกจ่ายรางวัลที่เขาได้รับให้ผู้บังคับบัญชาและหทารอย่างเท่าเทียมกันทุกครั้งที่เขาชนะการรบ

เยว่ เฟยส่งทหารออกไปถางที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้นำกลับมาใช้ได้อีก แล้วเกณฑ์ชาวไร่ชาวนาในท้องถิ่นไปเพาะปลูกบนที่ดินเหล่านี้ เพื่อประกันว่ากองทหารของเขาจะมีอาหารเพียงพอ การทำเช่นนี้ช่วยประหยัดเมล็ดพืชสำรองประจำปีของประเทศได้ครึ่งหนึ่ง

แม่ทัพที่มีความรู้ด้านวิชาการ

เยว่ เฟยเป็นเพื่อนกับนักวิชาการหลายคน เขารักเพลงและบทกวีที่สละสลวย การเป็นแม่ทัพทำให้เขาเป็นสุภาพบุรุษที่วางตัวดี มีมารยาท และสุภาพนอบน้อม เหมือนนักวิชาการเหล่านั้น ครั้งหนึ่งเขาแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าข้าราชการไม่รักเงิน และนายพลไม่กลัวตาย โลกจะมีสันติ”

ความรักชาติสมัยใหม่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์

ตรงกันข้ามกับความเชื่อดั้งเดิม พรรคคอมิวนิสต์จีนส่งเสริม “การต่อสู้กับสวรรค์ โลก และประชาชน” และ “ทำลายความคิดเก่า ๆ วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิม และนิสัยเก่า ๆ” เพื่อกระตุ้น “หลักปรัชญาการต่อสู้ดิ้นรน” ในสังคมจีน

พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปลี่ยนแปลงประเพณีจีนเพื่อให้แผนของตัวเองก้าวหน้า เพื่อให้อำนาจทางการเมืองของตัวเองคงอยู่ และเพื่อเสถียรภาพในการควบคุมของตัวเอง ภายใต้กฎเกณฑ์ของมัน “ความรักชาติ” กลายเป็นสิ่งเสพติดทางจิตใจที่ค่อย ๆ ปลูกฝังความเกลียดชังให้คนจีน แทนที่จะสนับสนุนให้คนจีนบำเพ็ญจิตใจของตัวเองและเสียสละเพื่อสวัสดิภาพของสังคม พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลับแสดงความหมายของ “ความรักชาติ” เป็น “ชาตินิยม” โดยเจตนา และเผยแพร่ “ความรักชาติ” ในหมู่ประชาชนว่าเป็นความซื่อสัตย์ต่อพรรคคอมมิวนิสต์ ดังนั้นโรงเรียนประถมศึกษาจึงเริ่มสอนนักเรียนให้เกลียดชังประเทศอื่นรวมทั้งคนที่วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ด้วย มันต้องการให้คนจีนเชื่อว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนคือประเทศจีน และการต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงเท่ากับการต่อต้านประเทศจีน

แผนการของพรรคคอมมิวนิสต์คือทำให้ชาวจีนทุกคนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของมัน จงรักภักดีต่อมัน และคุ้มกันระบอบคอมมิวนิสต์ มันโกหกชาวโลก วางยาพิษใส่ใจประชาชน และทำลายความเชื่อดั้งเดิม ความชั่วร้ายเลวทรามที่สะสมมากขึ้นของมันเป็นปรปักษ์กับหลักการรากฐานของจักรวาล