การบรรยายฝ่าปี 2004 ณ ที่ประชุมนานาชาตินครนิวยอร์ก

หลี่ หงจื้อ
21 พฤษจิกายน 2004

ทุกท่านต่างยากลำบากกันแล้ว

ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง โดยเฉพาะคือศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า ความรับผิดชอบ ที่ทุกท่านแบกรับเอาไว้บนตัวนั้นหนักมาก ภารกิจที่ประวัติศาสตร์มอบไว้ให้แก่พวกท่านหนักมาก แต่ทุกท่านก็ทำได้ดีมาก จุดนี้ ต่อหน้าสรรพชีวิตในจักรวาล อาจารย์ก็ล้วนสามารถพูดอย่างนี้ได้ และพูดได้ว่า พวกเขาล้วนแต่นับถือกันอย่างมากแล้ว อย่าได้มองว่า เรื่องต่างๆเหล่านี้ที่ทุกท่านทำในโลกนั้นคล้ายกันมาก กับเรื่องของคนธรรมดาสามัญที่ทำกันในเวลาปกติ ที่จริงแล้วจุดฐาน จุดประสงค์ของเรื่องที่ทำของศิษย์ต้าฝ่า ต่างกับคนธรรมดาสามัญโดยสิ้นเชิง เนื่องจากโลกของคนธรรมดาสามัญนั้นอยู่ในวังวน คนธรรมดาสามัญหลงอยู่ในเรื่องเฉพาะหน้า จึงยากที่จะแยกแยะ จริง เท็จ ได้อย่างชัดเจน จะเข้าใจก็ดี ไม่เข้าใจก็ดี ศิษย์ต้าฝ่าก็เพียงอาศัยวิธีการของคนธรรมดาสามัญเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิตเท่านั้น กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญเนื่องจากสังคมมนุษย์คือวังวน ดังนั้นอยู่ในสภาพแวดล้อมอันนี้จึงสามารถบำเพ็ญได้

การแสดงออกของผู้ฝึกจำนวนมากนั้นดีมากโดยพื้นฐาน ในระหว่างขั้นตอนทั้งหมดของการยืนยันความถูกต้องของฝ่า แน่นอนก็มีที่ไม่ดีอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง แต่พวกที่ไม่ดีนั้น ก็มาเพื่อจะทำเรื่องที่ไม่ดีนั้น เดิมทีอิทธิพลเก่าก็ได้จัดวางให้เขา ทำเรื่องที่ไม่ดีเหล่านั้น ดังนั้นเมื่ออยู่ในหมู่ศิษย์ต้าฝ่า ไม่ว่าปกติเขาจะแสดงออกมาอย่างไร เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ นั่นจึงจะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขา ในเวลาปกติจะพูดได้ดีเพียงไร ถึงเวลาสำคัญนั่นจึงจะสะท้อนให้เห็นสภาพที่เป็นจริงของเขา

ทุกท่านก้าวออกมาได้แล้วจากช่วงมรสุมอันลำบากยากเข็ญ มองจากสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่อาจเปรียบได้กับเมื่อก่อนแล้ว เมื่อตอนเริ่มต้น ในวันที่ 20 กรกฎาคม ปี 99 มาดโอหังของพวกชั่วร้ายนั้นช่างกำเริบเสิบสานจริงๆ จัดวางสถานการณ์ที่ชั่วร้ายซึ่งยากจะกอบกู้ได้ให้กับเหล่าศิษย์ต้าฝ่าจริงๆ เดี๋ยวนี้ทุกท่านเห็นกันแล้วใช่ไหม ประวัติศาสตร์นั้นไม่ได้เริ่มขึ้นเพื่อพวกชั่วร้ายเหล่านี้ ประวัติศาสตร์นั้นเริ่มขึ้นเพื่อสร้างความสำเร็จให้เหล่าศิษย์ต้าฝ่า เพื่อสรรพชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือในช่วงเวลาสุดท้าย ในประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยอันยาวนาน มนุษยชาติได้ผ่านอารยธรรมของยุคต่างๆกันมามากมายแล้ว ได้แทรกองค์ประกอบทางวัฒนธรรมต่างๆนานาในประวัติศาสตร์นับแต่อดีตจนปัจจุบัน เข้าไปในชีวิตมนุษย์บรรดาสิ่งทั้งปวงที่คนแสดงออกมาในท่ามกลางวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ยุคใกล้ กับบรรดาสิ่งทั้งปวง ที่ชีวิตบนโลกนี้แสดงออกมาในประวัติศาสตร์ของยุคที่ยาวนาน เมื่อคนธรรมดาสามัญมามอง นี่ก็คือประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ คือขั้นตอนพัฒนาการของชีวิต ในสายตาของนักวิทยาศาสตร์ นี่ก็คือขั้นตอนวิวัฒนาการของชีวิต ที่แท้ล้วนไม่ใช่ ตรีภูมิทั้งหมดรวมทั้งชีวิตทั้งหมดในสังคมมนุษย์ ล้วนแต่สร้างขึ้น เกิดขึ้นมาเพื่อ คงอยู่ เริ่มต้น เพื่อสรรพชีวิตของจักรวาลในช่วงเวลาสุดท้ายจะได้รับการกอบกู้ ช่วยเหลือและพูดได้อีกว่า ตรีภูมินั้นสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายนี้ เพื่อการช่วยเหลือสรรพชีวิตของจักรวาล

ในประวัติศาสตร์ ยุคที่ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก ในมิติของมนุษย์นี้ ในสภาพแวดล้อมนี้ของมนุษย์ บนระนาบของระดับชั้นของสสารที่ประกอบขึ้นมาจากโมเลกุลนั้น โดยแท้จริงก็ไม่มีมนุษย์ดำรงอยู่เลย ในการศึกษาค้นคว้าของมนุษย์ยุคนี้ พบว่ามีชีวิตต่างดาวดำรงอยู่ ถูกต้อง ในอดีตก็คือชีวิตแบบนั้นที่อยู่เต็มไปหมดบนระนาบนี้ ที่ประกอบขึ้นมาจากโมเลกุล แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยมีคนมาก่อน ต่อมาภายหลังทำไมเทพจึงสร้างคนขึ้นมาละ เพราะจักรวาลจะมีการสร้างขึ้นใหม่ สรรพชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือ ตรีภูมิจะต้องมีสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลทั้งมวล การถ่ายทอดต้าฝ่าอยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษอันนี้ สรรพชีวิตในโลกต่างๆจึงล้วนสามารถได้ยินฝ่า ก็คือเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งหมดในจักรวาล จึงสร้างตรีภูมิขึ้นมา โดยเฉพาะคือมนุษย์ข้างในตรีภูมิ เช่นนั้นในประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ รวมทั้งประวัติศาสตร์มนุษยชาติในยุคใกล้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเพื่อให้กับคน สร้างวัฒนธรรมที่จะสามารถรับรู้ฝ่าให้กับคนในวันนี้ ไม่ใช่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงชีวิตอย่างไรของคนเองอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ใช่เพื่อการพัฒนาอย่างไรของคน หรือสร้างสรรค์การดำรงชีวิตที่ดีงามอย่างไรของคน คนสามารถมุ่งไปสู่ความดีงาม และสามารถไปทำเช่นนี้ แต่การปรากฏขึ้นของตรีภูมิกับมนุษยชาติมิใช่เพื่อเป้าหมายนี้อย่างแน่นอน

ถ้าหากสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ ทุกท่านลองคิดดู เช่นนั้นเรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนของประวัติศาสตร์ เรื่องที่สำคัญยิ่ง มิใช่ล้วนแต่มีเป้าหมายหรอกหรือ ใช่หรือไม่ว่าล้วนแต่เป็นการวางรากฐานอะไรให้กับมนุษย์ในวันนี้ อย่างเช่นว่า ถ้าในประวัติศาสตร์ไม่มีองค์ศากยมุนี ไม่มีพระเยซู ไม่มีพระแม่มารี ไม่มีเหลาจื่อ เป็นต้น ผู้คนจะรู้ไหมว่าอะไรที่เรียกว่า ความเชื่อที่ถูกต้อง อะไรที่เรียกว่าเทพ อะไรที่เรียกว่าพระพุทธ อะไรที่เรียกว่า เต๋า จะบำเพ็ญอย่างไรกัน ความนัยของการบำเพ็ญคืออะไร แล้วความนัยของโลกสวรรค์คืออะไร ถ้าในสมองคนสิ่งเหล่านี้คือความว่างเปล่า เช่นนั้นความยากลำบากในการถ่ายทอดฝ่าของข้าพเจ้าในวันนี้ ย่อมไม่ใช่ธรรมดาแล้ว แม้แต่แนวคิดเหล่านี้ข้าพเจ้าก็ต้องพูดให้กับคน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยทีเดียว นั่นก็ไม่เรียกว่า ถ่ายทอดต้าฝ่าแล้ว ในประวัติศาสตร์แต่ละยุคสมัย แต่ละชนชาติ สภาพการณ์ทั้งหลายที่แตกต่างกันที่ชีวิตแสดงออกมา การแยกแยะ สิ่งถูกต้อง กับสิ่งนอกรีต ดีกับเลว(ฮ่าว ไฮว้) เมตตา กับชั่วร้าย การรับรู้แบบสากลนี้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เทพสร้างให้กับคนอย่างมีเป้าหมาย ในช่วงเวลาอันยาวนาน ทำให้คนสามารถรับรู้ได้โดยพื้นฐานที่สุดว่า อะไรคือ ดี เลว เมตตา ชั่วร้าย ฉะนั้นในระหว่างการเผยแพร่ต้าฝ่า เมื่อเริ่มต้นการช่วยเหลือสรรพชีวิต คนจึงจะสามารถรับรู้ทั้งหมดนี้ได้ จึงสามารถเข้าใจว่าฝ่านี้ดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง

ในขั้นตอนของประวัติศาสตร์ คนก็รับรู้เรื่องเทพแล้ว อะไรคือเทพ แม้ว่าจะเป็นไปแบบตื้นเขินมาก แต่ผู้คนก็รู้ว่าเทพนั้นยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าชีวิตที่แตกต่างกัน มีแนวคิดในการรับรู้ต่อเทพไม่เหมือนกัน แต่ล้วนเข้าใจว่า พวกเขานั้นเมตตาต่อคน สามารถช่วยเหลือคนได้ วีรชนที่ปรากฎในประวัติศาสตร์จีนในแต่ละราชวงศ์ แต่ละยุค ผู้ที่โดดเด่นเหล่านั้นที่แสดงออกมาทั้งหมดในระหว่างการสร้างสรรค์วัฒนธรรมของประวัติศาสตร์นั้น ที่แท้เป็นการวางรากฐานรูปแบบความคิดนานาชนิดให้กับคน วางรากฐานโครงทางสร้างความคิด กับวิธีคิดชนิดนี้ให้กับคนในวันนี้ นี่คือ งานที่ยิ่งใหญ่ของการสร้างคน ที่มีโครงสร้างทางความคิดของชีวิตชนิดนี้ นี่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ยาวนาน ซึ่งมนุษย์ทดสอบได้ด้วยตนเองแล้วจึงสามารถรับรู้ได้ถึงความนัยของงานก่อสร้างเรื่องราวกับวัฒนธรรมชนิดต่างๆ กล่าวสำหรับคน เมื่อมีเรื่องอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ผู้คนรู้แล้วว่า เรื่องนี้มีความหมายเป็นอย่างไรแล้ว และยังต้องรู้สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในเรื่องนี้ โดยผ่านเรื่องนี้ อย่างเช่นว่า อะไรคือ ความเมตตา(ซั่น) ซั่นเป็นสภาพการณ์อย่างไร ความนัยที่ครอบคลุมอยู่คืออะไร ขอบเขตของมันมีกี่ชนิด ความชั่วร้ายเป็นอย่างไร ความดีเป็นอย่างไร ความเลวเป็นอย่างไร ในทางปฏิบัติของการดำรงชีวิตของผู้คนนั้น ล้วนสามารถรับรู้สิ่งทั้งหลายนี้ได้อย่างแท้จริง ซาบซึ้งความนัยของสิ่งเหล่านี้ได้จริงๆ จึงจะสามารถรับรู้สิ่งทั้งปวงนี้ได้อย่างลึกซึ้ง นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำให้คนเข้าใจได้ในทันที

ช่วงแรกที่เทพสร้างชีวิตคนขึ้นมา ในความคิดของคนนั้น อะไรก็ไม่มี ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง ไม่แบ่งแยกดีเลว เมตตากับชั่วร้ายคงอยู่พร้อมกัน เปรียบเทียบแล้วต่างกันอย่างยิ่ง รู้สึกยินดีคือความดีงาม ไม่พอใจคือความชั่วร้าย คนยุคนี้ก็ไม่เหมือนกัน ทำไมคนเดี๋ยวนี้ พอมาถึงยุคนี้เปลี่ยนเสียจน มีเหตุผลขึ้นมาแล้วในทันที สิ่งนี้กับการสร้างคนในระหว่างขั้นตอนของประวัติศาสตร์ที่ข้าพเจ้าพูดถึงนั้น มีการเปลี่ยนแปลงใหม่แล้วเนื่องจากการที่มีชีวิตชั้นสูงลงมาเกิดในมนุษย์ พูดถึงตัวมนุษย์เองนั้น ที่แท้ขั้นตอนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ก็คือ ขั้นตอนหนึ่งของการวางรากฐานทางความคิดและพฤติกรรมของคน และคือขั้นตอนของการสร้างคนชนิดนี้ในวันนี้อย่างแท้จริง เป้าหมายของทั้งหมดนี้คือ เพื่ออะไร ก็คือเพื่อ ในระหว่างการเผยแพร่ต้าฝ่า ทำให้คนสามารถรับรู้ฝ่าได้ ฉะนั้นก็พูดได้ว่า เรื่องนี้ได้จัดวางไว้แล้วในประวัติศาสตร์ยุคที่ยาวไกลมาก และได้เริ่มวางรากฐานไว้แล้ว

ข้าพเจ้ายังจะขอบอกกับทุกท่านว่า ใครกันที่เป็นผู้บำเพ็ญ ใครกันที่มีความเชื่อที่ถูกต้อง ในอดีตนั้น มีคนมากมายพูดว่า มีวิธีการบำเพ็ญอย่างนี้ มีวิธีการบำเพ็ญอย่างนั้น การบำเพ็ญอย่างนี้ การเชื่อถือเทพอย่างนั้น ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน ในประวัติศาสตร์ไม่ว่ามีเทพมากันแล้วสักเท่าไร มีผู้รู้แจ้งมากันสักเท่าไร ภารกิจที่แท้จริงของพวกเขา คือการวางรากฐานวัฒนธรรมที่จำเป็นต่อการบำเพ็ญและความเชื่อที่ถูกต้องให้กับต้าฝ่า ใครก็ไม่ได้ช่วยคนเลย ไม่ว่าใครสักคน ก็ไม่ได้ขึ้นสวรรค์ เพราะรูปแบบการบำเพ็ญในอดีตนั้นคือการวางรากฐานให้กับต้าฝ่าในวันนี้ ซึ่งสามารถช่วยคนได้อย่างแท้จริง ในอดีต เทพที่ลงมา บรรดาเรื่องเหล่านั้นที่พวกเขาทำกันนั้น ที่จริงมีบางชีวิตได้รับการช่วยขึ้นไปแล้ว แต่ว่านั่นไม่ใช่ตัวคนๆนี้จริงๆ ทว่าเป็นจิตรองของพวกเขา แม้แต่เทพเหล่านั้นที่ลงมาช่วยคน ร่างกายของพวกเขาเหล่านั้นที่แบกรับอยู่ในเวลานั้น-คน ยังคงหมุนเวียนกลับชาติมาเกิดในโลกมนุษย์อยู่ และพูดได้อีกอย่างว่า ในประวัติศาสตร์ล้วนร้องกันว่า ช่วยคน ช่วยคน แต่ใครก็ไม่ได้ช่วยคนเลย ในเวลาที่องค์ศากยมุนีถ่ายทอดฝ่าอยู่นั้น ศิษย์ของพระองค์ถามพระองค์ว่า ท่านอาจารย์ จะสามารถบำเพ็ญสำเร็จเป็นพระยูไลโดยไม่แยกตัวออกมาจากสังคมโลกได้หรือไม่ หรือพูดว่าสามารถจะอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่ออกจากสภาพการดำรงชีวิตของคนธรรมดาสามัญและสภาพแวดล้อมของสังคม แล้วบำเพ็ญสำเร็จเป็นเทพ บำเพ็ญสำเร็จเป็นพระพุทธได้หรือไม่ องค์ศากยมุนีทรงคิดๆ แล้วตรัสว่า นั่นต้องรอจน พระผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมจักรหมุนลงมาสู่โลกจึงจะเป็นไปได้ สองพันกว่าปีผ่านไปแล้ว บรรดาเหล่าศิษย์ของศาสนาเที่ยงธรรมต่างเฝ้ารอคอย รอคอยอะไรละ รอเทพปรากฏออกมาอย่างยิ่งใหญ่บนฟ้าหรือ รอเมื่อเทพมาแล้ว ก็ไม่ต้องบำเพ็ญ และไม่ต้องสนใจว่าบำเพ็ญได้ดีหรือไม่ดี และไม่สนใจว่าคนดีหรือคนเลว ก็ขึ้นสวรรค์พร้อมกันได้เลยหรือ

แน่นอนละ ไม่ว่าข้าพเจ้าเป็นใคร ผู้คนรู้กันว่าข้าพเจ้ากำลังถ่ายทอดฝ่าช่วยเหลือชาวโลก อาจารย์เป็นเพียงร่างกายของคนธรรมดาสามัญ อยู่ที่นี่บรรยายฝ่าให้กับทุกท่าน การรับรู้เกี่ยวกับอาจารย์นั้น คนธรรมดาสามัญจำนวนไม่น้อยมีมุมมองที่ต่างกัน ไม่เป็นไร เชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าข้าพเจ้าเป็นเทพ ข้าพเจ้าไม่ได้พูดว่าข้าพเจ้าเป็นพระพุทธ ชาวโลกเพียงถือว่าข้าพเจ้าเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าทำไปก็ล้วนอาศัยรูปแบบของคนในการทำ ในขณะช่วยเหลือศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า ข้าพเจ้าก็ทำโดยใช้รูปแบบของคนธรรมดาสามัญ ในสภาพแวดล้อมของสังคมนี้ ในมิติของวังวนนี้ ในขณะที่ช่วยคนอยู่ไม่อาจจะมี ชีวิตในระดับชั้นสูงชีวิตหนึ่งชีวิตใด อาศัยรูปแบบการแสดงออกของเทพสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่ อยู่ในโลก ช่วยคนโดยอาศัยปาฏิหาริย์ของเทพทั้งหมด ถ้าอยู่ในวงแคบ เกี่ยวข้องกับคนเฉพาะราย หรือในระหว่างสร้างวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว มนุษยชาติก็เป็นอย่างนี้ แน่นอนก็ไม่ใช่จะมีเรื่องใดๆที่ตายตัว บางทีในเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ ข้าพเจ้าก็สามารถทำโดยอาศัยรูปแบบของเทพ เพราะว่าเวลานั้นจำต้องทำเช่นนี้ ในระหว่างเริ่มต้นการเจิ้งฝ่าของจักรวาล หากอาศัยรูปแบบของเทพในการปฏิบัติการ เป็นวงกว้างในสังคม จะทำให้คนบำเพ็ญเกิดการยึดติด

บางคนคิดว่า ความสามารถของเทพยิ่งใหญ่ออก ทำไมไม่ช่วยคนยากจนเหล่านี้ และลงโทษคนชั่วละ ทำไมไม่มาแสดงปาฏิหารย์ละ องค์ประกอบของสังคมมนุษย์ กับตรีภูมิได้วางรากฐานของเป้าหมายและรูปแบบการดำรงอยู่ไว้แล้ว นี่ก็คือสังคมแห่งวังวนหนึ่ง ก็คือสังคมที่ไม่ให้สรรพชีวิตมองเห็นภาพจริงทั้งหมด ใครบำเพ็ญอยู่ที่นี่ล้วนต้องอาศัยรูปแบบของคนธรรมดาสามัญในวังวนนี้ทำตัวเป็นคนดี ทำเรื่องที่ดีงาม ปล่อยวางการยึดติด จึงจะสามารถหลุดพ้นที่นี่ไปได้ นั่นจึงจะเรียกว่าการบำเพ็ญ ถ้าหากอาศัยรูปแบบของเทพทั้งหมดทำอะไรที่นี่ ล้วนไม่อาจถือว่าเป็นการบำเพ็ญ ในประวัติศาสตร์มีผู้บำเพ็ญเต๋าไม่น้อย แสดงอิทธิฤทธิ์อยู่ในโลก นั่นคือการสร้างวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ เหตุใดพอมาถึงยุคใกล้ๆแล้วน้อยลงละเพราะยิ่งใกล้เวลาถ่ายทอดต้าฝ่า ก็ยิ่งไม่อนุญาตให้เรื่องอย่างนี้ปรากฏออกมามากจนเกินไปหลังจากถึงยุคใกล้เจิ้งฝ่าแล้ว ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าจะบำเพ็ญกัน ข้อกำหนดก็สูงขึ้นแล้วโดยเฉพาะคือเมื่อชีวิตที่โดดเด่นของจักรวาลชนิดนี้ เริ่มต้นการยืนยันความถูกต้องของฝ่า เริ่มการหยวนหมั่นตนเองสภาพแวดล้อมของที่นี่ก็ยิ่งเพิ่มความสำคัญยิ่งขึ้น ข้อกำหนดยิ่งเข้มงวดขึ้นอีก จะยอมให้คนมองเห็นภาพจริงได้น้อยมาก เพราะว่าชีวิตกลุ่มนี้บำเพ็ญได้สูง กล่าวสำหรับพวกเขา ข้อกำหนดจึงต้องสูง ชีวิตกลุ่มนี้แบกรับความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ที่หนัก ฉะนั้นพวกเขาจึงต้องก้าวออกมาจากสภาพแวดล้อมที่ทุกข์ยากมาก ดังนั้นจึงบอกว่าศิษย์ต้าฝ่ายอดเยี่ยม

สภาพการณ์บำเพ็ญที่ศิษย์ต้าฝ่าเผชิญอยู่ในวันนี้ หรือพูดได้ว่า มันล้วนแตกต่างจากรูปแบบและสภาพการณ์บำเพ็ญใดๆในประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าพูดมาโดยตลอดว่า การเข้าร่วมของอิทธิพลเก่าคือการประทุษร้ายอย่างหนึ่ง เป็นการรบกวนอย่างหนึ่ง ถ้าหากในประวัติศาสตร์ผู้ที่เทพเหล่านั้นช่วยเหลือคือจิตรองทั้งหมดของคน ไม่ใช่ร่างหลักของคนเอง เช่นนั้นทุกท่านคิดดู รูปแบบการช่วยเหลือคนชนิดนี้ จะสามารถใช้กับการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้ได้ไหม ศิษย์ต้าฝ่ารวมทั้งร่างหลักของชาวโลกล้วนอยู่ชั้นผิวนอก เช่นนั้นสิ่งที่พวกมันทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ใช้ได้หรือไม่ ล้วนไม่คู่ควรกันดังนั้นจึงพูดว่าพวกมันกำลังรบกวน รูปแบบชนิดนี้ที่ข้าพเจ้าบอกให้ทุกท่านบำเพ็ญกันในวันนี้ รูปแบบการบำเพ็ญชนิดนี้ เป็นรูปแบบการบำเพ็ญที่สอดคล้องกับสังคมคนธรรมดาสามัญมากที่สุด อาศัยใช้รูปแบบที่สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุดในการยืนยันความถูกต้องของฝ่า สิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ กล่าวสำหรับเทพเหล่านั้น พวกมันไม่รู้แม้แต่น้อยว่าจะทำอย่างไรกับรูปแบบการบำเพ็ญอย่างนี้ พอทำขึ้นมาก็ไม่คู่ควรจริงๆ ดังนั้นการปฏิบัติต่อการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าจึงเป็นการรบกวนอย่างหนึ่ง ไม่ใช่บอกว่าพวกมันไม่มีความสามารถ คือจักรวาลในอดีตได้สร้างชีวิตอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว คือจักรวาลในอดีตมีสติปัญญาเพียงเท่านั้น ในระหว่างการเจิ้งฝ่าครั้งนี้ จักรวาลสร้างความสมบูรณ์ให้กับความไม่สมบูรณ์ในอดีตเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ความสามารถของจักรวาลในอดีตไม่สามารถทำได้ ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าจึงสมควรได้รับการช่วยเหลือ จึงสามารถบำเพ็ญหยวนหมั่น ถ้าทำตามรูปแบบการบำเพ็ญในอดีต ในวันนี้ศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่งคนใด(แม้คนเดียว)ก็บำเพ็ญหยวนหมั่นไม่ได้แล้ว

มีเพียงทำตามรูปแบบที่ต้าฝ่าสร้างขึ้นมา รูปแบบของการบำเพ็ญ รูปแบบในการช่วยเหลือคนที่แท้จริง จึงสามารถหยวนหมั่น ไม่เพียงหยวนหมั่น ทว่าเป็นการช่วยเหลือคนๆนี้อย่างแท้จริง ช่วยเหลือจิตหลักของคน กล่าวสำหรับเทพพวกนั้นที่วุ่นวายกับการเจิ้งฝ่านั้น ก็เพียงรู้หนึ่ง ไม่รู้สอง รู้เพียงอดีต ไม่รู้ปัจจุบันและอนาคต รู้แต่รูปแบบไม่รู้เนื้อหาความนัย ทำขึ้นมาพวกมันก็ไม่มีกำลังพอจะทำได้ ก่อให้เกิดการรบกวนอย่างหนักต่อการเจิ้งฝ่ากับการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า

ดังนั้นข้าพเจ้าว่า ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้แตกต่างจากในประวัติศาสตร์ ศิษย์ต้าฝ่ากับการที่ศิษย์ชาวคริสต์ถูกประทุษร้ายในประวัติศาสตร์ โดยรูปแบบแล้ว ดูไปล้วน เป็นการถูกประทุษร้าย แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญ ในฐานะเป็นชีวิตที่กำลังก้าวไปสู่ความเป็นเทพ บรรดาสิ่งที่ปรากฏออกมานั้นแตกต่างกัน การทนแบกรับแต่ประการเดียวเนื่องจากจักรวาลในอดีต ไม่มีความสามารถไปจัดการปัญหาอันยาวนานเหล่านั้นในประวัติศาสตร์ ทำให้ชีวิตชั้นสูงก็มาทำร้ายเทพด้วย ในเวลาเดียวกันก็ทำร้ายคนเหล่านี้ที่ก้าวไปสู่ความเป็นเทพ สิ่งนี้กล่าวสำหรับประวัติศาสตร์แล้ว กล่าวสำหรับประวัติศาสตร์ของจักรวาล สำหรับเทพ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไร้เกียรติ วันนี้ข้าพเจ้าไม่เพียงเดินบนเส้นทางที่ต่างจากพวกเขา ทว่าเป็นเพราะ อนาคตกับอดีตนั้นไม่เหมือนกันคือรูปแบบการบำเพ็ญที่ต้าฝ่ามอบให้คน ก็เป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้ากับเหล่าศิษย์ต้าฝ่ายังวางรากฐานให้กับอนาคต รูปแบบการบำเพ็ญในอนาคตจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป นี่จึงจะเรียกได้ว่าช่วยเหลือคนอย่างแท้จริง นี่จึงจะสามารถช่วยคนได้จริง

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ใครคิดจะเปลี่ยนแปลง ก็จะเปลี่ยนได้ ทุกท่านทราบว่า ปัจจุบันคือช่วงเจิ้งฝ่า จักรวาลกำลังเปลี่ยนใหม่ ก่อตั้งกันใหม่ สร้างขึ้นใหม่ ภายใต้เงื่อนไขนี้ จึงสามารถชดเชยส่วนที่บกพร่อง แก้ไขสิ่งที่บกพร่อง และมีเพียงอยู่ในช่วงการก่อตั้งร่างนภาใหญ่ จึงจะสามารถทำได้ ดังนั้นนี่คือ โอกาส โอกาสแบบนี้ไม่อนุญาตให้ชีวิตใดๆมารบกวนหรือทำลาย ใครรบกวน เขาก็มีบาป ใครรบกวนเขาก็ต้องรับผิดชอบ

ที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเมื่อครู่ โดยพื้นฐานคือ การอธิบายกว้างๆว่า รูปแบบการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้ แตกต่างจากที่คนในอดีตบำเพ็ญกัน เพราะว่าเมื่อคนๆหนึ่งคิดจะได้รับการช่วยเหลือ คนก็ต้องก้าวออกมาด้วยตัวเอง จากสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก , อุปสรรค , ผลประโยชน์ , ตัณหา,อารมณ์ ความรักความผูกพัน(ฉิง) เรื่องราวใดๆล้วนสามารถเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ใกล้ตัวของผู้บำเพ็ญ เรื่องราวใดๆล้วนแต่กระทบต่อท่าน ความคิด ความรู้สึกไม่สบายใจของท่าน ซินซิ่งของท่าน สิ่งที่ยึดติดในความคิดของท่าน ท่านจะเดินไปอย่างไร เลือกอะไร นั่นก็จะต่างกัน ในทางกลับกัน นั่นก็เป็นคนธรรมดาสามัญ ท่านสามารถก้าวออกมาจากผลประโยชน์ของคนธรรมดาสามัญ ก้าวออกมาจากการยึดติดของคนธรรมดาสามัญ ท่านก็คือเทพ นี่ต่างจากรูปแบบการบำเพ็ญในอดีต โดยสิ้นเชิง

ในอดีตคนเข้าสู่วัด เข้าสู่สำนักบำเพ็ญเต๋า เข้าสู่ป่าเขา หลีกหนีจากโลกของคนไปบำเพ็ญ ร่างกายของคนๆนี้โดยตัวมันเอง ไม่ได้แบกรับการทดสอบซินซิ่ง ,การกระทบโดยตรงต่อจิตยึดติดของเขามากมายอะไร การทดสอบโดยตรงที่สุดต่อผลประโยชน์ของเขา ดังนั้นคนโดยตัวเขาเองจึงเท่ากับไม่ได้บำเพ็ญ แม้ในชีวิตคนจะละทิ้งการดำเนินชีวิตตามปกติของคน กล่าวสำหรับคนๆนี้ ก็เป็นแต่เพียงว่า เลือกกำหนดรูปแบบอีกชนิดหนึ่งในการดำเนินชีวิตเท่านั้นเอง ถ้าจิตรองนั้นสามารถบำเพ็ญสำเร็จได้จริง เช่นนั้นจิตรองก็ออกจากร่างกายเขาไปเป็นเทพแล้ว กล่าวสำหรับเขาแล้ว นั่นก็คือมีโชคลาภแล้ว ชาติต่อไปเขาก็สามารถได้โชคลาภตอบแทน โชคลาภตอบแทนนะ อยู่ในโลกได้โชคลาภตอบแทน ก็เท่านี้เอง กล่าวสำหรับชีวิตหนึ่งที่มีเป้าหมายของการบำเพ็ญ ใครมาบำเพ็ญเพื่อแสวงหาสิ่งเหล่านี้ละ พูดโดยแก่นแท้นั้น ตรีภูมิ มิได้สร้างขึ้นเพื่อสิ่งนี้ สรรพชีวิตก็ไม่ได้มาเพื่อสิ่งนี้ เช่นนั้นจึงพูดได้ว่า การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่านั้นยิ่งใหญ่ที่สุด คือการบุกเบิกประวัติศาสตร์ พวกท่านเดินได้อย่างเที่ยงตรงบนเส้นทางของพวกท่าน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด

ข้าพเจ้าพูดตลอดมา ข้าพเจ้าว่า เหล่าศิษย์ต้าฝ่าไม่อาจเดินไปสุดขั้ว ต้องเดินบนเส้นทางของท่านให้เที่ยงตรง ท่านคิดเพ้อเจ้อ วันนี้ท่านรับรู้ออกนอกทางแล้ว พรุ่งนี้ท่านเกิดฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างฉับพลันแล้วทำเรื่องอะไรออกมา ทำเรื่องโง่เขลา ภายใต้แรงผลักดันของจิตโอ้อวด นั่นล้วนคือจิตหลักของท่านโดยตรง คือการแสดงออกโดยตรงของชีวิตนี้ของท่าน คนอย่างนี้จะหยวนหมั่นได้ไหม เพราะพฤติกรรมของท่านล้วนเป็นบรรดาการแสดงออกมาของร่างหลักของท่านที่บำเพ็ญ ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือ คือร่างหลักนี้อย่างแท้จริง ชีวิตอย่างนี้วางไว้ที่ตรงนั้นของเทพจะได้ไหม ไม่ได้หนา ดังนั้นพวกท่านต้องทำให้ดี มีสติสัมปชัญญะแจ่มชัด ใช้ความคิดที่ถูกต้อง ในการบำเพ็ญ พวกท่านสามารถไปบำเพ็ญอย่างสอดคล้องที่สุดกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาสามัญ ขอเพียงอาจารย์บอกว่า มันใช้ได้ พวกท่านก็ไปทำตามรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนธรรมดาสามัญ เพราะว่าเส้นทางของพวกท่าน ก็เดินกันไปอย่างนี้ คนก็ต้องใช้รูปแบบอย่างนี้ ในการได้รับการช่วยเหลือ เทพในอนาคต หากเขาคิดจะมาช่วยคน เขาก็ต้องทำอย่างนี้ เพราะจักรวาลในอนาคต ในด้านการช่วยเหลือคนนี้ เป้าหมายที่เจาะจงก็คือร่างหลักของคนดังนั้นอย่าไปมองรูปแบบการบำเพ็ญในอดีตชนิดนั้น รูปแบบความเชื่อต่อเทพประเภทนี้เป็นอย่างไรๆ และอย่ามองว่าอิทธิพลของพวกเขามีมากแค่ไหน พวกท่านจึงจะเป็นผู้กำลังบำเพ็ญอย่างแท้จริง จักรวาลกำลังเจิ้งฝ่าบรรดาเทพที่พวกเขานับถือ ล้วนกำลังจัดวางตำแหน่งของของพวกเขาใหม่พวกเขายังจะได้รับการช่วยเหลือไปที่ไหนได้ละ จะขึ้นสวรรค์ได้อย่างไรละ โลกสวรรค์ล้วนแต่กำลังก่อตั้งกันใหม่ พวกเขาจะไปสวรรค์ไหนกันละ พวกท่านจึงจะเป็นผู้ที่สง่างาม ยอดเยี่ยม เป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งกำลังเดินไปสู่โลกสวรรค์ในขณะที่ช่วยเหลือสรรพชีวิต อย่างแท้จริง

คำพูดเมื่อครู่ของข้าพเจ้านะ เป็นการพูดเจาะจงต่อศิษย์ต้าฝ่าของเรา ผู้ที่ไม่ได้บำเพ็ญ หรือผู้ฝึกใหม่ท่านคงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจว่า ข้าพเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่ และรู้สึกว่าเหลือเชื่อจริงๆ ไม่ต้องร้อนใจ ข้าพเจ้าที่นี่ จะไม่มีผลร้ายอะไรกับคน ไม่มีองค์ประกอบที่ไม่ดีต่อคน ไม่เข้าใจ ท่านก็ค่อยๆทำความเข้าใจ ในการรับรู้ ท่านสามารถค่อยๆมารับรู้ผู้บำเพ็ญเหล่านี้

สุดท้ายสำหรับปัญหานี้ ข้าพเจ้ายังจะขอเน้นอีกที มีผู้ฝึกบางคนไม่สุขุมรอบคอบอย่างมาก จิตยึดติดแรงมากได้ยินอะไรหน่อย มองเห็นอะไรหน่อย กระทั่งรู้สึกได้สักหน่อยว่า ตนเองมีความสามารถอะไรหรือตัวเองรู้สึกว่าตัวเองคล้ายกับเป็นใคร ก็เริ่มสับสนอลหม่าน จิตใจเลอะเลือน บ้าๆบอๆ ท่านยังจะบำเพ็ญได้อีกหรือ ไม่ว่าท่านเป็นใคร วันนี้ถ้าข้าพเจ้าช่วยท่านไม่ได้ ท่านก็กลายเป็นผีในนรก เหตุใดจึงไร้สติสัมปชัญญะเช่นนั้น ทำไมแพร่กระจายเรื่องที่รบกวนการบำเพ็ญของผู้ฝึกกับการยืนยันความถูกต้องของฝ่าจำพวกนั้นละ ท่านนั้นเป็นเพียงปัญหาใจตนเองเกิดมารแค่นั้นหรือ ท่านกำลังรบกวนต้าฝ่า บาปนี้เล็กอยู่หรือ ถ้าหากข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อ ไม่ยอมรับท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า ไม่ยอมรับว่าท่านเป็นผู้ฝึกของข้าพเจ้า ท่านคิดดู ยังจะมีท่านอยู่อีกหรือ ตรีภูมิล้วนสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ ร่างนภาของจักรวาลนี้ไม่ว่ามันจะใหญ่เพียงไร ชีวิตทั้งมวลล้วนกำลังเพ่งมองที่นี่อยู่ ชีวิตทั้งมวลล้วนต้องอยู่ที่นี่ได้รับการยอมรับ ดังนั้นข้าพเจ้าขอแนะผู้ฝึกที่ไร้สติสัมปชัญญะเหล่านั้น ท่านต้องมีสติขึ้นมาท่านต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของท่านเนื่องจากจิตยึดติดของท่าน จึงทำให้ท่านถูกชีวิตชั่วร้ายเหล่านั้นที่มาจากภายนอกควบคุม รบกวน บังคับ ทำให้ท่านไม่มีสติสัมปชัญญะเช่นนั้น

คำพูดเมื่อครู่ อาจารย์พูดไปค่อนข้างแรง ทุกท่านคงจะมองเห็นกันแล้ว ผ่านใกล้เข้ามาอีกช่วงเวลาหนึ่ง บางครั้งข้าพเจ้าพูดเจาะจงต่อผู้ฝึกแบบนี้ค่อนข้างแรง เพราะข้าพเจ้ามองเห็นผลลัพธ์ที่น่ากลัวของพวกเขาแล้ว ไม่ว่าพวกท่านจะรับรู้อย่างไร ไม่ว่าคนที่ไม่เข้าใจข้าพเจ้ากับศิษย์ต้าฝ่า จะรับรู้อย่างไร ข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อ นั้นมาเพื่อสรรพชีวิต ข้าพเจ้ากำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต ข้าพเจ้าไม่อยากเห็นชีวิตหนึ่งชีวิตใด ทำลายตัวเอง เพราะข้าพเจ้ามาเพื่อท่าน ข้าพเจ้าร้อนใจ ข้าพเจ้าร้อนใจเพื่อพวกท่าน เวลายิ่งกระชั้นเข้าทุกขณะ ทุกท่านมองเห็นกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์นั้นใหญ่มาก ถ้าหากการประทุษร้ายครั้งนี้จบลงในทันทีแล้ว โอกาสอะไร ก็ไม่มีแล้ว ทุกสิ่งล้วนกำหนดแน่นอนลงไปแล้ว

ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าร่วมฝ่าฮุ่ยของทุกท่านมานานแล้ว ดังนั้นจะขออยู่กับทุกท่านนานสักหน่อย

ข้าพเจ้าได้ยินว่ามีผู้ฝึกจากประเทศรัสเซีย ยังมีประเทศแถบตะวันออกบางประเทศมากัน ยากจะมาได้สักครั้ง ในด้านเศรษฐกิจ ในด้านต่างๆ ล้วนยากลำบาก ยังมีผู้ฝึกใหม่อื่นๆอีก ล้วนไม่เคยพบข้าพเจ้า คิดจะพบอาจารย์มาโดยตลอด ผู้ฝึกเก่าหลายคนก็ไม่ได้พบอาจารย์มานานแล้ว ดูเหมือนพวกท่านมีคำพูดที่จะพูดมากมาย ถ้าวันนี้ข้าพเจ้าจากไปแล้ว พวกท่านจะผิดหวังมาก (อาจารย์หัวเราะ) ดังนั้น อย่างนี้ละกัน พวกเราก็ทำตามวิธีเก่า ทุกท่านมีอะไรจะพูด พวกท่านก็เขียนคำถามส่งขึ้นมา จากนั้นข้าพเจ้าจะตอบให้ทุกท่าน

ทุกท่านลำบากจริงๆแล้ว อากาศกลับเย็นลงแล้ว เมื่อตอนฤดูร้อน เวลาที่ทุกท่านอยู่ที่สถานกงสุล อยู่บนถนน กับสภาพแวดล้อมต่างๆ อธิบายความจริง การยืนยันความถูกต้องของฝ่า แม้ว่าอากาศจะร้อนยังนับว่าพอผ่านไปได้ พออากาศค่อนข้างหนาว สภาพทางธรรมชาติย่อมจะก่อให้เกิดความยากลำบากต่อทุกท่าน ในด้านนี้ทุกท่านกลับไม่ใช่ว่า เพราะสภาพทางธรรมชาติไม่ดี ก็ไม่ทำอะไรแล้ว ตรงกันข้ามทุกท่านยังขยันขันแข็ง ไม่มีย่อหย่อน ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ชีวิตในอนาคต ชาวโลกในอนาคต ล้วนแต่ต้องขอบคุณพวกท่าน เพราะในอนาคตคนที่สามารถเหลือรอดอยู่ได้ ก็เพราะพวกท่าน พวกเขาจึงรอดได้ ชาวโลกในขณะนี้กำลังอยู่ในวังวน คือศิษย์ต้าฝ่ากำลังถูกทดสอบอย่างที่ว่ากัน สรรพชีวิตล้วนตกอยู่ในสภาพวังวนผู้คนในอนาคตล้วนจะรู้ว่า ศิษย์ต้าฝ่าคือใคร ล้วนจะรู้ว่าศิษย์ต้าฝ่ายอดเยี่ยม และผู้ที่เหลือรอดอยู่ล้วนจะรู้สึกซาบซึ้งในศิษย์ต้าฝ่า

ถาม: คนที่เงื่อนไขเอื้ออำนวย จะสามารถกลับไปแผ่นดินใหญ่ทำงานได้หรือไม่

อาจารย์: ถ้าพูดถึงว่าการปราบปรามสิ้นสุดแล้ว ฝ่าปรับโลกมนุษย์ยังมาไม่ถึง ท่านคิดจะกลับไป ท่านก็กลับแผ่นดินใหญ่ไปทำงานได้ พูดว่าปัจจุบันนี้ทำได้หรือไม่ ขณะนี้ดีที่สุดก็อย่าได้กลับไป ที่นั่นการประทุษร้ายยังมีอยู่ ข้าพเจ้าทราบ มีผู้ฝึกบางคน ท่านอาจเคยได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่คนใด หรือคนที่มีฐานะในสังคม ฝากจดหมายมาให้ท่าน ให้บอกท่านกลับไป ให้การรับประกันอะไรกับท่าน รับประกันไม่ประทุษร้าย รับประกันอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกท่านลองคิดดู นโยบายการประทุษร้ายนี้เขาเป็นผู้กำหนดหรือ การสามารถรับประกันของเขา โดยตัวมันเองไม่ใช่ปัญหาหรอกหรือ เขาถูกใครชี้นำอยู่ (เสียงปรบมือ.) เขามีอะไรเป็นหลักประกัน ใครรับประกันเขา นี่โดยตัวมันเองมิใช่ปัญหาหรอกหรือ อะไรที่เรียกกันว่าการสร้างแนวร่วม เมื่อพบว่าอันธพาลวาดลวดลายไม่ออกแล้ว ก็จะสร้างแนวร่วม ก็มาไม้นี้ พวกท่านต้องระวัง พวกเราไม่มีการคุกคามต่ออำนาจการเมืองใดๆ พวกเราเพียงเรียกร้องให้มันหยุดการประทุษร้าย (เสียงปรบมือ) ด้านหนึ่งก็ประทุษร้าย อีกด้านหนึ่งก็ดึงคนมาเป็นพวก เป็นลูกไม้ของพวกอันธพาลทั้งสิ้น

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า เมืองฉงชิ่งฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์ ( อาจารย์ –ขอบใจทุกท่าน) พวกเราขอปฏิญาณต่อท่านว่าไม่ว่าเมื่อใดพวกเราล้วนจะทำให้ดีในเรื่องที่สมควรทำ

อาจารย์: ยอดเยี่ยม

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า มหาวิทยาลัยซิงหวา ฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า ที่ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมายในค่ายกักกันหญิงของปักกิ่ง ฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า ที่ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมายในคุกที่ปักกิ่ง ฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมอะไร ล้วนต้องยืนหยัดในความคิดที่ถูกต้อง เพราะท่านคือศิษย์ต้าฝ่า ท่านเป็นชีวิตที่พิเศษ

ถาม: ปีหน้าฝ่าฮุ่ยของยุโรป จะจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน หวังอย่างยิ่งว่าท่านอาจารย์จะไปเยือน เรียนถาม ท่านอาจารย์ เหตุผลของการแก้ “พระพุทธ 7 องค์” แก้เป็น “พระพุทธ 6 องค์”

อาจารย์: ขอพูดจากหลายๆด้าน ด้านหนึ่งคือ ในประวัติศาสตร์ มีพระพุทธมายังโลกไม่น้อย ไม่เพียง 6 องค์ และไม่เพียงแค่ 7 องค์ แน่ละยังมีเทพอื่นๆอีก กล่าวเฉพาะพระพุทธที่มาช่วยคนก็มีไม่น้อย แต่ว่าที่มีภารกิจติดตัวมาด้วย เหมือนองค์ศากยมุนีอย่างนี้ ในประวัติศาสตร์ ก่อนองค์ศากยมุนี มีอยู่ 6 องค์ เมื่อข้าพเจ้าจะพูด ก็ต้องรวมองค์ศากยมุนีเข้าไว้ด้วย นั่นคือเป็น 7 องค์ แต่พุทธศาสนา มักพูดว่า 6 องค์ เนื่องจากสาวกขององค์ศากยมุนีเข้าใจว่า เขาเป็นศิษย์ขององค์ศากยมุนี ดังนั้นเขาจึงไม่นับรวมองค์ศากยมุนีเวลาพูด เขาจึงพูดว่า 6 องค์ ที่ข้าพเจ้าพูด ถ้านับองค์ศากยมุนีด้วยก็เป็น 7 องค์ แน่ละ กำลังถ่ายทอดฝ่าอยู่ใช่ไหม ก็ต้องให้สอดคล้องกับความสามารถที่จะรับได้ของมนุษย์ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงพยายามทำเพื่อให้สาวกในพุทธศาสนาเหล่านี้สามารถได้รับการช่วยเหลือ พวกเราจึงพูดตามพวกเขาเปลี่ยนเป็น 6 องค์ก็แล้วกัน

ถาม: สวัสดีท่านอาจารย์ ผมขอส่งความระลึกถึงท่านอาจารย์แทนศิษย์ชาวโรมาเนีย

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: ในโรมาเนียส่วนมากเป็นผู้ฝึกใหม่ และเคยประสบกับความยากลำบากต่างๆนานา แต่พวกเขาล้วนแต่ก้าวหน้า ขอเรียนเชิญท่านอาจารย์ พูดสักหน่อยว่า ผู้ฝึกชาวโรมาเนียจะเข้าร่วมการยืนยันความถูกต้องของฝ่าให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร รวมทั้งโรมาเนียจะมีบทบาทที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไรในระหว่างการยืนยันความถูกต้องของฝ่า

อาจารย์: เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูด เปรียบเทียบคนบนโลกกับศิษย์ต้าฝ่า ขณะนี้ศิษย์ต้าฝ่านั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่พวกท่านกลับแบกรับภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่อย่างนั้น ศิษย์ต้าฝ่า ไม่ว่าในพื้นที่ใด โดยแท้จริงแล้วพวกท่านก็คือ ความหวังของสรรพชีวิตที่จะได้รับการช่วยเหลือ และเป็นเพียงความหวังหนึ่งเดียว สรรพชีวิตที่นั่น จะสามารถได้ยินข่าวดีจากพวกท่าน จะได้ยินจากพวกท่านในระหว่างการอธิบายความจริง ทำให้พวกเขารับรู้ได้ว่า ต้าฝ่าคืออะไร ดังนั้นความรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่าจึงหนักมาก เช่นนั้นจะทำให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไรนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า กล่าวสำหรับ ศิษย์ต้าฝ่า พวกเราแต่ละคนอาศัยเพียงปาก อธิบายความจริงกับคนที่นั่นทั้งหมด ย่อมไม่ไหว พลังงานความคิดที่ถูกต้อง การกระทำที่ถูกต้องในการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ธรรมานุภาพของการบำเพ็ญก็กำลังส่งผล

อีกด้านหนึ่งนะ ทุกสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำ ทุกสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าพูด ในขณะอธิบายความจริง สามารถทำให้ความจริงเผยแพร่ไปในสังคมคนธรรมดาสามัญ ทำให้ระหว่างคนด้วยกัน ก่อเกิดสภาพแวดล้อมของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฉะนั้นในสภาพแวดล้อมชนิดนี้ การพูดคุยกันระหว่างคนกับคน ก็สามารถทำให้ชีวิตเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือ นี่คือผลโดยตรง ยังมีอีกปัญหาหนึ่งคือ มีชีวิตจำนวนไม่น้อย ได้รับผลกระทบจากการแพร่พิษของพวกชั่วร้าย ในสมองของพวกเขาบรรจุการโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่ดีที่สื่อมวลชนจีนปลุกปั่นไว้มากมาย เช่นนั้นในขณะที่ทุกท่านอธิบายความจริงถ้าสามารถขจัดมันไปหมดได้ยิ่งดี เพราะความคิดที่ไม่ดีต่อต้าฝ่าของคนนั้น จะถูกชีวิตชั่วร้ายเหล่านั้นที่ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าควบคุม ดังนั้นในขณะที่ฟาเจิ้งเนี่ยน ในขณะที่มีความคิดที่ถูกต้อง การกระทำที่ถูกต้อง ก็สามารถชำระสะสางพวกมันได้ ที่จริงหากความคิดของพวกท่านเที่ยงตรงมากๆ ขณะที่เดินอยู่บนถนน ดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองของท่าน สภาพแวดล้อมทั้งหมดโดยรอบล้วนจะถูกชำระล้าง การดำรงอยู่ของพวกท่าน ก็ย่อมก่อผลในการช่วยเหลือสรรพชีวิต แต่ในฐานะเป็นผู้บำเพ็ญยังจะพบกับความยากลำบากได้ แม้ท่านจะมีความสามารถยิ่งใหญ่เพียงนั้น เพราะแต่ละคนล้วนมีเส้นทางที่ตนเองต้องเดิน ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่การยืนยันความถูกต้องของฝ่า อิทธิพลเก่าก็ได้จัดวางการรบกวนมากมายให้พวกท่าน การรบกวนชนิดนี้ ในสถานการณ์ทั่วไปที่ความคิดถูกต้องไม่พอก็ยากจะชำระสะสางได้

หากพูดว่าจะทำให้ดีได้อย่างไร นั่นคือ ทำ 3 สิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำให้ดี ก็คือทำได้ดีที่สุดแล้ว (เสียงปรบมือ) แต่ว่าความตั้งใจนั้นย่อมแตกต่างกัน บางคนไม่ค่อยตั้งใจ ผู้ฝึกบางคนค่อนข้างก้าวหน้า ค่อนข้างตั้งใจ แน่นอนอาจารย์ก็มองเห็นแล้ว แต่ละคนอยู่ในสังคม มีครอบครัว มีการงาน ท่านยังมีกิจกรรมทางสังคมชนิดนั้นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม ในด้านต่างๆ ดังนั้นเวลาที่เหลือจึงมีน้อยมาก อาจารย์ทราบดีทั้งหมด ล้วนเข้าใจและเห็นใจ ที่จริงรูปแบบการบำเพ็ญของต้าฝ่า ได้พิจารณาถึงจุดนี้ด้วย ซึ่งไม่มีผลกระทบในด้านนี้

ถาม: ศิษย์ไต้หวันฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์ ขอเรียนถามเกี่ยวกับ ทิศทางของเว็บเจิ้งอู้ เอเชียแปซิฟิก

อาจารย์: เว็บไซต์ของศิษย์ต้าฝ่า ควรทำให้ดี เพราะนั่นก็เป็นช่องทางของการอธิบายความจริง นั่นก็บังเกิดผลในขณะช่วยเหลือสรรพชีวิต ดังนั้นสมควรทำให้ดี พูดถึงว่าในรูปธรรมควรทำอย่างไรนั้น นั่นเป็นเรื่องของพวกท่าน (หัวเราะ) เหตุใดสิ่งที่เป็นรูปธรรมเกินไป อาจารย์ไม่พูดถึง อาจารย์เพียงแต่ดูไม่ให้สถานการณ์โดยรวมเกิดปัญหา ส่วนระหว่างผู้ฝึกด้วยกันจะเกิดปัญหาบ้าง โต้เถียงกัน รับรู้ต่างกัน นั่นล้วนเป็นสภาพการณ์ของการบำเพ็ญของพวกท่าน ที่แสดงออกมา เส้นทางนี้ควรเดินอย่างไร แต่ละเรื่องควรทำอย่างไร ล้วนเป็นสิ่งที่พวกท่านต้องเผชิญเองในช่วงขั้นตอนนี้ การสถาปนาธรรมานุภาพของพวกท่าน ซึ่งถ้าหากแต่ละเรื่องข้าพเจ้าล้วนบอกพวกท่านว่า จะทำอย่างไร เรื่องนั้นก็คือสิ่งที่ข้าพเจ้าทำ บรรดาเทพทั้งหลายล้วน ไม่ยอมรับว่านั่นคือสิ่งที่พวกท่านทำ (หัวเราะ) ดังนั้นข้าพเจ้ายังต้องเหลือเรื่องเหล่านี้ไว้ให้พวกท่าน ข้าพเจ้าไม่อาจช่วงชิงโอกาสในการบำเพ็ญของพวกท่าน

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า กว่างโจวฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ มีศิษย์ต้าฝ่าในแผ่นดินใหญ่ ฝากเงินที่อดออม มาให้สำหรับเรื่องการอธิบายความจริงที่นิวยอร์กจะได้ไหม

อาจารย์: ได้ก็ได้อยู่หรอก ถ้าหากดำรงชีวิตอย่างร่ำรวยสุขสบาย นั่นก็ไม่มีปัญหา หากพูดว่าเป็นเงินอดออมได้มา นั่นก็หมายความว่าการครองชีพไม่ใช่สุขสบายแบบเหลือกินเหลือใช้สักเท่าไร เช่นนั้น ดีที่สุดคือเก็บไว้ใช้ในการอธิบายความจริงในแผ่นดินใหญ่เถิด เพราะสภาพแวดล้อมนอกประเทศจีนย่อมดีกว่าในประเทศจีนมาก

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ การอธิบายความจริงในแมนฮัตตันปัจจุบันนี้ จะทำตลอดไปจนจบการเจิ้งฝ่าหรือไม่

อาจารย์: ไม่ใช่ ในการประชุมของผู้ฝึกที่อธิบายความจริง ในแมนฮัตตันคราวก่อน ข้าพเจ้าเคยพูดไปแล้ว ทุกท่านเพียงแต่ทำสักระยะหนึ่ง แมนฮัตตัน สถานที่นี้ค่อนข้างพิเศษ มันเกือบจะเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน การธนาคารของโลก และบริษัทขนาดใหญ่ของโลกมากมายล้วนมีสำนักงานสาขาอยู่ที่นี่ หรือพูดได้ว่ามันเป็นชุมทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่ง มีการไปมาหาสู่กันกับโลกอย่างใกล้ชิด ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมพิเศษของมัน คนที่ชุมนุมกันอยู่ในแมนฮัตตัน จึงมีลักษณะพิเศษ เป็นศูนย์รวมของผู้มีความรู้สูง มีอิทธิพลในสังคม มีอำนาจทางการเงินในระดับหนึ่ง และพูดได้ว่าพวกเขาล้วนแต่มีบทบาทที่ไม่ธรรมดาในสังคมเลย

ถึงแม้ในพื้นที่นิวยอร์ก รวมทั้งเขตนิวเจอร์ซีนี้ เทียบกับเขตอื่นแล้ว จำนวนผู้ฝึกก็มีไม่น้อย แต่ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ พบว่าในแมนฮัตตันนั้น คนจำนวนมากยังคงเมินเฉย เรื่องการอธิบายความจริงก็ทำมานาน แต่มีคนตั้งมากมายยังติดต่อศิษย์ต้าฝ่าไม่ได้ เพื่อประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ประเทศจีนส่งพวกชั่วร้ายมาที่นี่มากมาย ดังนั้นจึงทำให้คนมากมายในสภาพแวดล้อมนี้ มีอุปสรรคในการเข้าใจฝ่าหลุนกงมาโดยตลอด

ในขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็พบปัญหาหนึ่ง ในบริษัทใหญ่ของแมนฮัตตัน กระทั่งในบริษัทเล็กๆ ล้วนแต่มีลูกจ้างชาวจีนอยู่ และคนจีนเหล่านี้หนา มีจำนวนมากล้วนถูกเรื่องที่สื่อมวลชนจีนปลุกปั่นโฆษณาชวนเชื่อในเวลานั้นทำให้หลงผิด ในสมองของพวกเขาตลอดมานั้นไม่เคยชะล้างออกไป ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นผู้แพร่พิษร้ายอยู่ในสังคมอเมริกัน ไม่ใช่พูดว่าธาตุแท้คนเหล่านี้ชั่วร้าย แต่ที่จริงคือ ด้านนี้ศิษย์ต้าฝ่ากำลังอธิบายความจริง เขาอยู่ด้านนั้นแพร่สิ่งที่รัฐบาลจีนปลุกปั่น ทุกท่านลองเขียนออกมาดูก็ได้ เขียนบนใบปลิว บนบอร์ดติดประกาศหรือรายงานข่าวออกมาทางหนังสือพิมพ์ว่า: คนจีนในบริษัทของพวกท่านก็ถูกหลอกลวงให้หลงผิด เขากำลังช่วยรัฐบาลจีนแพร่พิษ (เสียงปรบมือ) ต้องไปดูความจริงด้วยตัวเอง (เสียงปรบมือ)

ถาม: ในสภาพที่ผมไม่มีความรู้ทางเทคนิคของคนธรรมดาสามัญ จะทำงานการยืนยันความถูกต้องของฝ่าให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร

อาจารย์: ไม่มีความรู้ทางเทคนิคของคนธรรมดาสามัญไม่เป็นไร ผู้ฝึกจำนวนมากไปแจกใบปลิว แจกหนังสือพิมพ์อยู่ตามถนน อธิบายความจริงกับคนธรรมดาสามัญโดยตรง สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถทำได้ หน้าสถานกงสุลยังมีผู้ฝึกไปชุมนุมกันอยู่ที่นั่นตลอดปี ซึ่งยอดเยี่ยมมาก มีเรื่องมากมายล้วนสามารถทำได้

ถาม: สวัสดีท่านอาจารย์ “จ้วนฝ่าหลุน” รวมทั้งหนังสือต้าฝ่าอื่นๆ ในช่วงใกล้ๆนี้มีตัวอักษรต้องแก้ไข นี่มีความนัยระดับลึกอะไรหรือไม่

อาจารย์: ความนัยนั้น เราไม่พูดกันละ ข้าพเจ้าขอพูดที่ชั้นผิวละกัน อย่างเช่นว่า คำว่า “ซิวเลี่ยน” ตัว “เลี่ยน”(ฝึก)นั้น หากการประทุษร้ายไม่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าจะให้พวกท่านเดินบนเส้นทางที่ควรเดิน แต่ว่าหลังจากการประทุษร้ายครั้งนี้เริ่มขึ้น พวกชี่กงหลอม สิ่งที่สับสนวุ่นวายเหล่านั้นล้วนแต่เข้าร่วมการประทุษร้าย กระทั่งออกทีวีโจมตีต้าฝ่า แน่ละจุดประสงค์ที่เขาออกมาเอง เพราะคนที่เรียนต้าฝ่านั้นมากคนของพวกเขาก็มาเรียนต้าฝ่า เขาหาเงินไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงริษยาแค้นเคือง ดังนั้นผู้ฝึกบางคนจึงถามว่า ท่านอาจารย์พวกเราสามารถจะแก้ตัวอักษร “เลี่ยน”(炼) ของชี่กงชนิดอื่น โดยเปลี่ยนตัวอักษรด้านข้าง “หั่ว” (火ไฟ) ของ “เลี่ยน” เป็นตัว “ซือ” (丝เส้นไหม) จะได้หรือไม่ เพราะเดิมทีพวกเขาก็ไม่ใช่การบำเพ็ญที่แท้จริง

ข้าพเจ้าเพียงยกหนึ่งตัวอย่างเช่นนี้ ด้านอื่นๆ ยังมีการเปลี่ยนสภาพไปขององค์ประกอบที่เกิดจากวัฒนธรรมมากมายที่เปลี่ยนสภาพไป เนื่องจากตัวอักษรฮั่น เป็นตัวอักษรที่พิเศษ มันใกล้เคียงตัวอักษรบนสวรรค์มาก ภาษาฮั่นก็คล้ายกันมากกับภาษาบนสวรรค์ เพราะมันเป็นวัฒนธรรมที่เทพสร้างให้กับคนโดยตรง และวัฒนธรรมที่สร้างไว้ในประเทศจีนก็เป็นวัฒนธรรมกึ่งเทพ ฉะนั้นลักษณะตัวอักษรกับการออกเสียงของมัน จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับจักรวาล มีความแตกต่างอย่างมากกับตัวอักษรของทางตะวันตก และตัวอักษรของชนชาติอื่นๆ เพราะตัวอักษรของชนชาติอื่นๆ กล่าวในความหมายบางประการแล้ว ที่จริงคือเทพได้จัดสร้างสัญลักษณ์ชนิดหนึ่งให้มนุษย์ จุดประสงค์คือหลังจาก(มนุษย์)รับวาสนาแล้วรอคอยฝ่าอยู่ที่ตรงนั้น เพื่อให้มนุษย์ที่รอคอยฝ่าอยู่ตรงนั้นสามารถดำรงชีวิตตามปกติและให้มนุษย์มีสัญลักษณ์ชนิดหนึ่งสำหรับการสื่อสารเป็นการชั่วคราว ในขณะที่การออกเสียงของอักษรฮั่นและลักษณะตัวอักษรของมัน หากมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับจักรวาลละก็ เช่นนั้นทุกท่านคิดดู ต่อมนุษย์ ต่อการยืนยันความถูกต้องของศิษย์ต้าฝ่าที่ได้ฝ่าและบำเพ็ญอยู่ในระดับชั้นนี้ กระทั่งต่อการเจิ้งฝ่า มันจะส่งผลรบกวนอย่างไร หมายความว่า อิทธิพลเก่าใช้องค์ประกอบเหล่านี้เจาะช่องว่างของการเจิ้งฝ่า อย่างเช่น คำว่า “มู่ตี้” (目的เป้าหมาย) ในอดีตยุคโบราณเขียน “มู่ตี้” และ “ตี้” ที่ไปถึงจุดหมายที่ใด จะต้องเขียนเป็น “ตี้”地ของคำว่า “ถู่ตี้”土地(พื้นดิน) ในยุคปัจจุบัน พูดในระดับชั้นผิวคือ เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎเกณฑ์ทางภาษา ให้คนยึดกุมหลักภาษาได้ง่าย จึงเขียนตัว “ตี้”(地พื้นดิน) เป็น “เตอ”的(ของ) ดังนั้นท่านไปถึง “มู่เตอ” 目的ก็ไปไม่ถึง“ มู่ตี้” 目地

มีองค์ประกอบมากมายล้วนมีปัญหา อิทธิพลเก่าในยุคใกล้นี้ได้ทำลายวัฒนธรรมจีน ทิ้งสถานการณ์ที่ยากจะกอบกู้ได้ไว้ให้กับการถ่ายทอดฝ่าของข้าพเจ้า องค์ประกอบของการทำลายในด้านต่างๆ มีมากมายเหลือเกิน ดังนั้นมีเรื่องมากมายล้วนต้องแก้ไข แต่ก็ไม่มีเวลานั้นแล้ว จะแก้ ไขก็เพียงแก้อย่างคร่าวๆ ดีที่ความนัยของฝ่าไม่ถูกกระทบ “จ้วนฝ่าหลุน” หนังสือเล่มนี้จะปรากฏออกมาไม่เหมือนกันในแต่ละมิติ “จ้วนฝ่าหลุน” บนสวรรค์กับบนโลก ดูๆไป ดูเหมือนแตกต่างกันจริงๆ ดังนั้นจึงไม่กระทบ

ถาม: ศิษย์ที่ไม่บำเพ็ญให้สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุด ต่อไปจะมีเรื่องต้องเสียใจภายหลังมากใช่หรือไม่

อาจารย์: ไม่ได้บำเพ็ญให้สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุด “อย่างมากที่สุด” นั่นคือพูดว่า ล้วนสอดคล้องกับมาตรฐาน เช่นนั้นหากวันนี้สิ้นสุด(การบำเพ็ญ)แล้ว เช่นนั้นท่านอยู่ในระดับชั้นไหน นั่นคือกำหนดแน่นอนลงไป วันนี้ยังไม่สิ้นสุด ไม่สิ้นสุดล่ะ หมายความว่าสิ่งที่ท่านทำไม่ได้กับสิ่งที่ทำได้ สิ่งที่บำเพ็ญได้ดี กับสิ่งที่บำเพ็ญได้ไม่ดี มันยังปรากฏอยู่ในช่วงนี้ ยังไม่สามารถกำหนดให้แน่นอนว่าท่านเป็นอย่างนี้ แต่ถ้ารับรู้ความบกพร่องของตัวเองได้ ข้าพเจ้าเชื่อว่า ท่านถามขึ้นมา นั่นย่อมรับรู้ได้แล้วแน่นอน งั้นก็แก้ไขเสีย ทำให้ดี (เสียงปรบมือ)

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ หนังสือจ้วนฝ่าหลุนที่ออกมาเมื่อก่อน คำว่า “เฉิงตู้”程度(ระดับชั้น) แก้เป็น “เฉิงตู้ ”成度(ระดับที่สำเร็จ) แล้ว แต่เพื่อนผู้บำเพ็ญบอกว่า หมิงฮุ่ย ยังไม่ได้ประกาศ ดังนั้นควรแก้กลับมาเป็น “เฉิงตู้” ”(ระดับชั้น) ไหม?

อาจารย์: การแก้ตัวอักษร ได้แก้ไปหลายครั้งแล้ว ตัวที่ต้องแก้นั้นมีมากจริงๆ พอเกี่ยวพันไปถึงปัญหาหนึ่งก็จะมีเรื่องเกิดขึ้นมาอีกมากมาย ดังนั้นจนถึงขณะนี้ เรื่องการแก้ตัวอักษรก็จบลงตรงนี้ ไม่แก้อีก ที่ต้องแก้นั้น ให้ทุกท่านดู “จ้วนฝ่าหลุน” เล่มใหม่ล่าสุด เมื่อออกมา ก็ให้แก้ตาม “จ้วนฝ่าหลุน” เล่มใหม่ เนื่องจากเวลาแก้ไขตัวอักษร บางครั้งก็แจ้งหมิงฮุ่ยเน็ต บางครั้งไม่ได้แจ้งหมิงฮุ่ยเน็ต เป็นสภาพการณ์อย่างนี้

ถาม: เกี่ยวกับโครงสร้างจักรวาล ที่อาจารย์เคยบรรยายให้พวกเรานั้น เป็นโครงสร้างของจักรวาลใหม่ หรือไม่

อาจารย์: โครงสร้างจักรวาลที่ข้าพเจ้า บรรยายให้พวกท่านนั้น ล้วนเป็นการบรรยายโครงสร้างจักรวาลเก่า สภาพการณ์ทั้งหลายที่ปรากฏออกมาในระหว่างการเจิ้งฝ่า และเป็นสภาพการณ์ที่ปรากฏออกมาในท่ามกลางชีวิตเก่าของจักรวาล จักรวาลใหม่นั้นไม่อาจบรรยายได้ ไม่เพียงไม่อาจบรรยาย ความลับสวรรค์ไม่อาจแพร่งพราย (หัวเราะ) (เสียงปรบมือ) ในจักรวาลเก่า มีความลับมากมายไม่อาจจะเรียกว่าความลับได้แล้ว เพราะมันจะเปลี่ยนแปลง จะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จักรวาลเก่านี้ยังมีชีวิตมากมายที่ยังเป็นชีวิตที่ดี องค์ประกอบที่ดี รวมทั้งโครงสร้างที่ดี ยังต้องเก็บรักษาเอาไว้ ดังนั้นชีวิตมากมายในจักรวาลเก่า โครงสร้างจำนวนมากมาย ได้ถูกเก็บรักษาเอาไว้แล้ว

ถาม: ในเวลาที่กระชั้นชิดของการช่วยเหลือสรรพชีวิตอย่างนี้ เหตุใดผมยังมีจิตดื้อรั้นเห็นแก่ตัว อย่างนี้อยู่อีก ผมรู้สึกร้อนใจแทนตัวเอง

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อรับรู้ความบกพร่องของตนเองได้ นั่นก็คือการบำเพ็ญ อันนี้ที่จริงเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่สามารถรับรู้ได้ ก็คือการเริ่มก้าวหน้า ในเวลาปกติสามารถระมัดระวังได้ ค่อยๆทำให้ดี นั่นคือท่านกำลังก้าวหน้า อย่าร้อนใจ การร้อนใจจะทำให้เกิดจิตยึดติด มองเห็นปัญหาได้ก็ไปแก้ไข มองเห็นข้อบกพร่องก็ไปควบคุมไว้ มีเรื่องมากมายที่พวกท่านอาจจะทำไม่ไหว จุดนี้หนา ในเวลาที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดฝ่าก็ได้ใคร่ครวญแล้ว ได้ประเมินถึงปัญหานี้ไว้แล้ว ก็คือว่าผู้ที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือเป็นสำคัญคือ จิตหลัก หรือพูดว่ากำลังช่วยเหลือคนๆนี้อยู่ คนมีพลังความสามารถแค่ไหนกันละ คนเพียงแต่รับรู้ได้ถึงความผิดพลาดของตน แล้วควบคุมเอาไว้ ก็คือการบำเพ็ญ แต่ถ้าองค์ประกอบที่ประกอบขึ้นมาเป็นชีวิตคน ก็เปลี่ยนสภาพไปแล้วจะทำอย่างไร โดยเฉพาะคือ รูปแบบความคิดของคน ถูกเปลี่ยนสภาพไปแล้วจะทำอย่างไร อาทิเช่น พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนมีเป้าหมายในการบังคับสั่งสอนคน เป็นเวลานานอย่างนั้น คนจำนวนมากมองเห็นว่า พรรคนั้นมันไม่ดี ก็พูดว่าพรรคนั้นไม่ดี ตามวัฒนธรรมที่สั่งสอนกันออกมาจากพรรคนั้น เขากลับไม่ได้เข้าใจมันอย่างแท้จริง ไม่อาจมองเห็นมันได้ชัดเจนจากภายนอกวัฒนธรรมของพรรคนั้นที่กรอกเข้าไปให้ นี่คือความคิดที่บิดเบือนไป ฉะนั้นในสภาพการณ์เช่นนี้จะทำอย่างไรกัน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกว่า บางสิ่งท่านสามารถทำได้ และที่สามารถทำได้แต่หากท่านไม่ทำ ท่านก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ สิ่งที่ท่านไม่สามารถทำ ต้าฝ่าต้องทำให้ท่านแน่นอน อาจารย์ย่อมมีวิธีแน่นอน (เสียงปรบมือ)

หรือพูดว่า ส่วนที่เป็นการบำเพ็ญของท่านนั้น ท่านต้องบำเพ็ญ ส่วนที่ท่านบำเพ็ญไม่ไหว ท่านก็ไม่อาจรู้สึกได้ รับรู้ไม่ได้ กระทั่งว่าท่านรับรู้ได้แล้ว แต่ไม่มีพลังพอจะทำได้ อาจารย์จะทำให้ แน่ละไม่ใช่ว่า จิตยึดติดที่วางไม่ลงเหล่านั้นที่ท่านมองเห็นได้ แล้วอ้างว่า “ไม่มีกำลัง” ตนเองคิดจะผลักความรับผิดชอบ (เสียงหัวเราะ) นั่นใช้ไม่ได้ ที่ข้าพเจ้าพูดคือ สำหรับองค์ประกอบของชีวิต กับองค์ประกอบของความคิด สิ่งเหล่านั้นที่ท่านไม่อาจรับรู้ได้ และก็ทำไม่ได้ นั่นอาจารย์จะทำให้อย่างแน่นอน

ถาม: ท่านอาจารย์ เมื่อการปราบปรามจบสิ้นลง ก็เป็นเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ใช่หรือไม่

อาจารย์: เป็นไปได้มาก (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้ายังไม่พูดเรื่องเหล่านั้น พอพูดจิตของทุกท่านก็จะไม่สงบขึ้นมาแล้ว ความงดงาม และวีรภาพนั้นจะเหลือไว้ให้พวกท่านดูเอง

ถาม: ท่านอาจารย์ กรุณาพูดถึง ความเป็นมาของพรรคชั่วร้ายที่ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า อีกสักครั้งได้ไหม

อาจารย์: เจ้าสิ่งนี้ที่แท้มาได้อย่างไรกัน ข้าพเจ้าว่าอย่าพูดในที่ประชุมเลย มันเกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร อันนี้ไม่ต้องให้ข้าพเจ้าพูด ทุกท่านล้วนมีความเข้าใจกันแล้ว ที่จริงนะ ท่านเป็นพรรคมารก็ดี ท่านเป็นพรรคชั่วร้ายก็ดี หรือเป็นพรรคการเมืองอะไรก็ดี ในฐานะผู้บำเพ็ญ พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับท่านอย่างแน่แท้ ท่านชั่วร้ายยิ่งกว่านี้อีก นั่นก็เป็นเรื่องของคนในโลก ท่านดีกว่านี้อีก นั่นก็เป็นเรื่องของคนในโลก ทว่าในฐานะผู้บำเพ็ญนั้น หลีกห่างจากทางโลก ถึงแม้บำเพ็ญอยู่ในโลกก็ไม่เข้าไปอยู่ในความวุ่นวายเหล่านี้ มันชั่วร้ายก็มีเป้าหมายที่มันคงอยู่แบบชั่วร้าย มันดีก็มีเป้าหมายที่มันคงอยู่แบบดี นี่คือสิ่งที่กำหนดสภาพต่างๆของสังคมมนุษย์ ศิษย์ต้าฝ่าย่อมไม่สนใจมันแม้แต่น้อย แต่ทุกท่านล้วนเห็นกันแล้ว ปีนั้นหัวหน้ามารใหญ่ในหมู่คน เมื่อตอนที่ประทุษร้ายพวกเรา ก็ป่าวประกาศในพรรคนั้น “ต้องรบชนะฝ่าหลุนกง” “อั๊วไม่เชื่อว่าพรรคคอมมิวนิสต์รบชนะฝ่าหลุนกงไม่ได้” ข้าพเจ้ารู้ว่านี่ออกมาจากจิตอิจฉาริษยาของมัน แต่ข้างหลังคำพูดนั้น ข้าพเจ้ารู้ว่ามีองค์ประกอบของพรรคนั้นอยู่ หมายความว่า ท่านประทุษร้ายพวกเรา พวกเราจึงเปิดโปงท่าน พวกเราไม่ยอมรับการประทุษร้ายนี้ ในการอธิบายความจริง พวกเราต้องบอกชาวโลกว่า ทำไมต้องประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ฝ่าหลุนกงคืออะไร พรรคนั้นคืออะไร ไม่ว่าใครประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าต้องเปิดโปงมันออกมาให้หมด ชำระล้างพิษที่แพร่อยู่ในสมองชาวโลก

บางคนหลังจากได้ฟังผู้ฝึกอธิบายความจริง ยังพูดว่าฝ่าหลุนกงดีมาก แต่ฉันรู้สึกว่าพรรคนั้นก็มีเหตุผลของมัน ก็มีคนมากมายเข้าใจว่าคอมมิวนิสต์จีนพูดไม่ผิด จากนั้นก็ไม่ฟังความจริง คนเหล่านี้มองไม่เห็นธาตุแท้ที่ชั่วร้ายของมัน บางคนพูดว่า ฝ่าหลุนกงดี แต่พรรคนั้นไม่ผิด เป็นความผิดของหัวหน้ามารใหญ่ ดังนั้นพวกเราก็ต้องบอกชาวโลกว่า ทำไมมันประทุษร้ายฝ่าหลุนกง การประทุษร้ายฝ่าหลุนกงเกิดขึ้นด้วยเป้าหมายอะไร บอกให้คนดูว่าที่แท้ใครคือ ศาสนานอกรีต พรรคนั้นเป็นอะไรกันแน่ ในขณะถูกประทุษร้าย ศิษย์ต้าฝ่าต้องเปิดโปงมันให้ถึงก้นบึ้ง

ศิษย์ต้าฝ่า แม้จะเป็นผู้บำเพ็ญไม่ยุ่งกับเรื่องของโลก แต่อะไรๆ ข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อ ก็รู้หมด (เสียงปรบมือ) ในขณะถูกประทุษร้ายหลายปีมานี้ ข้าพเจ้าก็พูดคำนี้มาตลอด แต่การประทุษร้ายยังดำเนินต่อไป จนถึงขณะนี้ ผู้นำใหม่ของคอมมิวนิสต์จีนขึ้นมาได้สองปีแล้ว การประทุษร้ายยังดำเนินกันอยู่ นี่เป็นการทำชั่วของคนบางคนเท่านั้นหรือ เช่นนั้นทำไมไม่ประกาศให้โลกรู้ถึงธาตุแท้ของพรรคนั้นละ ท่านไม่ประทุษร้ายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่สนใจท่าน ข้าพเจ้าก็ไม่คิดจะพูดถึงท่าน ศิษย์ต้าฝ่าถูกปลิดชีพไปมากมายเช่นนั้น และการประทุษร้ายยังคงอยู่ ช่างชั่วร้ายมาก และพรรคนั้นอาศัยสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงฝ่ายเดียวของพรรค กุข่าวเท็จโฆษณาชวนเชื่อไปทั่วฟ้าดิน ร้ายแรงยิ่งกว่าการปฏิวัติวัฒนธรรม มุ่งตรงมาที่กลุ่มคนดีเช่นนั้น ข้าพเจ้าอดกลั้นได้ ข้าพเจ้าอภัยได้ แต่เทพทั้งหมดไม่อภัย (เสียงปรบมือ)

ถาม: ได้ทำเรื่องที่ผิดไปแล้วเกี่ยวกับการยึดติด “ฉิง”(อารมณ์ความผูกพัน) รู้สึกสำนึกผิดต่อเส้นทางที่ตนเองเดิน ผมควรชดเชยอย่างไรดี

อาจารย์: ที่จริงเรื่องที่อาจารย์ปวดร้าวใจมากที่สุดก็คือ เรื่องเหล่านี้ ในฐานะเป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง มันช่างน่าละอายเหลือเกิน ในฐานะคนธรรมดาสามัญ มันก็ล้วนน่าละอาย แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง จะนำขึ้นมาถกบนโต๊ะได้อย่างไรกัน น่าละอายเหลือเกิน พวกท่านทราบไหม การบำเพ็ญในอดีตนั้น เมื่อผู้บำเพ็ญคนนี้ ทำผิดศีลด้านนี้แล้ว ก็ไม่อาจจะบำเพ็ญตลอดไปแล้ว ก็เข้มงวดอย่างนี้

จะทำอย่างไรดีนะ ต้าฝ่านั้นเมตตา อาจารย์มองชีวิตพวกท่านอย่างทั่วด้าน ก่อนที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์จะมาถึง พวกท่านยังมีโอกาส แต่อย่าทำผิดพลาดอย่างนี้อีก อย่าได้ทำอีก โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ พวกชั่วร้ายจะอาศัยฉิงของท่าน มาประทุษร้ายท่านรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ท่านยึดติดกับตัณหาหนักยิ่งขึ้น ตราบจนกระทั่งท่านยึดกุมได้ไม่ดีแล้วเดินสู่ทางมาร อาจารย์มองเห็นจุดนี้แล้ว ถ้าท่านยังสามารถเดินได้ดี บำเพ็ญได้ดี บาปนี้ก็เป็นของพวกชั่วร้ายนั้น ถ้ายังเดินได้ไม่ดี บาปนี้ก็เป็นของท่านเอง ดังนั้นต้องขจัดพวกชั่วร้ายที่มารบกวน พฤติกรรมทั้งหมดนั้น คือพฤติกรรมของท่าน

ในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า ทั่วทั้งจักรวาลกำลังเจิ้งฝ่า ท่านทราบไหมว่า อาจารย์ทำอย่างไร ชีวิตทั้งหมดของจักรวาล รวมทั้งคนบนโลก และที่ต่ำกว่าโลก ชีวิตที่ยิ่งต่ำๆลงไปอีก รวมทั้งชีวิตในโลกรวมทั้งยมโลก ในนรก ข้าพเจ้าล้วนทำบนหลักการอย่างนี้ คือ ข้าพเจ้าไม่ถือสาว่าในประวัติศาสตร์ชีวิตนี้เคยทำบาป หรือทำผิดใหญ่โตแค่ไหน ล้วนสามารถชำระสะสางให้ท่านได้ แก้ไขทั้งหมดด้วยความเมตตา ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใคร ปฏิบัติต่อสรรพชีวิตเช่นนี้ ในจักรวาลที่ตรงไหนใช้ไม่ได้แล้วก็ระเบิดทิ้ง แล้วสร้างขึ้นใหม่ ส่วนไหนไม่ดีแล้วก็เหมือนการผลัดเซลล์ใหม่ของร่างกายคน เซลล์ที่ใช้ไม่ได้ก็ผลัดทิ้งไป แล้วสร้างขึ้นใหม่ การปฏิบัติต่อสรรพชีวิตอย่างเมตตาเช่นนี้ ไม่เคยมีมาก่อนเป็นประวัติการณ์ของจักรวาล (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าทำอย่างนี้มาโดยตลอด และข้าพเจ้าก็ทำได้แล้ว แต่มีอยู่จุดหนึ่ง ถ้าอยู่ในระหว่างการเจิ้งฝ่า เมื่อทำบาปต่อฝ่าแล้ว รบกวนการเจิ้งฝ่าแล้ว บาปนี้ก็ไม่สามารถจะให้อภัยได้ ก็เป็นมาตรฐานนี้ ถ้าหากแม้แต่มาตรฐานนี้ก็ไม่มีแล้ว ฝ่าของจักรวาลก็จะไม่คงอยู่ ชีวิตในอนาคตจะไม่มีฝ่าไว้ปฏิบัติตาม จักรวาลก็เท่ากับไม่มีฝ่าคงอยู่ จะเป็นโลกที่สลัวขุ่นมัวใบหนึ่งที่สับสนวุ่นวาย นั่นใช้ไม่ได้ นั่นเท่ากับทำลายจักรวาล ดังนั้นเมื่อก่อผลด้านลบต่อการเจิ้งฝ่า ก็จะเป็นบาปอย่างนี้ กล่าวสำหรับชีวิตหนึ่ง (บาปนี้)อาจจะก่อเกิดจากเพียงหนึ่งความคิด แต่ว่าผลลัพธ์ของมันร้ายแรงมาก

ถาม: สวัสดีท่านอาจารย์ที่เคารพ ดิฉันเป็นศิษย์ประเทศเกาหลีที่มาจากมณฑลเฮยหลงเจียง ใคร่ขอเป็นตัวแทนศิษย์ต้าฝ่า มณฑลเฮยหลงเจียงกับ กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยต่างๆที่อธิบายความจริงอยู่ในประเทศเกาหลีกล่าวคำสวัสดีต่อท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน ศิษย์ต้าฝ่าประเทศเกาหลี ทำได้ดีมาก จีนแผ่นดินใหญ่ก็มีศิษย์ต้าฝ่าชนชาติเกาหลีซึ่งถูกประทุษร้ายรุนแรงมาก ข้าพเจ้าล้วนทราบดี

ถามกลุ่มที่ทำงานอธิบายความจริงของพวกเรา เน้นหนักเขตปักกิ่ง 80 % ส่วนที่ช่วยเหลือผู้ฝึกเท่ากับ 20% ถ้าเพิ่มน้ำหนักการอธิบายความจริงที่ปักกิ่งยิ่งขึ้น จะสามารถทำให้พวกชั่วร้ายมารวมตัวที่แมนฮัตตันลดน้อยลงได้หรือไม่

อาจารย์ ควรพูดอย่างนี้ว่า เมื่อศิษย์ต้าฝ่า แต่ละแห่งทำได้ดีมาก พวกชั่วร้ายเหล่านั้นก็จะแบ่งกำลังไม่ออกแล้ว แต่ละแห่งล้วนแต่กำลังกำจัดมัน พวกชั่วร้ายมาอยู่ที่แมนฮัตตัน กำลังถูกกำจัดอย่างถึงที่สุด ขณะนี้พวกชั่วร้ายในตรีภูมิได้ถูกกำจัดไปเป็นจำนวนมากแล้ว พวกท่านดูสภาพการณ์ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงทั้งหมด แม้แต่อากาศก็กำลังเปลี่ยน แต่ก่อนศิษย์ต้าฝ่า ที่ไปนั่งอยู่ตรงสถานกงสุลต่างรู้ดี ที่นั่นหนาวที่สุด หลายปีนี้ศิษย์ต้าฝ่าได้รับความลำบากไม่น้อย ดูจากสภาพการณ์ในขณะนี้ ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละแห่งล้วนกำลังใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ในการทำเรื่องการยืนยันความถูกต้องของฝ่า จึงทำให้พวกชั่วร้ายนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆ มันคิดจะรวมตัวกัน คิดจะทำอะไรก็ยากมาก

ถาม: ทำอย่างไรจึงจะสามารถร่วมกับทุกๆคน พิจารณาปัญหาจากมุมมองของผลประโยชน์ส่วนรวม โดยถือต้าฝ่าเป็นอันดับหนึ่ง

อาจารย์: นี่เป็นปัญหาที่ศิษย์ต้าฝ่า ล้วนสมควรพิจารณา พูดถึงว่าจะทำกันอย่างไร มีเพียงศึกษาฝ่าได้ดี ทำไปตามสิ่งที่อาจารย์บอก จึงสามารถเดินได้เที่ยงตรงบนเส้นทางนี้

ถาม: พวกเราศิษย์ที่มาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ มาร่วมประชุมฝ่าฮุ่ยได้ยากลำบากมาก ยากลำบากที่จะได้พบอาจารย์ เรียนเชิญอาจารย์พูดกับศิษย์ต้าฝ่าจากแผ่นดินใหญ่ ที่มาประเทศเกาหลี ช่วยท่านอาจารย์เจิ้งฝ่าว่า จะทำสิ่งที่ตนสมควรทำให้ดีได้อย่างไร ทำให้คำมั่นสัญญาก่อนประวัติศาสตร์ของพวกเราให้ปรากฏเป็นจริง

อาจารย์: ศิษย์ต้าฝ่าล้วนเหมือนกัน อยู่ที่ไหนล้วนแต่สมควรทำให้ดี ไม่ว่าตัวพวกท่านอยู่ต่างแดน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกพวกชั่วร้ายประทุษร้ายโดยตรง ล้วนสมควรแสดงความคิดที่ถูกต้อง การกระทำที่ถูกต้อง ของศิษย์ต้าฝ่าออกมาทำให้พวกชั่วร้ายหวาดผวา โดยเปลือกนอกพวกชั่วร้ายทำเป็นโอ้อวด แต่ข้างในใจของมันกลับหวาดกลัว พวกท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า ในใจท่านไม่ควรหวาดกลัว หากผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง สามารถปล่อยวางความเป็นความตายได้จริงๆ ความเป็นความตายนั้นก็จะจากท่านไปไกลตลอดกาล แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถแสดงออกมาได้โดยตั้งใจ แต่เป็นเพราะท่านบำเพ็ญอยู่ในฝ่ามาถึงก้าวนี้ ทำให้ท่านกลายเป็นชีวิตอย่างนี้ ถ้าหากเมื่อตอนที่การประทุษร้ายครั้งนี้เริ่มขึ้นในประเทศจีน ศิษย์ต้าฝ่าล้วนสามารถทำได้ค่อนข้างเที่ยงตรงเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ การประทุษร้ายครั้งนี้มันก็ไม่สามารถเปิดฉากขึ้นมาได้ พวกชั่วร้ายเหล่านั้นก็จะดับสลายไปทันที สังคมมนุษย์ก็จะไม่ใช่ที่ๆมันสามารถทำชั่วได้

ขณะนี้ท่านทั้งหลายค่อยๆมีสติขึ้นมาแล้ว สุขุมแล้ว มีสติสัมปชัญญะแล้ว รู้ว่าควรจะทำอย่างไรแล้ว จิตมนุษย์มากมายนั้นควรพูดได้ว่าบำเพ็ญทิ้งไปได้แล้ว ที่จริงยังมีผู้ฝึกจำนวนหนึ่ง จิตมนุษย์ของเขาไม่ใช่บำเพ็ญทิ้งไปแล้ว แต่ถูกข่มขู่จนเสียขวัญ งงงันจนเขาไม่กล้าก่อความวุ่นวาย ถ้าสภาพแวดล้อมผ่อนคลายหน่อย เขายังจะก่อความวุ่นวายอีก นี่ไม่ถูกต้องเลย คนๆหนึ่งที่ไม่สามารถบำเพ็ญอยู่ในฝ่า ก็ไม่อาจเข้าใจฝ่าได้อย่างแท้จริง มีเพียงยึดกุมฝ่าได้อย่างแท้จริง จึงสามารถเดินได้เที่ยงตรง ชีวิตนี้จึงจะมีหลักประกัน ตรงกันข้าม ชีวิตแบบนี้ยังตกอยู่ในสภาพที่อันตรายที่สุด เพราะพวกชั่วร้ายจะเจาะช่องว่างของเขาได้ทุกเมื่อ สำหรับคนธรรมดาสามัญ ถึงจะไม่ดีอย่างไร พวกชั่วร้ายก็ไม่สนใจเขา แต่เพราะท่านบำเพ็ญ พวกชั่วร้ายจึงไม่ยอมให้ท่านบำเพ็ญ แต่ท่านก็ไม่บำเพ็ญให้ดีๆ ก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่พวกชั่วร้ายจะประทุษร้าย

ถาม: ผู้ฝึกบางคนแสดงออกอย่างกระตือรือร้นมากในการอธิบายความจริง แต่ว่าตลอดมาก็ก้าวออกมาไม่พ้นจากวงล้อมของการยึดติดกับตัวฉัน ในด้านการร่วมมือกับส่วนรวมทั้งหมดทำได้ไม่ดี ที่ร้ายแรงกว่าคือ ยังส่งผลกระทบต่อผู้ฝึกส่วนหนึ่ง ถ้าหากอยู่ภายใต้การช่วยเหลือของเพื่อนผู้บำเพ็ญแล้ว ยังคงทำไม่ดี เรียนถามท่านอาจารย์ ผู้ฝึกอย่างนี้ในอนาคต จะเผชิญกับผลลัพธ์อะไร

อาจารย์: อันนี้ข้าพเจ้าคิดว่า ขณะนี้ยังไม่อาจพูดได้ว่าผู้ฝึกเป็นอย่างไร และยังไม่อาจสรุปได้ เพราะในระหว่างขั้นตอนการบำเพ็ญล้วนมีการแสดงออกที่ไม่เหมือนกัน จิตของคนธรรมดาสามัญล้วนจะแสดงออกมา ตราบเท่าที่เขายังไม่ขจัดมันไป ก็ต้องแสดงออกมาแน่นอน และส่วนนั้นที่บำเพ็ญได้ดีแล้วก็มองไม่เห็นแล้ว เนื่องจากส่วนที่เขาบำเพ็ญได้ดีแล้ว ก็จะแสดงออกมาไม่ได้แล้ว ส่วนนั้นที่บำเพ็ญไม่ดี พอแสดงออกมาก็จะถูกคนอื่นเห็น แต่ที่สำคัญคือ เมื่อผู้อื่นชี้ออกมา หรือเมื่อจิตยึดติดของเขาพบกับการปะทะ (เขา)จะมีท่าทีอย่างไร สามารถรับรู้ข้อบกพร่องของตนเองได้หรือไม่ นี่จึงจะสำคัญ รับรู้ได้แล้ว ก็ควบคุมมันไว้ นั่นจึงเป็นการบำเพ็ญ พูดมาพูดไป ข้าพเจ้าว่า ก็คือปัญหาว่าสามารถจะก้าวหน้าไปได้หรือไม่

ถ้าตนเองไม่บำเพ็ญให้ดี และทำให้ศิษย์ต้าฝ่าคนอื่น หรือศิษย์ต้าฝ่าจำนวนมากถูกกระทบจนบำเพ็ญไม่สำเร็จ นั่นเป็นบาปหนัก ซึ่งการลงนรกชั้นที่ 18 ก็ชดใช้ไม่หมดต่อการรบกวนการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ผู้ฝึกบางคนจิตยึดติดที่ยาวนานยังทิ้งไปไม่ได้ ก่อให้เกิดการรบกวนของพวกชั่วร้ายทุกท่านรู้สึกว่าคนๆนี้ คงจบสิ้นแล้ว ใช้ไม่ได้แล้ว ขณะนี้ไม่อาจมองกันอย่างนี้ ที่จริงผู้ฝึกบางคน จิตด้านอื่นๆมากมายล้วนทิ้งไปแล้ว จิตยึดติดมากมายไม่มีแล้ว และแสดงออกมาไม่ได้แล้ว แต่จิตเหล่านั้นที่เขายังบำเพ็ญได้ไม่ดี ยังจะแสดงออกมา แน่นอน อาจารย์ก็จะให้มันแสดงออกมา และแน่นอน ต้องให้มันพบกับการปะทะ และต้องให้ทุกท่านมองเห็น เป้าหมายคือ ให้เขาทิ้งมันไป มองเห็นแล้วก็ให้ทุกท่านชี้ออกมาให้เขา ท่านไม่ชี้ออกมา ก็คือท่านมีความกลัวจะผิดใจกับผู้อื่น จึงได้ให้เขากับท่านเกิดการขัดแย้ง ปะทะกัน ให้เขากับท่านต่างได้รับรู้ เป้าหมายยังคงเพื่อบำเพ็ญจิตเหล่านี้ของคนทิ้งไป แต่ว่าสำหรับผู้ฝึกที่แสดงจิตยึดติดออกมา ก็ไม่อาจเข้าใจว่าเขาใช้ไม่ได้แล้ว ดังนั้นระหว่างศิษย์ต้าฝ่าด้วยกัน การมีปัญหา มีข้อผิดพลาดนั้น หลีกเลี่ยงได้ยาก ที่สำคัญคือระหว่างกันและกัน ไม่อาจจะให้การปะทะ ความขัดแย้ง ความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันเกิดขึ้นจริงๆ

เมื่อเร็วๆนี้ ข้าพเจ้ามักเน้นเสมอว่าต้องร่วมมือกันให้ดี ไม่ว่าจิตที่ไม่ดีของท่านได้ทิ้งไปหรือยัง ท่านล้วนต้องร่วมมือกับทุกคนให้ดี เพราะเหตุใดจึงเกิดการโต้เถียงบ่อยๆในแต่ละแห่ง บางครั้งเถียงกันไม่ยอมจบ เหตุใดในระหว่างการการยืนยันความถูกต้องของฝ่า ความคิดเห็นจึงไม่เป็นเอกภาพอยู่เสมอ สิ่งนี้ค่อนข้างโดดเด่น ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงหลังๆนี้ ที่แท้คือปัญหาอะไร ตอบง่ายมาก ก็คือ ท่านกำลังยืนยันความถูกต้องของฝ่า หรือยืนยันความถูกต้องของตนเอง หากท่านกำลังยืนยันความถูกต้องของฝ่า คนอื่นว่าอะไรท่าน ท่านก็จะไม่หวั่นไหวเลย ถ้าคนอื่นโจมตีความคิดของท่าน ตีถึงคอหอยของท่าน ท่านรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าหากผู้อื่นออกความเห็นคัดค้าน ต่อประเด็นใดของท่านอย่างเจาะจง หรือไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่าน เมื่อท่านรู้สึกไม่สบายใจ ท่านก็จะลุกขึ้นโต้แย้ง แก้ต่าง เป็นเหตุให้เบนออกจากประเด็นโดยไม่สนใจ ถึงแม้จะเป็นการแก้ต่างด้วยเจตนาที่ดีที่สุด ท่านล้วนแต่กำลังยืนยันความถูกต้องของตัวเอง เพราะท่านไม่ได้วางต้าฝ่าไว้อันดับแรก ณ เวลานี้ สิ่งที่ท่านวางไม่ลงมากที่สุดคือ ตัวเอง

แต่ว่าความคิดของคนนั้นสลับซับซ้อน บางครั้งก็ไม่ง่ายที่จะแยกแยะ บางคนนั้นคิดพิจารณาเพื่อฝ่าอย่างแท้จริง คือรู้สึกว่าทำอย่างนี้ถูกต้อง ไม่ยึดติดกับตัวเอง เขาจึงเอาแต่ยืนกราน และบางคนพูดว่า ท่านยืนกรานอยู่อย่างนี้ ใช่หรือไม่ว่ากำลังยืนยันความถูกต้องของตัวเอง ดังนั้น ในเวลาอย่างนี้ทุกท่านจะต้องสุขุม ที่จริงหากล้วนคิดพิจารณาเพื่อฝ่า ปัญหาความไม่ร่วมมือกันก็จะไม่มี พวกเราอยู่ที่ไหนล้วนเป็นคนดี ทำเรื่องอะไร มิใช่ต้องคำนึงถึงคนอื่นก่อนหรือ แล้วเหตุใดระหว่างศิษย์ต้าฝ่าด้วยกันจึงไม่คำนึงถึงคนอื่นก่อนละ รู้สึกว่าพวกเราล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ ทุกคนล้วนกำลังบำเพ็ญ ไม่ต้องคำนึงถึงท่าทีระหว่างศิษย์ต้าฝ่าด้วยกันแล้ว ใช่ความคิดอย่างนี้หรือไม่ ไม่ถูกนะ พวกท่านอย่าลืมจุดนี้ พวกท่านคือคนที่กำลังบำเพ็ญ ไม่ใช่เทพที่กำลังบำเพ็ญ ดังนั้นต้องคำนึงผู้อื่น

ถาม: ผู้ฝึกเกาหลีกำลังอาศัยรูปแบบต่างๆ เพิ่มระดับการอธิบายความจริง ให้ฝ่ายต่างๆ และค่อยๆ ได้รับความสนใจ และการสนับสนุนจากฝ่ายต่างๆ ผลของการอธิบายความจริงยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ เริ่มมีผู้ฝึกใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เร็วๆ นี้ปรากฏมีผู้ฝึกหลายคนเกิดอุบัติเหตุ เคราะห์ร้ายถึงแก่ชีวิตติดต่อกัน คนหนึ่งรถยนต์ที่โดยสารเกิดพลิกคว่ำ คนหนึ่งจมน้ำเสียชีวิต คนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขณะทำงาน หนึ่งในจำนวนนั้นกระตือรือร้นในการอธิบายความจริงมาก หลังจากเกิดเรื่องหลายครั้ง ทำให้เกิดความหวั่นไหวในหมู่ผู้ฝึก

อาจารย์: เมื่อครู่ข้าพเจ้าเพิ่งพูดถึง การรบกวนการเจิ้งฝ่าและศิษย์ต้าฝ่าของอิทธิพลเก่า อิทธิพลเก่าทำไมจึงทำเช่นนี้ มันทำด้วยจุดประสงค์อะไร พวกมันรู้สึกว่า พวกท่านเหล่านี้ต่างมาบำเพ็ญกันแล้ว รู้สึกว่าต้าฝ่าดีกันทั้งหมด พวกท่านรู้ว่าฝ่าดีจากในฝ่าอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือว่าคนอื่นบอกว่าดีจึงพูดตามว่าดี หรือท่านรู้สึกว่าได้รับประโยชน์ ท่านจึงพูดว่าดี การบำเพ็ญและต้าฝ่านั้นเป็นเรื่องเข้มงวดมาก เขาสามารถทำให้คนสำเร็จเป็นเทพ อิทธิพลเก่าทนไม่ได้ จึงต้องทดสอบพวกท่าน เมื่อเห็นว่ามีคนถึงอายุขัยก็ให้เขาจากไปก่อน ดูซิว่าท่านยังจะพูดว่าต้าฝ่าดีไหม ท่านยังจะบำเพ็ญอยู่นี่ต่อไปอีกหรือไม่ นี่คือสิ่งที่อิทธิพลเก่าทำ ดังนั้นผู้ฝึกที่เกิดอันตรายต่อชีวิตนั้น ไม่อาจพูดว่าเขาไม่ดี และไม่อาจพูดว่าเขามีปัญหาหนักหนาอะไร ที่แท้ล้วนคืออิทธิพลเก่ากำลังก่อกวนโดยจับจุดอ่อนที่ใจคน ประการหนึ่งคือ ใจของผู้ฝึกหลายคนหวั่นไหว ถ้าหากผู้ฝึกกลุ่มนี้ล้วนบำเพ็ญได้ดีอย่างจริงๆ จังๆ ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ หากในใจผู้ฝึกบางคน มีจิตยึดติดยาวนานที่ทิ้งไม่ได้ ก็จะถูกรบกวน ประทุษร้าย “ฉันฝึกพลังแล้ว โรคภัยหายแล้ว สบายจริงๆ การดำรงชีพก็สะดวกดีแล้ว” การรับรู้หยุดอยู่ตรงนี้มาโดยตลอด ไม่อาจรับรู้ฝ่าจากในฝ่า ก็จะเกิดปัญหาได้ง่าย แน่ละไม่ใช่ว่าจะเป็นปัญหาประเภทนี้ไปเสียทั้งหมด แต่ไหนแต่ไรมา อิทธิพลเก่าก็ทำเช่นนี้ ปีนั้นผู้ฝึกในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ก็มีสถานการณ์อย่างนี้ในการบำเพ็ญ ดังนั้นในการบำเพ็ญต้องใช้ความคิดที่ถูกต้องไปรับรู้ ต้องรับรู้อย่างมีสติว่า การบำเพ็ญเป็นสิ่งที่เข้มงวดอย่างยิ่งยวด

แน่ละ ยังมีหลายเรื่องเกิดขึ้น เนื่องจากเดี๋ยวนี้ผู้ฝึกแต่ละแห่งล้วนสุขุมมากขึ้นแล้ว โดยพื้นฐาน ล้วนสามารถอยู่ในฝ่า รับรู้ได้แล้ว ปฏิบัติต่อเรื่องเหล่านี้อย่างถูกต้องแล้ว แต่ก่อนมักมีผู้ฝึกบางคนพูดกันว่า ในศูนย์ฝึกของพวกเรา คนนี้แสดงออกมาดีมากๆ เขาทำอย่างไร พวกเราก็ทำตาม ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน อย่าได้ทำเช่นนี้โดยเด็ดขาด และอย่าได้คิดเช่นนี้แม้แต่น้อย ผู้บำเพ็ญไม่อาจศึกษาจาก คนเขา ต้องยึดฝ่าเป็นอาจารย์ (เสียงปรบมือ) พอพวกท่านจะทำเช่นนี้ ไปคิดกันเช่นนี้เมื่อใด ก็จะเกิดปัญหาสองอย่าง หนึ่งคือ ท่านอาจจะทำให้ผู้ฝึกคนนั้นไปสู่ทางตัน อิทธิพลเก่าอาจทำให้เขาเกิดปัญหา จนกระทั่ง(ให้เขา)จากไปก่อน เป็นการทดสอบผู้ฝึกอื่นๆ พวกท่านล้วนแต่ดูเขา ในสถานการณ์อย่างนี้พวกท่านยังจะศึกษากันอีกหรือไม่ บำเพ็ญหรือไม่ ในสถานการณ์อย่างนี้ ยังมีคนคิดอย่างนี้จริงๆ คือ เขายังไม่ไหว แล้วฉันจะไหวหรือ ใจหวั่นไหวแล้ว นี่คือการเจาะช่องว่างของอิทธิพลเก่าใช่หรือไม่ แม้แต่ข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์ก็พูดไม่ออก อิทธิพลเก่าสามารถจะบอกว่า ท่านดูซิ ผลการทดสอบนี้เป็นอย่างไร พวกเราทำถูกแล้วใช่หรือไม่ ดังนั้นเมื่อความคิดถูกต้องไม่เข็มแข็ง ใจคนก็จะไม่สงบ พึงระวังไว้ ต้องยึดฝ่าเป็นอาจารย์ ท่านไม่อาจมองว่าใครบำเพ็ญเป็นอย่างไร แล้วก็ศึกษาจากคนเขา ไม่ศึกษาฝ่า

ปีนั้นในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อเริ่มมีการประทุษร้าย มิใช่มีผู้ฝึกอย่างนี้หรอกหรือ ผู้ฝึกหลายคน ต่างดูผู้ช่วยฝึกสอน ผู้ช่วยฝึกสอนทำอย่างไร เขาก็ทำอย่างนั้น ผู้ช่วยฝึกสอนยอมจำนนแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ทำตาม แน่ละ ผู้ฝึกก็คือผู้ฝึก พอสงบอกสงบใจหันกลับมาคิดพิจารณา ก็พบว่าไม่ถูกต้อง แล้วเริ่มต้นศึกษาใหม่ พบว่าการเข้าใจอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ทำผิดไปแล้ว แต่ว่าพูดถึงเรื่องนี้ มันทำให้เกิดรอยด่างพร้อยต่อตนเองแล้วใช่ไหม ตัวเองเคยทำเรื่องอย่างนี้ไหม ในฐานะผู้บำเพ็ญ นี่ไม่ใช่รอยด่างหรือ ดังนั้นการหวั่นไหวของใจคน จึงสามารถนำความยุ่งยากมาสู่สภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญได้ พึงระวังสิ่งเหล่านี้ไว้

ในระหว่างการบำเพ็ญล้วนอาจเกิดสถานการณ์อะไรก็ได้ บางคนมองว่ามีใครฝึกจนโรคหายหมดแล้ว โอ้ โรคหนักอย่างนั้นยังฝึกจนหายแล้ว โอ้คนนั้นฝึกจนหายจากโรคมะเร็งหมดแล้ว ฉันก็ไปฝึกบ้าง เขามาเพื่ออะไรหรือ มาเพื่อโรคมะเร็ง มาเพื่อรักษาโรค เขาไม่ได้มาเพื่อบำเพ็ญจริงๆ แต่ข้าพเจ้าทราบ แต่ละคนต้องมีจุดเริ่มต้นในการรับรู้ฝ่า อาจจะเริ่มต้นรับรู้อย่างนี้ อาจจะเริ่มต้นรับรู้อย่างนั้น แต่เมื่อก้าวเข้ามาแล้ว ก็ต้องจัดวางการศึกษาฝ่าเป็นอันดับแรก นี่จึงจะเป็นการบำเพ็ญ ฉะนั้นในระหว่างบำเพ็ญเมื่อท่านเข้าใจฝ่าได้อย่างแท้จริง จิตใจอะไรท่านก็ปล่อยวางได้แล้ว อืม ฉันก็ได้ฝ่าแล้ว อะไรฉันก็ไม่กลัวแล้ว ตายก็ตาย ถึงตายฉันก็ได้ฝ่าแล้ว ตายแล้วฉันยังจะเป็นอย่างไรเหรอ อย่างไรเสียก็ไม่ตกนรกหรอก ใช่หรือไม่ ฉันก็ได้ฝ่าแล้วล่ะ เช่นนั้นอันตรายต่อชีวิตของคนๆนี้จึงไม่มีแล้ว โรคก็ไม่มีแล้ว (เสียงปรบมือ) เพราะสภาพความนึกคิดที่แสดงออกมานั้น เขาเป็นผู้บำเพ็ญอย่างแท้จริง เขาเข้าใจได้อย่างแท้จริง ยกระดับขึ้นมาแล้ว จิตใจอะไรก็ปล่อยวางลงได้แล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาก็เหนือกว่าคนในจุดนี้ เดินข้ามเขตแดนของคนไปแล้ว โรคเป็นสิ่งที่จะเกิดคนธรรมดาสามัญ จิตที่คิดจะรักษาโรคปล่อยวางลงแล้ว โรคของเขาจึงหายแล้ว

บางคนไม่อาจปล่อยวางจิตที่คิดจะรักษาโรค(ของเขา)เป็นเวลายาวนาน โดยแท้จริงคนที่เป็นโรคซึ่งหมดทางรักษานั้น ที่จริงก็คือถึงอายุขัยแล้ว เป็นโรคที่รักษาไม่ได้แล้วใช่ไหม นั่นก็คือชีวิตจะสิ้นสุดแล้ว แต่เขาได้ศึกษาต้าฝ่าแล้ว แม้ว่าเขามาด้วยจุดประสงค์เพื่อการรักษาโรค ยอมให้เขาศึกษาฝ่าเรื่อยมา รับรู้ฝ่า และให้เขาได้เห็นตัวอย่างของจริง แต่เขายังคงไม่สามารถรับรู้ฝ่าจากในฝ่า เขาไม่อ่านหนังสือ และก็ไม่อาจเข้าใจจากในฝ่า เพียงแต่ฝึกพลังตามคนอื่น เขายังคงคิด โอ้ ฉันได้เป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนกงแล้ว ฉันก็กำลังฝึกพลังอยู่ โรคของฉันทำไมยังไม่หายละ การบำเพ็ญนั้นเป็นสิ่งที่เข้มงวด ในการทดสอบจิตใจของคนนั้น ไม่อาจคลุมเครือ ท่านยิ่งยึดติดก็ยิ่งให้ท่านรู้สึก ยิ่งทรมาน ท่านไปโรงพยาลบาลตรวจดู ก็ให้ท่านเห็นว่ามันเป็นหนักยิ่งขึ้น ถ้ายังไม่รับรู้ ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะท่านไม่ใช่ผู้ฝึกจริง ไม่ศึกษาฝ่าและไม่ทิ้งจิตยึดติดต่อโรค ท่านก็คือคนธรรมดาสามัญที่มาเพื่อรักษาโรคข้าพเจ้าถ่ายทอดต้าฝ่าด้วยจุดประสงค์จะช่วยเหลือคนจากรากเหง้าของชีวิต ไม่ใช่ด้วยจุดประสงค์เพื่อการขจัดโรคให้คนธรรมดาสามัญ ถ้าท่านสามารถบำเพ็ญได้จริง เมื่อท่านปล่อยวางความเป็น ความตายได้อย่างแท้จริง และไม่ใช่แสร้งทำให้คนดู แต่ตลอดเวลาในใจกลับปล่อยวางไม่ลง โรคอะไรของท่านก็สามารถหายได้ การบำเพ็ญ ระหว่างคนกับเทพ ต่างกันเพียงหนึ่งความคิด แต่หนึ่งความคิดนั้น เวลาพูดนั้นง่าย นั่นคือต้องผ่านพื้นฐานที่ลึกซึ้งแน่นหนาของการบำพ็ญจึงจะสามารถทำได้ ตนเองสามารถมุมานะศึกษาฝ่า ท่านจึงจะสามารถทำได้

แน่ละ ในรายที่เป็นเช่นนี้ โดยทั่วไปล้วนแต่อยู่ในต้าฝ่ามาเป็นเวลานาน ให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะถึงอย่างไรท่านก็ได้ฝ่าแล้ว ให้โอกาสมาโดยตลอด ไม่ต้องตาย ก็ให้โอกาสโดยตลอด แต่ตลอดเวลาที่ให้โอกาส คนๆนี้ก็ไม่รับรู้มาโดยตลอด บำเพ็ญมาหลายปีแล้ว เรื่องของต้าฝ่าก็ทำตาม(คนอื่น) แต่เขาไม่ได้ทิ้งจิตที่คิดรักษาโรคอย่างแท้จริง โดยแก่นแท้เขายังไม่ใช่ผู้ฝึก พอถึงอายุขัยก็จะจากไปคนธรรมดาสามัญก็สามารถทำเรื่องของต้าฝ่าได้ สิ่งที่เขาได้คือโชคลาภ ผู้บำเพ็ญทำเรื่องของต้าฝ่านั้นไม่แสวงหาโชคลาภของคนธรรมดาสามัญ หรือการดำรงชีพสุขสบายอย่างนั้นอย่างนี้ เพียงถือการยกระดับจิตเป็นสำคัญ ผู้บำเพ็ญไม่แสวงหาการได้เสียในโลก การยึดติดต่อโรคก็มิใช่การแสวงหาการได้เสียทางโลกหรือ บางคนพูดว่า ถ้าโรคนั้นหายแล้วฉันจะสามารถทำเรื่องดีๆมากมายเพื่อต้าฝ่า ทำไมโรคของฉันไม่หายนะ การหายป่วยของท่าน การบำเพ็ญของท่าน การเป็นศิษย์ต้าฝ่าของท่านนั้นล้วนมีเงื่อนไข คือเมื่อโรคของท่านหายแล้ว ท่านจึงค่อยบำเพ็ญ ท่านจึงจะยอมรับ การบำเพ็ญนั้นไม่มีเงื่อนไข ได้โดยไม่แสวงหา

แน่ละ เรื่องราวใดๆล้วนไม่ใช่จะตายตัว สำหรับหลักธรรมก็ต้องบรรยายกันอย่างนี้ สภาพการณ์ของคนหลายๆคนก็แตกต่างกัน ข้าพเจ้าเพียงยกตัวอย่างเช่นนี้ หากทุกท่านสามารถเข้าใจได้ก็จะทำได้ดี จิตยึดติดไม่ยอมวางก็จะทำได้ยากจริงๆ

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่าประเทศไอร์แลนด์ ฝากความระลึกถึงท่านอาจารย์ เป็นเวลานานมาแล้วที่ ทำเรื่องหงฝ่ากับการบำเพ็ญส่วนตัวไม่ดีพอ ยังมีเวลาชดเชยกลับคืนมาหรือไม่

อาจารย์: เช่นนั้นท่านก็ทำเถิด เวลานี้ยังไม่สิ้นสุด นี่ล้วนแต่เป็นเวลานะ(เสียงปรบมือ) ไม่ว่าตัวเองนั้นทำได้ไม่ดีอย่างไร อย่างไรเสีย อาจารย์ยังคงไม่คิดจะทิ้งพวกท่าน (เสียงปรบมือ)

เมื่อก่อนข้าพเจ้าเคยพูดไว้ ข้าพเจ้าว่าการเจิ้งฝ่าของจักรวาลนั้นเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง ฝ่าปรับโลกมนุษย์ก็เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง หรือพูดว่า อาจารย์จะทำเรื่องนี้โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่บรรยายหลักธรรมของตรีภูมิให้กับพวกท่าน ข้าพเจ้าเพียงบรรยายหลักธรรมของจักรวาลให้กับพวกท่านการสร้างชีวิตชนิดต่างๆของตรีภูมิ ความเป็นมาของชีวิต องค์ประกอบของชีวิต ประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์ทฤษฎีต่างๆของคนในโลก ศาสนา ตลอดจนถึงวิทยาศาสตร์ เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป้าหมายคืออะไร คนในโลกเกิดการทะเลาะเบาะแว้งต่างๆนานาเพื่ออะไร สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าล้วนแต่ไม่ได้บรรยายออกมา องค์ประกอบของตรีภูมิ สภาพการณ์ของร่างนภาที่ต่างกันในตรีภูมิ ข้าพเจ้าล้วนไม่ได้บรรยายให้กับพวกท่าน เพราะมันเป็นสิ่งที่เล็กเกินไปในท่ามกลางจักรวาล ไม่คู่ควรที่จะพูดเรื่องตรีภูมิในหลักธรรมใหญ่ มันต่ำเกินไป ข้าพเจ้าบรรยายหลักธรรมใหญ่ให้พวกท่าน ในนั้นได้ครอบคลุมถึงตรีภูมิแล้ว ต่อไปพวกท่านจะรู้เรื่องอะไรได้หมด เรื่องของตรีภูมิไม่ต้องให้ข้าพเจ้าบรรยายให้กับพวกท่าน ในอนาคตข้าพเจ้ายังจะต้องทำเรื่องของคน ในเวลานั้นก็ต้องบรรยายหลักธรรมของตรีภูมิแล้ว ในอนาคตจะทำเรื่องภายในตรีภูมิ ก็คือเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์

เพราะเรื่องนี้แบ่งทำเป็น 2 ช่วง ดังนั้นในจักรวาลจึงเกิดปรากฏการณ์ชนิดหนึ่ง ปรากฏการณ์อะไรหรือ ก็คือ ในตรีภูมินี้ถูกโอบล้อมเอาไว้มาโดยตลอด ชีวิตในตรีภูมิออกไปไม่ได้ ชีวิตนอกตรีภูมิก็เข้ามาไม่ได้ เดิมทีข้าพเจ้าปิดล้อมเอาไว้ องค์ประกอบที่อิทธิพลเก่าสร้างเอาไว้ตั้งแต่ยุคแรกยังมีอยู่ ยังชำระสะสางไม่หมด ก่อนที่จะทำถึงชั้นผิวของโลกมนุษย์ ส่วนนั้น องค์ประกอบของอิทธิพลเก่าก็ยังคงส่งผลกระทบที่ไม่ดีอยู่ เนื่องจากการเจิ้งฝ่ากับฝ่าปรับโลกมนุษย์นั้นแบ่งทำเป็น 2 ช่วง ดังนั้นต้องแยกตรีภูมิออกจากจักรวาล นับตั้งแต่ข้าพเจ้าเริ่มการเจิ้งฝ่า ในช่วงเวลาสิบกว่าปีนี้ ก็เคลื่อนสู่ข้างนอกจักรวาลมาโดยตลอด เทียนถี่(ร่างนภา)ของจักรวาลที่เหล่านักดาราศาสตร์มองเห็นนั้นล้วนไม่ใช่เทียนถี่(ร่างนภา)ในยุคแรกเริ่มแล้ว ตำแน่งของทางช้างเผือก ก็ไม่ใช่ตำแหน่งในยุคแรกเริ่มแล้ว ดาวต่างๆ ที่รายล้อมตำแหน่งของทางช้างเผือกนั้น ปัจจุบันนี้ก็ไม่เหมือนกันแล้ว เพราะตรีภูมิกำลังแยกห่างออกมาจากจักรวาล ในระหว่างขั้นตอนของการเคลื่อนย้ายนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแล้ว บอกว่าจักรวาลกำลังขยายตัว ที่แท้คือเทียนถี่(ร่างนภา)กำลังแยกห่างออกมาจากตรีภูมิ และตรีภูมิได้แยกห่างออกมาจากตำแหน่งเดิมไกลขึ้นเรื่อยๆแล้ว สิบกว่าปีมานี้ตรีภูมิเคลื่อนออกห่างจากจักรวาลอยู่โดยตลอด ในระหว่างขั้นตอนนี้ นักดาราศาสตร์ค้นพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมากของเทียนถี่(ร่างนภา) ดวงดาวที่ไม่เคยมีอยู่ก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว แล้วดวงดาวกับกาแล็คซี่ที่เคยมีอยู่หายไปไหนแล้วล่ะ เหตุใดจักรวาลจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเช่นนี้ล่ะ ที่แท้คือปรากฏการณ์ของตรีภูมิในขั้นตอนการเคลื่อนย้ายออกจากจักรวาล

เว็บเจิ้งเจียน (pure insight) ไม่ใช่รายงานข่าวไปแล้วหรือ จักรวาลกำลังค่อยๆ หายลับไปด้วยความเร็วเหนือแสง ทางช้างเผือกกำลังห่างออกมาจากจักรวาล ปัจจุบันเมื่อคนสามารถมองเห็นได้ถึงขั้นนี้แล้ว นั้นก็คือการแยกตัวออกได้มาถึงชั้นผิวนอกสุดแล้ว เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเริ่มทำเรื่องนี้ เทพจำนวนหนึ่งได้พูดกับข้าพเจ้า เรื่องที่ท่านทำคนในอนาคตย่อมจะมองเห็นได้ สุดท้ายคนจะค้นพบว่าท่านเป็นผู้ทำ เพราะปรากฏการณ์ต่างๆ จะค่อยๆรวมศูนย์เข้ามาที่ข้าพเจ้านี้แล้ว

หลังจากแยกห่างออกมา มิติข้างนอกทางช้างเผือก อะไรทั้งหมดก็ไม่คงอยู่แล้ว ว่างเปล่า กล่าวสำหรับคนนี่เป็นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ในอดีตดวงดาวข้างนอกทางช้างเผือก เทียนถี่(ร่างนภา)ที่มีอยู่เต็มไปหมดข้างนอกทางช้างเผือกล้วนหายไปหมดแล้ว รายงานข่าวเว็บเจิ้งเจี้ยน (pure insight) บอกว่าทางช้างเผือกของเราจะกลายเป็น “วิญญาณโดดเดี่ยว” ทำไมจึงเกิดปรากฏการณ์นี้ล่ะ ดูเหมือนคนจะมึนงงมาก รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ ไม่อาจเข้าใจได้เลย ในอดีตถ้าในจักรวาลเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทางช้างเผือกก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้แล้ว เมื่อแยกออกมาจากจักรวาลมันก็ดำรงอยู่ไม่ได้แล้ว ก็จะแยกสลายแล้ว การเจิ้งฝ่าของจักรวาลกับฝ่าปรับโลกมนุษย์นั้น แบ่งทำเป็น 2 ช่วง ตรีภูมิจึงต้องแยกออกมาจากจักรวาล ถ้าหากจักรวาลเจิ้งฝ่าเรียบร้อยแล้ว ทุกสิ่งก็จะใหม่หมด บริสุทธิ์ทั้งหมด แต่ตรีภูมินี้ยังคงสกปรกอยู่อย่างนั้น มันก็จะแปดเปื้อนจักรวาล ดังนั้นข้างในจักรวาลที่งดงามจะให้มีสถานที่ ที่สกปรกอย่างนี้ก็จะไม่ได้ ดังนั้นต้องย้ายออกมาทำเป็นเอกเทศ ดังนั้นจึงแยกห่างออกมา (เสียงปรบมือ) ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบเรื่องนี้แล้ว

ถาม: การแก้ไขตัวอักษรใน “ลุ่นอวี่” ที่แขวนอยู่บนผนัง จะทำอย่างไร

อาจารย์: “ ลุ่นอวี่ ” ที่แขวนอยู่บนผนังก็สามารถแก้ไขได้ ท่านก็ใช้สีแก้ ที่จริงวิธีอะไรก็ใช้ได้ทั้งนั้น

ถาม: จะช่วยผู้ฝึกใหม่ในประเทศจีนให้ก้าวออกมาได้อย่างไร

อาจารย์: ผู้ฝึกใหม่นั้นหนา ทุกท่านอย่าเพิ่งเป็นห่วงจนเกินไป เพราะเขายังมักจะต้องมีขั้นตอนของการรับรู้ระยะหนึ่ง หากเขาริเริ่มคิดจะทำเอง เช่นนั้นเขาก็ทำไป ถ้าเขาไม่คิดริเริ่มทำ ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราไม่ควรฝืนใจผู้ฝึกใหม่ให้มาทำ เพราะโดยแก่นแท้เขาก็เป็นผู้ฝึกใหม่

ถาม: ควรปฏิบัติอย่างไร ต่อบริษัทใหญ่ที่เตรียมไปลงทุนในประเทศจีน กับคนในครอบครัวที่จะกลับประเทศจีน

อาจารย์: คนในครอบครัวจะกลับประเทศ (คนที่)ไม่บำเพ็ญ กลับประเทศก็กลับไปเถอะ ผู้บำเพ็ญนั้นท่านอย่ากลับไปเป็นดีที่สุด กลับไปรอการประทุษร้ายหรือ ในฐานะศิษย์ต้าฝ่า ท่านไม่ทำเรื่องของต้าฝ่า ท่านเองจะอดใจไม่ได้ ไปทำท่านก็จะถูกประทุษร้าย ที่นี่ก็มีเรื่องที่ท่านควรทำ

พูดถึงว่ามีหลายบริษัทไปลงทุนในประเทศจีน เรื่องนี้ก่อนอื่นทุกท่านไม่ต้องสนใจมัน พวกท่านไปอธิบายความจริงก็แล้วกัน บอกคนว่าเรื่องราวต้าฝ่าเป็นอย่างไร ทำไมจึงถูกประทุษร้าย เปิดโปงการให้ร้ายที่เลวทรามต่ำช้าเหล่านี้ ซึ่งอาศัยพฤติกรรม (การกระทำ) ของรัฐบาลแสดงบทอันธพาลจัดทำข่าวลือ และเรื่องใส่ร้ายป้ายสี พูดออกมาทั้งหมด นำเรื่องการปราบปรามของพวกชั่วร้ายออกมาพูด บอกชาวโลก ให้ชาวโลกเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้อย่างชัดเจน ก็บรรลุเป้าหมายแล้ว ในการอธิบายความจริงก็เพียงพูดถึงระดับนี้ ไม่พูดเรื่องที่สูงขึ้นไป พูดถึงว่าบริษัทไหนไปลงทุนที่ไหน ถ้าหากมีโอกาส ท่านพูดได้เพียงว่า เนื่องจากพวกท่านไปลงทุน กลุ่มชั่วร้ายในประเทศจีนจึงมีเงินใช้มาประทุษร้าย ปัจจุบันมันชั่วร้ายขึ้นมาพวกท่านก็ทราบว่ามันช่างน่ากลัวใช่ไหม บริษัทของพวกท่านก็ถูกมันบีบบังคับใช่ไหม เขาจะไปลงทุนหรือไม่พวกเราไม่ยุ่งด้วย เพียงพูดกับพวกเขาด้วยเหตุผลระดับตื้นๆ

แต่ข้าพเจ้าคิดว่า เบื้องหน้าผลประโยชน์ บางคนสามารถรับฟังได้ บางคนไม่สามารถรับฟังได้ ฉะนั้นอันนี้ไม่ถือเป็นจุดสำคัญ จุดสำคัญคือบอกคนว่า ที่ฝ่าหลุนกงถูกประทุษร้ายนั้นมีมูลเหตุอะไร กับความชั่วร้ายของผู้ประทุษร้ายก็พอแล้ว เมื่อคนเข้าใจชัดในความชั่วร้ายเหล่านี้แล้ว ก็จะขจัดพิษร้ายในความคิดของเขาที่คอมมิวนิสต์จีนกุข่าวให้สื่อมวลชนโฆษณาชวนเชื่อออกไปได้ ท่านก็ช่วยเหลือเขาไว้ได้แล้ว เพียงก้าวนี้ก็สามารถทำให้เขาก้าวไปสู่ก้าวต่อไป ไม่เช่นนั้นพอฝ่าปรับโลกมนุษย์มาถึง พอพลังอันยิ่งใหญ่นั้นข้ามมา เจิ้งฝ่านั้นมีมาตรฐาน ในเวลานั้นไม่อาจจะมีโอกาสรับรู้อะไรได้อีกแล้ว จากจักรวาลที่สูงที่สุด จนถึงต่ำที่สุดล้วนเป็นมาตรฐานเดียวกัน เวลานั้นชีวิตนี้เป็นอะไรก็จะเป็นอย่างนั้น ในห้วงเวลาที่รวดเร็วที่สุดก็จัดการเสร็จสิ้นแล้ว ที่ควรกวาดทิ้ง ก็กวาดทิ้งไป ที่ควรเหลือรอด ก็เหลือรอดไป ที่ควรยกระดับก็ยกระดับ ที่ควรตกลงก็ตกลงมา ชั่วพริบตาก็ผ่านไปแล้ว ในสมองของชีวิตนี้บรรจุอะไรไว้ เขาก็จะเป็นสิ่งนั้น ดังนั้น ณ เวลานั้นก็ไม่มีโอกาสแล้ว ถ้าเขาชำระสะสางสิ่งที่เป็นพิษร้ายของกลุ่มอันธพาลออกไปได้หมด เขาก็จะสามารถผ่านก้าวนั้นไปได้ อย่างน้อยที่สุดเขาจะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของอนาคต

ถาม: ผมเป็นศิษย์ยุวชนไต้หวัน ผมขอเป็นตัวแทนศิษย์ยุวชนไต้หวันมอบดอกเหลียนฮวาดอกหนี่งขึ้นมาให้อาจารย์(หัวเราะ) (เสียงปรบมือ) ขอบพระคุณท่านอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

อาจารย์: ขอบใจนะ ดอกเหลียนฮวาน้อยนี้ช่างทำได้สวยงามมาก (เสียงปรบมือ) นี่เป็นความตั้งใจของศิษย์ต้าฝ่าในการอธิบายความจริงที่ยากลำบากมาก ทุกท่านช่างยากลำบากจริงๆแล้ว คิดวิธีการมากมายช่วยเหลือคน คนปัจจุบันนี้ช่วยได้ยากมากเลย ท่านต้องทำให้สอดคล้องกับทัศนคติของเขา เขาจึงอยากฟัง ท่านต้องพูดตามใจเขาๆจึงอยากฟัง หรือพูดว่าท่านช่วยเหลือเขา ก็ต้องมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือด้วย (หัวเราะ)

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ ญาติของผมก็ฝึกพลัง พูดได้ว่าเขานั้นพิเศษมาก ไม่ฟาเจิ้งเนี่ยน ไม่ทำเรื่องการอธิบายความจริง และศึกษาฝ่า ที่นอกเหนือจาก จ้วนฝ่าหลุนน้อยมาก ขณะนี้งานด้านต่างๆในยุคเจิ้งฝ่ายุ่งมาก ถ้าใช้เวลามากในการช่วยเหลือเขา รู้สึกว่ายากจะปรับเวลาให้เหมาะสม

อาจารย์: ใช่ ถ้าหากเป็นผู้ฝึกใหม่ ท่านก็เข้าใจเห็นอกเห็นใจเขา ถ้าหากเป็นผู้ฝึกเก่าเขาต้องผิดแน่นอนแล้ว พูดถึงว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร ไม่มีวิธีการพิเศษอะไร ดูว่าเขาผิดพลาดอยู่ตรงไหน ท่านก็ให้ยาที่ตรงกับอาการของเขา คลายปมในใจของเขา ค้นหาจิตยึดติดของเขา

ถาม: ทำอย่างไรจึงจะทำลายการจัดวางของ อิทธิพลเก่า ได้อย่างแท้จริง ก้าวออกจากความเห็นแก่ตัว เป็นศิษย์ในยุคเจิ้งฝ่าอย่างแท้จริง

อาจารย์: จักรวาลที่ผ่านมานั้นเป็นความเห็นแก่ตัว ก็จะพูดถึงคนก็แล้วกัน พอถึงช่วงเวลาสำคัญก็ไม่สนใจคนอื่น เมื่อข้าพเจ้าเริ่มต้นการเจิ้งฝ่า เทพกลุ่มหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าว่า ท่านนั้นสนใจเรื่องคนอื่นเสียจริง พวกท่านได้ยินแล้วรู้สึกนึกไม่ถึง เพราะพวกท่านนั้นคือชีวิตที่ต้าฝ่าสร้างขึ้นมาเพื่อการเจิ้งฝ่า และมีความสำนึกที่ถูกต้องเพื่อเขา(ผู้อื่น) ถ้าข้าพเจ้าไม่ทำ ชีวิตทั้งหมดก็จะจบสิ้นไปตามประวัติศาสตร์ ดังนั้นในฐานะที่เป็นชีวิตหนึ่ง สามารถจะคำนึงถึงคนอื่นในขณะทำเรื่องอะไรอยู่ และการให้อภัยทั้งหลายที่แสดงออกมา เป็นเพราะจุดฐานก็คือเพื่อเขา ( ผู้อื่น )

เมื่อผู้บำเพ็ญต้าฝ่าค้นพบว่าตัวเองมีความเห็นแก่ตัว เช่นนั้นก็ค่อยๆ ควบคุมมัน เมื่อรับรู้ได้แล้วท่านก็ก้าวรุดไปหนึ่งก้าวแล้วในการบำเพ็ญ เพราะผู้ที่ไม่บำเพ็ญนั้นจะไม่อาจรับรู้ได้ถึงจุดนี้ และไม่อาจพิจารณาเห็นว่าตนเองนั้นเห็นแก่ตัวหรือไม่ มีแต่ผู้บำเพ็ญจึงจะหวนกลับมาดูตนเองบ่อยๆ ค้นหาจากภายใน

ถาม: ต้าฝ่าตี้จื่อจากอู้ซุ่นขอกล่าวคำสวัสดีต่อท่านอาจารย์ (อาจารย์ ขอบใจทุกท่าน) ผมมีอุปนิสัยเชื่องช้า ปกติเวลาทำงานก็ค่อนข้างช้า ถูกตำหนิบ่อยๆ ต้องเปลี่ยนแปลงสภาวะการทำงานของตัวเองหรือไม่

อาจารย์: บางคนมีอุปนิสัยเชื่องช้า ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้ามีอุปนิสัยรวดเร็วมาก ข้าพเจ้าทำอะไรก็รวดเร็ว รวดเร็วมาก ท่านบอกว่าจะทำอะไร คนอื่นยังเตรียมตัวไม่เสร็จ ข้าพเจ้าก็ออกไปแล้ว (หัวเราะ) (เสียงปรบมือ) หมายความว่าที่ข้าพเจ้าบ่มเพาะจนมีอุปนิสัยรวดเร็วอย่างนี้ ทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าล้วนแต่กำลังฉกฉวยเวลา ฉกฉวยเวลา แน่นอนละอุปนิสัยเชื่องช้าก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดี เขาบ่มเพาะจนกลายเป็นความเคยชินอย่างนี้ แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ในเรื่องการช่วยเหลือคน พวกเราต้องเร่งมือสักหน่อย เป็นอันใช้ได้ (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ เสียงปรบมือ) และไม่ใช่ว่าจักต้องเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย

ชีวิตในจักรวาลก็เป็นเช่นนี้ แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน บางคนช้า บางคนเร็ว บางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียว บางคนหนักแน่น บางคนทำเรื่องอะไรก็ช้ามาก อันนี้ไม่ถือว่าเป็นการยึดติด แต่ว่านะ สำหรับเรื่องการช่วยเหลือคน ในเรื่องเหล่านี้ที่ต้าฝ่าตี้จื่อควรทำ สมควรต้องเร่งมือ อันนี้ข้าพเจ้าคิดว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับอุปนิสัยของท่าน ต่อให้ท่านช้าอย่างไรก็รู้ว่า “เร่งมือ” คืออะไร

ถาม: ผมเป็นศิษย์ใหม่ที่ได้ฝ่า รู้สึกร้อนใจมาก คิดจะเดินให้ดีบนเส้นทางการเจิ้งฝ่า ไม่ทราบว่าเป็นการยึดติดใช่หรือไม่ จะแยกแยะได้อย่างไร

อาจารย์: ผู้ฝึกที่เพิ่งได้ฝ่านั้น อย่าร้อนใจ หลายๆ เรื่องก็ไม่อาจเรียกร้องพวกท่านให้เหมือนกับผู้ฝึกเก่า แต่มีผู้ฝึกใหม่หลายคนแสดงออกมาได้ดีมาก และกำลังทุ่มเทในเรื่องของต้าฝ่าอยู่ กำลังทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง บางครั้งข้าพเจ้ารู้สึกจริงๆว่าผู้มาทีหลังนั้นการรับรู้สูงมาก การบำเพ็ญนั้นเป็นการค่อยๆก้าวขึ้นมาทีละก้าวๆ แต่ท่านกลับจะบินขึ้นมาในทันที เป็นเหมือนผู้ฝึกเก่า นั่นก็ไม่อาจเป็นจริง เพราะพวกเขาก็ค่อยๆขึ้นมาทีละก้าว ต้าฝ่าก็ได้รับแล้ว ท่านก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร ท่านก็ทำไปทีละขั้น สมควรทำอะไร ก็ทำอะไร ทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ หรือว่าสามารถรับรู้ได้ถึงขั้นไหน ก็ทำถึงขั้นนั้น นี่ล้วนไม่มีปัญหา

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ กรุณาอธิบายสักเล็กน้อย ถ้าหากศิษย์ต้าฝ่าร่วมมือกันได้เป็นอย่างดีตามที่ว่ากัน จะส่งผลกระทบต่องานอย่างไรบ้าง และหากร่วมมือกันไม่ดีผลลัพธ์คืออะไร

อาจารย์: หากพวกท่านร่วมมือกันได้ไม่ดี พวกชั่วร้ายก็จะเจาะช่องว่างได้ สร้างความยุ่งยาก เรื่องการยืนยันความถูกต้องของฝ่ามากมาย ใช่ว่าไม่มีทางจะทำได้ แม้ยากยิ่งไปกว่านี้ก็ยังมีหนทางเดินของพวกท่าน แม้ทางนั้นจะค่อนข้างแคบสักหน่อย ก็ต้องเดินให้เที่ยงตรง คลาดเคลื่อนนิดเดียว ไม่เที่ยงตรงนิดเดียวก็ไม่ได้ แต่ว่าพวกท่านก็พอยังมีทางเดินไปได้ หรือพูดว่าทุกท่านเดินให้มันตรง หากเดินไม่ตรง ก็จะถูกพวกชั่วร้ายในขณะนี้อาศัยในการเจาะช่องว่าง ทำการประทุษร้าย ที่จริงที่ข้าพเจ้าพูดเมื่อครู่ก็คือ เมื่อทุกท่านร่วมมือกันทำเรื่องอะไร ท่านกำลังยืนยันความถูกต้องของตัวเอง หรือการยืนยันความถูกต้องของฝ่า ก็คือประเด็นนี้

เดิมทีทุกท่านล้วนกำลังใคร่ครวญปัญหานี้ หากมีคนบอกว่าความเห็นของท่านไม่ดี แล้วท่านไม่อยากรับฟัง ถ้าไม่มีคนออกความเห็นคัดค้าน กระทั่งว่าความเห็นนี้ดีมาก ความเห็นนั้นก็ไม่เลว ไม่อยากผิดใจใคร ข้าพเจ้าว่าผู้ฝึกคนนี้ไม่ค่อยรับผิดชอบต่อการบำเพ็ญของตัวเองและต้าฝ่า ไม่กล้าเผชิญกับความขัดแย้ง ไม่กล้าเผชิญปัญหา มองเห็นปัญหาก็ไม่กล้าพูด ยึดติดกับตัวเองเกินไปแล้ว ก็คือความเห็นแก่ตัว หากขณะเผชิญกับปัญหาไม่ยึดติดตัวเอง ออกความเห็นอย่างสุขุมว่า ควรแก้ปัญหาอย่างไรดี ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อคนอื่นได้ยิน ก็จะไม่เกิดความไม่สบายใจ เพราะท่านทำเพื่อฝ่าก็คือจุดนี้

ยังมีอีกจุดหนึ่ง หากวิธีการที่ใครเสนออกมาถูกคว่ำไปจริงๆ และหากใครมีจิตใจไม่สงบ(เพราะเหตุนี้) เช่นนั้นเขาก็มีปัญหาจริงๆ โดยมากเวลาที่ปรึกษากันเรื่องการการยืนยันความถูกต้องของฝ่า เนื่องจากโจมตีบุคคล จึงหนีจากประเด็น พวกท่านลองตรวจสอบอย่างละเอียดดู ไม่เชื่อพวกท่านก็กลับไปทบทวนดู เมื่อพวกท่านกำลังพิจารณาปัญหาอะไรอยู่ พอเห็นใครหนีจากประเด็น คนที่หนีจากประเด็นนั้นต้องมีปัญหาแน่ (เสียงปรบมือ) คือคนที่หนีจากประเด็นนั้นยึดติดกับตัวเอง หรือโจมตีทัศนคติของเขา ในขณะที่ถูกจิตมนุษย์กระตุ้นใจก็ไม่สงบ ก็ไม่คำนึงเรื่องของต้าฝ่าแล้ว ในเวลานั้นก็จะถูกพวกชั่วร้ายใช้ประโยชน์ ยิ่งโต้เถียงก็ยิ่งห่างประเด็นไปเรื่อยๆ ให้พวกชั่วร้ายเจาะช่องว่างแล้ว เวลานั้นเขายังจะไม่สงบอย่างมาก ยิ่งไม่สงบมากขึ้น จิตมนุษย์ของเขานั้นกำลังถูกพวกชั่วร้ายเสริมให้หนักยิ่งขึ้น เขาก็ยิ่งไม่สอดคล้องกับสภาพการบำเพ็ญ พวกชั่วร้ายก็เจาะช่องว่างเพิ่มขึ้น ท่านว่าที่แท้การรับรู้ผิดทางนั้นมาจากไหนละ ไม่ใช่มาแบบนี้หรือ มันจึงอาศัยใช้จิตนั้นของเขา จากนั้นก็สร้างความคิดปลอมให้เขาสะท้อนออกมา เขาคิดว่ามันเป็นจริง เขารู้สึกว่ามีเหตุผลมาก พวกท่านล้วนไม่เข้าใจฉัน สุดท้าย พวกท่านล้วนไม่มีใครบำเพ็ญได้สูงเท่าฉัน พวกท่านต่างไม่มีใครรับรู้ฝ่าได้ดีเหมือนฉัน(หัวเราะ) สุดท้ายจึงเป็นเช่นนี้

ถาม: ความขยันขันแข็งของศิษย์ต้าฝ่าในนิวยอร์ก ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก คนธรรมดาสามัญหลายคน พอเห็นแผ่นป้ายแสดงการทรมานของพวกเรา ก็รู้สึกสะเทือนใจ แต่มีชาวตะวันตก แสดงความเห็นกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ภาพวาดที่น่ากลัวเหล่านั้น พวกเขาได้เห็นมากเกินไป ทำให้พวกเขาสูญเสียความรู้สึกร่วมกับพวกเรา ขอเชิญท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง

อาจารย์: ถ้าจะพูดว่าในขณะอธิบายความจริงของท่านทั้งหลาย การแสดงการทรมานนี้สะเทือนจิตใจคนในด้านที่ไม่ดีอย่างไร ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน สิ่งที่พวกท่านแสดงออกมาเป็นด้านที่ถูกต้องเที่ยงธรรม พลังงานก็เที่ยงธรรม มีเมตตา ไม่ทำให้คนเกิดการกระตุ้นในทางที่ไม่ดี ตรงกันข้าม ผู้ที่รู้สึกไม่สบายใจนั้นเกิดจากการที่คนๆนั้นมีความคิดที่ไม่ดี ภาพพระเยซูถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนในสภาพโลหิตไหลรินอย่างนั้น มือเท้าถูกตรึงด้วยตะปู กำลังหลั่งเลือดอยู่นั้นไม่ใช่แขวนอยู่ทั่วไปหรอกหรือ หลายร้อยปีมา หลายพันปีมา คนมิใช่เห็นกันอยู่หรือ หาใช่ปัญหาของภาพวาดโดยตัวมันเอง ขณะที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายอยู่นั้น ก็ไม่ใช่กำลังได้รับความทุกข์ทรมานอย่างเดียวกันอยู่หรอกหรือ ทุกท่านหาใช่กำลังสะท้อนสิ่งชั่วร้ายอยู่ในงานศิลปะ แต่พวกท่านกำลังช่วยเหลือคน บางคนที่สะท้อนความเห็นไม่ดีออกมา แน่นอนว่า ย่อมมีมูลเหตุอยู่ ความคิดของเขาต้องมีปัญหาอยู่แน่ บางทีความคิดของเขาคงถูกพวกชั่วร้ายควบคุมไว้ มิฉะนั้น ทัศนคติของเขาก็มีปัญหา ก็คือผู้ที่มีความรู้สึกร่วมกับศิษย์ต้าฝ่านั้น ก็มีทัศนคติที่ได้รับการปลูกฝังในสังคมคนธรรมดาสามัญ ในการรับรู้ ก็อาจเกิดความคิดว่ารู้สึกไม่สบายใจในจุดนี้ ไม่ต้องห่วง อธิบายให้มากอีกหน่อย ก็จะแก้ตกไปได้แล้ว

คนอยู่ในโลกก็ย่อมก่อเกิดทัศนคติที่ต่างกันได้ บางคนชอบกินเผ็ด บางคนชอบกินเปรี้ยว บางคนชอบกินหวาน บางคนชอบกินจืด นั่นคือความเคยชินที่ตนเองบ่มเพาะขึ้นมา หากจัดการแสดงหัสละครขึ้นมาเวทีหนึ่งในแมนฮัตตัน ก็อาจจะมีหลายๆคนไม่อยากดู ออกความเห็นคัดค้าน มนุษย์ก็เป็นอย่างนี้ มีทั้งด้านบวกและลบ คนก็เป็นอย่างนี้ มีการเสริมและต้านซึ่งกันและกันอยู่ ไม่อาจจะเหมือนกันไปเสียทั้งหมด บางทีคนที่รู้สึกว่าการแสดงการทรมานนั้นดีจะมีมากกว่า เพียงแต่เขาไม่พูดอะไร จึงไม่อาจคล้อยตามคนที่ในสมองมีอุปสรรคมาก แล้วก็ไม่ช่วยคนดี พวกเรากำลังช่วยเหลือชาวโลก บางคนทนดูไม่ได้ แต่มีคนมากกว่าที่ทนดูได้ คนจำนวนมากยิ่งกว่ารู้สึกสะเทือนใจ ตื่นตัว ได้รับการช่วยเหลือแล้ว

ถ้าเขารู้สึกว่ารับไม่ได้แล้ว ทุกท่านคิดดู ในสนามที่เที่ยงธรรมเช่นนี้ การเขียนเปิดโปงพวกชั่วร้ายอย่างชัดเจนเช่นนี้ โดยเฉพาะทุกสิ่งนี้ล้วนกำลังเกิดขึ้นในชีวิตจริงขณะนี้ เขายังยกปัญหาเหล่านี้ขึ้นมาอีก คนๆนี้กำลังมีปัญหา ใช่หรือไม่ ต้องมีปัญหาแน่ๆ ไม่ว่าทุกท่านจะขยันสักเท่าไรในการอธิบายความจริง ท่านทุ่มเทสักเท่าไร ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน บนโลกนี้ย่อมต้องมีคนที่ท่านช่วยไม่ได้อยู่เสมอ มักจะต้องมีคนส่วนหนึ่งที่ไม่อาจจะได้รับการช่วยเหลือแล้ว พวกเราไม่ควรท้อแท้ใจเพราะคนเหล่านี้ และไม่ควรหวั่นไหวเพราะคนเหล่านี้ พอคนส่วนหนึ่งพูดอย่างนั้นอย่างนี้แล้ว พวกเราก็หวั่นไหว แล้วทำตามเขา จะถูกต้องหรือ พวกเรานั้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงคน ย่อมไม่อาจถูกคนเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่พวกเราให้กับคน ล้วนเป็นสิ่งที่งดงาม พวกเรากำลังช่วยเหลือคน ไม่อาจคล้อยตามพวกที่ไม่ดีแล้วเหล่านั้น ขัดขวางการช่วยเหลือคน แล้วทำให้คนดีเหล่านั้นไม่ได้รับการช่วยเหลือ แน่ละ คนที่พูดว่าไม่ดีนั้นก็ไม่แน่ว่า(พวกเขา)จะไม่ดีไปทั้งหมด อาจเกิดจากทัศนคติของเขา แต่ในด้านนี้ทุกท่านต้องสุขุม มีสติสัมปชัญญะ อย่าถูกกระทบจากผู้อื่น อย่ารับการกระทบของคน ท่านต้องแจ่มชัดว่าตัวเองกำลังทำอะไร ท่านกำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต เรื่องที่ท่านทำเป็นเรื่องที่เที่ยงธรรมที่สุด (เสียงปรบมือ) ผู้ฝึกของเราทำเรื่องอย่างนี้ การแสดงการทรมานนี้ ได้ทุ่มเทความเพียรไปมากมายเท่าไร ต้องเอาชนะความยากลำบากมากมายเพียงไร ไม่ง่ายเลยนะ

ที่จริงสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ พวกเราต้องตื่นตัว พวกเราต้องมีเหตุผลอย่างเต็มที่ ที่จะพูด อย่างเต็มปากเต็มคำ(ฉาดฉาน) เราอย่ากล้าๆกลัวๆ ท่านมองไม่เห็นว่าท่านกำลังเดินอยู่บนเส้นทางชีวิตของเทพ (เสียงปรบมือ) ดังนั้นจึงต่างจากคนธรรมดาสามัญ ไม่ควรถูกกระทบเพราะคนธรรมดาสามัญ เรื่องเหล่านี้ที่พวกท่านกำลังทำในแมนฮัตตัน เทพต่างก็นับถือ ล้วนนับถือจริงๆ ไม่ว่าเทพเหล่านั้นจะส่งผลด้านบวกหรือส่งผลด้านลบ เขาทั้งหมดต่างนับถือ ชาวโลกก็เช่นกัน คุณค่าแห่งความดี ความเลวของสากลโลกนั้น มันไม่เปลี่ยนแปลง

ถาม: งานของต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่ามี ที่หนัก- เบา เร่งด่วน- ไม่เร่งด่วน หรือไม่ ถ้าหากมี เนื่องจากผู้ฝึกบางคนคิดจะทำงานของต้าฝ่าที่เป็นของชนชาติ หรือภาษาของตนเอง ควรจะวางลงก่อนหรือไม่ ถืองานของต้าฝ่าในขณะนี้เป็นสำคัญ

อาจารย์: คิดจะทำงานของต้าฝ่าที่เป็นของชนชาติหรือภาษาของตนก็ไม่ผิด อาจารย์ไม่อาจตอบปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมให้พวกท่าน เพราะผู้ฝึกแต่ละคน ต่างกำลังทำงานอธิบายความจริงช่วยเหลือสรรพชีวิต บางทีเขาอาจมีเรื่องที่เขาจำเป็นต้องทำ แต่ในเวลาที่มีความต้องการให้ทุกท่านประสานกันทั่วทั้งหมด ทำเรื่องอะไร ศิษย์ต้าฝ่าก็ต้องร่วมมือกันให้ดี

ถาม: คำถามของผมคือ ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ว่า ในวันที่การประทุษร้ายจบสิ้น ทุกสิ่งก็จะถูกกำหนดแน่นอนลงไปแล้ว ขอเรียนถามว่า เช่นนั้นคนธรรมดาสามัญที่ยังถูกปิดบังความจริง ยังจะมีโอกาสไหม

อาจารย์: ในสมองของชีวิตหนึ่งๆ บรรจุอะไรไว้ ก็จะเป็นอย่างนั้น ที่จะต้องชำระสะสาง ที่จะแก้ไขให้ดีงาม พอพลัง(เจิ้งฝ่า)ผ่านเข้ามาก็จบเรื่องแล้ว บางคนพูดว่าฉันเชื่อพรรคนั้น ฉันจึงทำเพื่อพรรคนั้น ถ้าหลักธรรมของจักรวาลถือว่าพรรคนั้นดี พอ(พลังเจิ้งฝ่า)ผ่านไป ท่านก็จะเหลือรอดต่อไป แต่หากหลักธรรมของจักรวาลถือว่าพรรคนั้นชั่วร้าย พอ(พลังเจิ้งฝ่า)ผ่านเข้ามา ท่านก็จะถูกขจัดทิ้ง ในเวลานั้นไม่อาจจะอธิบายความจริงได้อีก หรือให้โอกาสในการรับรู้อย่างไรได้อีก ในเวลานั้นจะไม่มีเรื่องนี้แล้ว ท่านบรรจุอะไรไว้ ท่านก็คือหน่วยหนึ่งของมัน ก็คือถือว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งของมัน ในสมองคนบรรจุอะไรไว้ก็คือหน่วยหนึ่งของมัน พอ(พลังเจิ้งฝ่า) ผ่านเข้ามาก็จบเรื่อง

ถาม: พวกเราได้เข้าร่วมขบวนพาเหรดของเขตเมืองของอเมริกาบ่อยๆ และได้รับการต้อนรับจากคนทุกวงการ เรียนถามว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อให้สรรพชีวิตรู้จักต้าฝ่า โดยสอดคล้องกับสภาพของคนธรรมดาสามัญมากที่สุด เมื่อพบกับความเห็นที่ต่างกัน ควรจะให้ผู้ฝึกร่วมกันถกปัญหาหรือ ควรรวบรวมข้อมูลรายงานให้อาจารย์ดี

อาจารย์: เมื่อประสบกับปัญหา พวกท่านควรร่วมกันถกปัญหา เพราะท่านกำลังบำเพ็ญ ไม่ใช่ว่าพอท่านพบปัญหา ก็บอกให้อาจารย์ไปบำเพ็ญ (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) ใช่ไหม ดังนั้น พอพวกท่านพบกับปัญหา พวกท่านควรวิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรดี ในการเอาชนะความยากลำบากก็ดี หลังจากมีความเห็นตรงกันแล้วสามารถทำได้ก็ดี นี่ก็คือโอกาสในการสถาปนาธรรมานุภาพของพวกท่าน ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนของการสุกงอมของพวกท่าน ขั้นตอนของการก้าวสู่อนาคตของพวกท่าน เป็นก้าวหนึ่งของการเดินบนเส้นทางของเทพ (เสียงปรบมือ) อย่าส่งปัญหารูปธรรมมาให้อาจารย์ (ที่ประชุมหัวเราะ)

จะให้สรรพชีวิตรู้จักต้าฝ่าได้อย่างไร หลังจากที่พวกท่านอธิบายความจริง หากทำให้คนเข้าใจการประทุษร้ายครั้งนี้ได้จริงๆ ในขณะเดียวกันก็ทำให้คนเข้าใจว่าต้าฝ่านั้นถูกต้อง ก็ใช้ได้แล้ว ถ้าคนๆนี้รู้สึกว่า ฝ่าหลุนกงดี เขาแสดงออกว่าต้องการรู้สถานการณ์ของฝ่าหลุนกงเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ท่านก็สามารถพูดกับเขาในระดับต่ำที่สุดว่า ฝ่าหลุนกงสอนให้คนเป็นคนดีอย่างไร สุดท้ายท่านสามารถบอกเขาว่า พวกเราต้องการเป็นคนดีที่ดียิ่งขึ้น บรรลุการหยวนหมั่น เพียงเท่านี้ก็พอ ที่มากไปกว่านี้ท่านไม่ควรพูด ถ้าท่านพูดสูงขึ้นไปอีก ท่านก็จะทำให้เขาตกใจกลัวได้

เขตแดนความคิดของคนนั้นต่างกัน อย่างเช่นหากเป็นเด็กชั้นประถมหนึ่งคนหนึ่ง ท่านบรรยายบทเรียนในขั้นมหาวิทยาลัยให้เขาฟัง เขาก็จะไม่ไปโรงเรียนแล้ว เขาก็จะโดดเรียน (เสียงปรบมือ) พวกท่านนั้นก็ค่อยๆบำเพ็ญ ทีละก้าวๆจนมาถึงเขตแดนนี้ ระดับชั้นนี้ ท่านคิดจะบอกเขาแบบหมดเปลือก ก็เท่ากับท่านคิดจะดึงเขาจากคนธรรมดาสามัญขึ้นมาสูงเท่ากับท่านอย่างนี้ในทันที (หัวเราะ) ข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์ก็ไม่เคยทำอย่างนี้ ข้าพเจ้าสามารถจะให้ชีวิตหนึ่งหลังจากละทิ้งองค์ประกอบในระดับต่ำทั้งหมดแล้วจะขึ้นสูงไปเท่าไรก็ได้ และ ณ ระดับสูงเพียงไรก็สามารถสร้างสรรพชีวิตได้ แต่หากจะให้ชีวิตหนึ่งในระดับชั้นต่ำทางความคิด รับรู้ได้สูงอย่างนั้นในทันทีทันใดโดยทั่วไปชีวิตนี้ก็จะทนไม่ได้ ดังนั้นคนต้องไปทีละก้าวๆ จึงจะสามารถรับรู้ได้ ทำไมไม่ให้ทุกท่านพูดสูงมากละ ทำไมจึงบอกให้ทุกท่านไปอธิบายความจริงด้วยสติสัมปชัญญะ ก็คือสาเหตุนี้ ดังนั้นผู้ฝึกที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ เมื่อเวลาอธิบายความจริง ในทันใดก็พูดสูงมาก กระทั่งพูดกับเจ้าหน้าที่รัฐก็พูดแบบเหลือเชื่อว่า อาจารย์ของฉันเป็นใคร (ที่ประชุมหัวเราะ) ผู้คนก็จะรู้สึกว่าท่านพูดเพ้อเจ้อ ไม่ควรอธิบายความจริงแบบนั้น การรับรู้ของผู้บำเพ็ญนั้นเป็นการบำเพ็ญขึ้นมาทีละก้าวๆ คิดจะบอกให้คนธรรมดาสามัญรับรู้ได้สูงอย่างนั้นในฉับพลัน คนทั่วไปย่อมยากที่จะเข้าใจได้ เมื่อไม่เข้าใจก็จะเกิดผลลัพธ์ตรงกันข้าม ก็จะเกิดผลในทางบ่อนทำลายอย่างแท้จริง

ถาม: ที่แซนติเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงสองปีมานี้มีผู้ฝึกจำนวนหนึ่งเข้ามาได้ฝ่า และแต่ละสัปดาห์ มีผู้มีวาสนามาเรียนฝึกพลัง ผู้ฝึกใหม่บางคนมีความสามารถมาก และมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมงานการการยืนยันความถูกต้องของฝ่าจะให้ผู้ฝึกใหม่ทำสามเรื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นเลย หรือว่าให้พวกเขาเพียงศึกษาฝ่า ฝึกพลัง หลังจากช่วงหนึ่งแล้วค่อยให้เข้าร่วมงานการการยืนยันความถูกต้องของฝ่า

อาจารย์: พวกท่านกำลังคนขาดแคลน คิดจะรีบหาผู้ฝึกใหม่ที่มีความสามารถเข้าร่วม ข้าพเจ้ารู้สึกว่าอย่าเพิ่งรีบ เพราะอะไรละ เนื่องจากเวลาที่ผู้ฝึกเก่าถกปัญหากัน ท่าทีที่แสดงออกมาโดยไม่ระวังตัวแบบนั้น จะทำให้ผู้ฝึกใหม่ตกใจกลัว พลังงานของพวกท่าน คำพูดที่พวกท่านพูดออกมา เดิมทีไม่แรง แต่เขาฟังดูแล้วจะรู้สึกแรงมาก เสียงของพวกท่านไม่สูง แต่เขาฟังแล้วเหมือนฟ้าผ่า ในความคิดของเขานั้นจะรู้สึกอย่างนี้ ดังนั้นรอจนผู้ฝึกใหม่มีการรับรู้ที่แน่นอนระดับหนึ่งแล้ว เข้าใจได้แล้ว ค่อยๆยกระดับขึ้นมาแล้ว อย่างน้อยที่สุด เมื่อเขามีความเข้าใจต่อต้าฝ่าลึกซึ้งเพียงพอสักหน่อย ค่อยให้เข้าร่วม เช่นนั้นก็จะไม่ถึงกับทำให้เขาไม่เข้าใจ แล้วไม่บำเพ็ญเลย

ถาม: ตั้งแต่เริ่มการประทุษร้ายเป็นต้นมา ดิฉันจมอยู่ในเรื่องค้นคว้าวิจัยในหลักสูตรการเรียน ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ไม่มีเวลามากพอจะทำเรื่องของต้าฝ่า หรือใช้เวลาทำเรื่องของต้าฝ่าได้ 100 % จะบรรลุถึงระดับชั้นสูงเช่นเดียวกันหรือไม่

อาจารย์: ถ้างานของท่านนี้ไม่สามารถปลีกตัวได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ท่านทำงานของท่านเสร็จแล้ว ในขณะเดียวกัน ท่านก็เจียดเวลาศึกษาฝ่า ใช้โอกาสที่สามารถหาได้ ทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ หรืออธิบายความจริง เพราะย่อมต้องมีทั้งงานยุ่งและไม่ยุ่ง ไม่ใช่ว่าประเดี๋ยวทุกคนก็มีงานยุ่งกันทั้งหมด และไม่ใช่ว่าประเดี๋ยวทุกคนก็ว่างกันทั้งหมด บางคนก็มีงานยุ่ง บางคนก็ไม่ยุ่ง แต่ไม่ว่าเรื่องใดๆ ในฐานะเป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเป็นสูตรสำเร็จไม่เปลี่ยนแปลง ท่านจะยุ่งในชั่วขณะก็ดี ไม่ยุ่งก็ดี ท่านควรทำอะไรก็ทำอะไร ทุกสิ่งย่อมจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่า อย่าได้แยกตัวออกไปเพราะงานยุ่ง บอกว่าฉันไม่ทำอะไรแล้วและไม่ศึกษาฝ่าแล้ว และมีบางคนบอกว่าเพราะว่างานยุ่ง ฉันจึงร้อนใจ ล้วนไม่ถูกต้อง ให้ทำไปตามสภาพการณ์ของตนเองก็แล้วกัน

รวมทั้งการอธิบายความจริงในแมนฮัตตัน ผู้ที่มีกำลัง มีเงื่อนไขก็มาได้ ถ้าเงื่อนไขด้านต่างๆไม่อำนวยก็ไม่ต้องมา ไม่ใช่ว่าทุกท่านจะต้องทำอย่างไรๆ ล้วนขึ้นกับใจของทุกท่าน นั่นจึงจะเป็นจริง แต่ไหนแต่ไรมา อาจารย์ไม่เคยสั่งว่าพวกท่านต้องทำอะไร ข้าพเจ้าเพียงแต่บอกว่าสมควรทำอย่างไร ดังนั้นผู้ฝึกบางคนก็จะไปทำกัน ทำตามเงื่อนไข กำลังความสามารถ ทำสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ ผู้ที่ไม่มีเงื่อนไข หรือกำลังความสามารถไปฝืนทำก็ไม่ถูก เพราะหากท่านฝืนทำ ก็จะนำความยุ่งยากมาสู่การดำรงชีวิตและสภาพการบำเพ็ญของท่าน นี่ไม่ถูก

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่าตุรกี ฝากสวัสดีท่านอาจารย์ ท่านคิดจะไปเยือนตุรกีเมื่อไร ท่านมองตุรกีอย่างไรบ้าง

อาจารย์: ร่างหลักของชนชาติใดๆ บนโลกล้วนแต่มาเพื่อต้าฝ่า ดังนั้นในช่วงการถ่ายทอดต้าฝ่า ข้าพเจ้าไม่อยากจะปล่อยให้ชนชาติใดตกหล่นแม้แต่ชนชาติเดียว ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกให้พวกท่านไปอธิบายความจริง ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละแห่งต้องทำเรื่องที่ตนเองสมควรทำให้ดี สรรพชีวิตกำลังรอยคอยพวกท่านนะพูดถึงว่าเมื่อไรข้าพเจ้าจะไปตุรกี เมื่อมีโอกาสก็ต้องไปแน่ (เสียงปรบมือ) ในอนาคตข้าพเจ้าจะเดินทางไปทั่วทุกมุมโลก (เสียงปรบมือ ดังกึกก้อง) เพราะคนที่ท่านช่วยไว้ในระหว่างการอธิบายความจริงนั้นข้าพเจ้าจะต้องดูแลทั้งหมด (เสียงปรบมือ)

ถาม: ศิษย์เห็นว่าผู้บำเพ็ญบางคน โดยมากหลังจากที่แสดงบทเป็นตำรวจ ที่จุดแสดงการทำ ทารุณกรรมแล้ว จะมีจิตมารมากกว่าเมื่อก่อน เกี่ยวข้องกันหรือไม่

อาจารย์: ไม่มี อันนี่เป็นผลจากปฏิกิริยาจากจิตใจตนเอง (หัวเราะ) กลับมาศึกษาฝ่า ปรับแก้สักหน่อย ก็ไม่มีปัญหาแล้ว

ถาม: เมื่อเร็วๆนี้ ศิษย์ต้าฝ่าส่วนหนึ่งได้เปิดศูนย์ศิลปะ เปิดเป็นโรงเรียนศิลปะแห่งหนึ่ง สำหรับสังคมคนธรรมดาสามัญ เรียนเชิญท่านอาจารย์ชี้แนะ ในขณะที่ต้าฝ่ามีโครงการเป็นจำนวนมากและเงินทุนก็มีจำกัด เราควรแสดงบทบาทให้ดีได้อย่างไร ก่อนที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์จะมาถึง

อาจารย์: การเปิดบริษัท เปิดโรงเรียนของศิษย์ต้าฝ่านั้น ข้าพเจ้าคิดว่าล้วนเป็นกิจกรรมตามปกติของสังคม ประการหนึ่งสามารถจัดการปัญหาการครองชีพของตนเอง ในเวลาเดียวกันก็สามารถสร้างโอกาสในการทำงานให้กับเพื่อนผู้บำเพ็ญ อีกประการหนึ่ง ผ่านกิจกรรมทางสังคมเหล่านี้ ก็สามารถติดต่อกับคนธรรมดาสามัญจำนวนหนึ่ง ดังนั้นกล่าวสำหรับพวกเขาแล้ว น่าจะได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น

จะยึดกุมบทบาทก่อนที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ให้ดีได้อย่างไร อันนี้ทุกท่านทำไปตามกำลังของตนก็แล้วกัน โรงเรียนสอนศิลปะกับกิจการอื่นนั้นแตกต่างกัน การสอนในโรงเรียนศิลปะ สอนความจริง ความเมตตา ความอดทน ให้คนเป็นคนดี และสามารถเข้าร่วมงานศิลปะที่ศิษย์ต้าฝ่าจัดขึ้นได้ด้วย ให้ชาวโลกได้เห็นโฉมหน้าทางจิตใจ อีกด้านของศิษย์ต้าฝ่า ดูซิว่าเป็นพรรคนั้นกับหัวหน้ามารใหญ่ตนนั้นที่ชั่วร้าย หรือว่าศิษย์ต้าฝ่าเป็นฝ่ายที่ดี ควรพูดได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ดีเรื่องหนึ่ง งานราตรีฉลองปีใหม่เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีของชาวจีนโพ้นทะเลของ “ ซินถังเหริน” นั้น จุดประสงค์คือ เพื่อติดต่อ สร้างความสัมพันธ์กับชาวจีนโพ้นทะเลให้มากขึ้น อธิบายความจริง เพื่อสะดวกในการช่วยเหลือพวกเขา รายการแสดงศิลปะวรรณคดีนั้นหากท่านทำไม่ดี ก็จะไม่มีคนดู และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือสรรพชีวิต หากแสดงดี ก็จะสามารถก่อเกิดผลเช่นนี้ อย่างน้อยที่สุดคือ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ถ้าทำให้เกิดประสิทธิผลออกมาได้จริงๆ เช่นนั้น ก็มาร่วม(เสนอผลงาน)ในงานราตรีศิลปะวรรณคดี ล้วนแต่เป็นเรื่องดี

ถาม: ผู้ฝึกบางคนบำเพ็ญมาเป็นช่วงเวลานานแล้ว ดูเหมือนว่าก็เห็นความสำคัญของการการยืนยันความถูกต้องของฝ่า แต่ไม่ก้าวหน้า ตลอดมา จะช่วยพวกเขาอย่างไรดี

อาจารย์: ไม่มียาวิเศษ แต่ละคนล้วนต้องบำเพ็ญอย่างจริงจัง จึงจะบำเพ็ญขึ้นมาได้ คนไม่ก้าวหน้านั้น ลองดูว่าปมในความคิดของเขาอยู่ที่ไหน การที่มีความเข้าใจในเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าต้องทำไม่ดีพอนั้น ย่อมต้องมีสาเหตุ ปัจจุบันเขามองเรื่องอะไรว่าสำคัญที่สุด เพราะเขาเป็นผู้ฝึกใช่ไหม ก็ต้องรับผิดชอบต่อเขา ต้องไปพูดกับเขา ถ้าเป็นคนธรรมดาสามัญก็ไม่ต้องไปห่วง คนธรรมดาสามัญว่าอะไรสำคัญก็ได้ทั้งนั้น เมื่อคนไม่คิดจะบำเพ็ญ พวกเราก็ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น เมื่อบำเพ็ญแล้ว ถ้าคนๆนี้ตามไม่ทัน ตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางการประทุษร้ายของพวกชั่วร้าย ดังนั้นทุกท่านต้องรับผิดชอบต่อเขา

ถาม: หนังสือพิมพ์ที่ศิษย์ต้าฝ่าทำ รายงานเรื่อง “9 บทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์” ทำได้ดีมาก แต่ผมห่วงว่าคนธรรมดาสามัญที่ไม่เข้าใจจะพูดได้ว่า พวกเราเล่นการเมืองหรือเปล่า

อาจารย์: ไม่ใช่ ใครๆก็รู้ว่าพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน ประทุษร้ายฝ่าหลุนกง พวกเราเพียงแต่บอกพวกเขาว่า เหตุใดพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน ประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ขณะเดียวกัน พวกเราต้องการบอกพวกเขาว่า เป้าหมายที่มันประทุษร้ายคืออะไร เหตุใดคอมมิวนิสต์จีนต้องประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ฝ่าหลุนกง กับ คอมมิวนิสต์จีนมีความขัดแย้งอะไรกัน ดังนั้นพวกเราก็ต้องบอกว่าพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน คืออะไร เหตุใดจึงต่อต้าน เจิน ซั่น เหยิ่น แต่กล่าวในฐานะการบำเพ็ญ ในการบำเพ็ญอธิบายความจริงของแต่ละคน โดยหลักแล้วจะไม่แทรกเรื่องเหล่านี้เข้าไป ในสื่อมวลชนทำการเปิดโปงคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า กับการช่วยเหลือสรรพชีวิตนั้น มีความสัมพันธ์กันอย่างสำคัญ การประทุษร้ายฝ่าหลุนกงนั้น การปราบปรามทำในชื่อของพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน ในท่ามกลางการประทุษร้ายก็แพร่พิษให้คนมากมาย เพื่อที่จะช่วยคนเหล่านั้น จึงสมควรบอกให้ผู้คนมองดูมันให้ชัดเจน

หมิงฮุ่ย ไม่ได้รายงานสิ่งเหล่านี้ เพราะในส่วนนี้ที่ใกล้กับการบำเพ็ญต้าฝ่าสักหน่อย จะไม่ถือว่ามันเป็นจุดสำคัญ การรายงานของสื่อมวลชนก็เป็นการช่วยเหลือสรรพชีวิตเหมือนกัน

พูดถึงว่าประเทศจีนในอนาคต ใครจะมาปกครอง เขาอยากจะให้ใครปกครอง ไม่เกี่ยวกับพวกเรา เขาดี เขาไม่ดี นั่นล้วนเป็นเรื่องของคน พวกเราคือผู้บำเพ็ญ ท่านไม่ประทุษร้ายพวกเรา พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเปิดโปงท่าน เมื่อกล้าที่จะทำเรื่องเลว เหตุใดจึงไม่กล้ารับผิดชอบ

ถาม: ในระยะหลังนี้ เนื่องจากงานอธิบายความจริงในแมนฮัตตันและงานราตรีฉลองปีใหม่ ผู้ฝึกที่จัดทำรายการของ“ฟ่างกวงหมิง” ต่างยุ่งอยู่กับสองรายการนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จัดทำงานของ“ฟ่าง กวงหมิง” แล้ว

อาจารย์: เรื่องนี้อาจารย์ไม่อาจจะพูดอะไรได้ เพราะเป็นเรื่องที่ตัวพวกท่านเองต้องร่วมกันประสานให้ดี ต่างก็เป็นเรื่องสำคัญ รายการ(ภาพยนตร์)ที่ถ่ายทำโดย “ฟ่างกวงหมิง” ข้าพเจ้าดูทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเดียว (เสียงปรบมือ) ดังนั้นทุกด้านล้วนแต่สำคัญ พวกท่านอย่าได้ละเลยสิ่งเหล่านี้ ละเลยสิ่งเหล่านั้น ที่จริงข้าพเจ้าก็เห็นว่าพวกท่านมีงานยุ่งจริงๆ คนหนึ่งทำตั้งหลายอย่าง ยังคงเป็นเรื่องที่พวกท่านต้องร่วมกันประสานกันเอง เรื่องที่เป็นรูปธรรมอาจารย์ไม่อาจจะพูด

ถาม: (คำแปล) เหตุใดต้าฝ่าสร้างนภาใหญ่(ต้าเฉวียง)แล้วยังมีสภาพการณ์ที่ไม่เที่ยงธรรมอยู่ในวันนี้ จึงต้องให้อาจารย์มาปรับนภาใหญ่ ศิษย์ต้าฝ่า เมืองแฮมิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ฝากสวัสดีท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ) คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลในอดีต กำหนดวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงในจักรวาล คุณสมบัติพิเศษอะไรหรือ ก็คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับสูญ ว่างเปล่า นี่คือจักรวาลในอดีต จักรวาลนั้นใหญ่มาก เมื่อ(จักรวาล)ส่วนน้อยหรือเฉพาะส่วนเกิดการเสื่อมไป ดับสูญ ก็ระเบิดทิ้งไป ระเบิดทิ้งแล้วก็คือ ว่างเปล่า หลังจากวางเปล่าแล้ว สสารมันยังคงอยู่ใช่ไหม เทพก็อาศัยสสารที่ดับสลายเหล่านี้สร้างจักรวาลชั้นนั้นขึ้นมาใหม่ สภาพการณ์นี้คลายกันมาก กับการผลัดเซลล์ใหม่ของร่างกายคน ถ้าเกิดปัญหาในขอบเขตที่กว้างขวางยิ่งไปอีก ขอบเขตที่กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น ก็ต้องระเบิดทิ้ง จากนั้นก็สร้างชีวิตใหม่ออกมา ไม่มีใครเลยที่รู้สึกว่า การผลัดเซลล์ใหม่ของตัวเอง จะเกี่ยวข้องกับ ความเมตตา หรือไม่เมตตา กล่าวสำหรับเทพชั้นสูงยิ่งขึ้น การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับสูญ แบบนี้ในจักรวาล ก็เหมือนกับที่คนรับรู้เรื่องการผลัดเซลล์ ไม่มีแนวคิดเรื่องเมตตาหรือไม่เมตตา จักรวาลนั้นมีชีวิต เซลล์ส่วนใดของร่างอินทรีย์นี้ใช้ไม่ได้แล้ว เช่นนั้นก็ขจัดของเก่าทิ้งไป เปลี่ยนเป็นของใหม่ ดังนั้นพอปรากฏออกมาที่ตัวคนนี้ ก็จะเป็นอย่างนี้คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

จักรวาลในอนาคต จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านนี้ พอถึงเวลาเสื่อมไปก็จะหล่อหลอมมัน(หยวนหรง) เปลี่ยนมันใหม่ ทำให้มันเปลี่ยนกลายเป็นดี ซึ่งไม่เหมือนกับจักรวาลเก่า (เสียงปรบมือ)

ชีวิตในอนาคตล้วนเป็นไปเพื่อเขา(ผู้อื่น) ชีวิตในอดีตล้วนเป็นเพื่อตัวเอง (เสียงปรบมือ) บางชีวิตเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ก็ไม่สนใจชีวิตอื่นเลย ในโลกมนุษย์ก็ปรากฏออกมาอย่างสุดโด่ง ชาวโลกบางคนนั้นเพียงเพื่ออารมณ์ชั่ววูบของตน ก็ไม่สนใจว่าจะทำร้ายผู้อื่นอย่างไร ไม่เคยคำนึงถึงผู้อื่นความเห็นแก่ตัวนี้ บางคนแสดงออกมาอย่างร้ายกาจมาก บางคนเอาแต่รังแกคน มองคนอื่นไม่ขึ้น ไม่มีใครให้สิทธินี้แก่เขา พวกท่านไม่อาจเป็นเช่นนี้ ผู้บำเพ็ญต้าฝ่าล้วนไม่อาจเป็นเช่นนี้ได้

ถาม: ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ให้การช่วยเหลือด้วยความเมตตา ขอความกรุณาช่วยให้พวกเราเข้าใจว่าจะใช้เทคนิคความสามารถ ต่างๆที่ได้รับจากสังคมคนธรรมดาสามัญ มาช่วยในการอธิบายความจริงได้อย่างไ

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่า ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนล้วนแต่กำลังใช้ความสามารถของตนในการช่วยเหลือ สรรพชีวิตยืนยันความถูกต้องของฝ่า ทีวี วิทยุ เว็บไซต์ สื่อที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้น มีเป้าหมายเดียวกัน คือเพื่อการอธิบายความจริงทั้งสิ้น ปัจจุบันสื่อมวลชนในสังคมล้วนถูกคอมมิวนิสต์จีนซื้อไว้แล้ว ถูกหัวหน้ามารใหญ่ ของกลุ่มอันธพาลตนนั้นซื้อไว้แล้ว ไม่มีใครรายงานสถานการณ์ที่พวกเราถูกประทุษร้าย ดังนั้นสภาพการณ์ที่สุดวิสัยนี้ ศิษย์ต้าฝ่าก็ต้องร่วมประสานกันทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา นั่นก็พูดได้อีกอย่างว่า ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกท่านกำลังทำด้วยความคิดริเริ่มของตัวเอง ไม่มีสักเรื่องที่อาจารย์นำพา(พวกท่าน)ทำอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเรื่องที่อาจารย์ยืนยันให้ทุกท่านทำ หรือรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ทุกท่านควรทำ ข้าพเจ้าสามารถพูดได้อย่างนี้ แต่พูดถึงว่าให้แต่ละคนทำอะไรๆนั้น อาจารย์ไม่สามารถบอกให้เป็นรูปธรรมจนเกินไป เพราะพออาจารย์บอกแล้ว คนอื่นก็จะมีความคิดอย่างนี้ คือ อาจารย์บอกให้เขาทำเรื่องนี้แล้ว ท่านก็จะคิด อาจารย์บอกให้ฉันทำเรื่องนี้แล้ว อย่างอื่นท่านก็ไม่ทำแล้ว อะไรก็ไม่สนใจแล้ว เมื่อมีเรื่องที่ต้องการท่าน(ไปทำ) ท่านก็จะมีข้ออ้างว่า อาจารย์บอกให้ฉันทำเรื่องนี้ (หัวเราะ) (เท่ากับ)ข้าพเจ้าให้จิตยึดติดแก่ท่าน นี่ไม่ถูก ฉะนั้นเรื่องมากมายยังต้องไปทำด้วยตัวเอง สถาปนาธรรมานุภาพด้วยตัวเอง นี่จึงจะยอดเยี่ยม

ถาม: ในขณะอธิบายความจริง หากมีบางคนถือว่าการประทุษร้ายไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับต้าฝ่า และในขณะนั้น เราก็ไม่มีเวลาจะอธิบายความจริงให้กระจ่าง จะจัดการอย่างไรดี หรือว่าควรไปทำในระดับกว้าง ให้ชาวโลกเข้าใจการประทุษร้ายเป็นเรื่องอันดับแรก

อาจารย์: เห็นด้วยหรือไม่ ไม่เป็นไร หากรับรู้ต้าฝ่าในทางที่ไม่ดี นั่นก็คือ การถูกพวกชั่วร้ายวางยาพิษแล้ว ต้องพูดกับเขาให้กระจ่าง การอธิบายความจริงโดยทั่วไปให้พูดถึงการประทุษร้าย ท่านไม่ต้องพูดเรื่องการบำเพ็ญของต้าฝ่า คนไม่อยากบำเพ็ญก็ไม่เป็นไร ท่านบอกเขาว่า พวกเราต่างก็เป็นคนดีเหมือนกัน ต้าฝ่าของเราก็สอนให้คนเป็นคนดี ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ให้ท่านมาเรียนต้าฝ่า ฉันเพียงบอกท่านว่า การประทุษร้ายครั้งนี้เป็นเรื่องชั่วร้าย สิ่งต่างๆที่ท่านทราบมาล้วนเป็นการวางยาพิษ แค่นี้ก็พอแล้ว คนเหล่านั้นที่คิดจะเรียนฝ่านั้น เขาก็จะมาเรียนเอง ไม่ใช่ลากเข้ามา ทุกท่านต้องระวังจุดนี้ พวกเราไม่บังคับใคร

ถาม: พวกเราส่งอีเมล์ไปประเทศจีนมากมาย กลุ่มส่งอีเมล์พบกับความยุ่งยากมากมาย ทั้งเรื่องทางเทคนิค เรื่องบุคคล นี่เป็นเพราะคนที่เหลืออยู่ของเรามีปัญหาทางซินซิ่ง หรือเกิดจากการปิดล้อมของอิทธิพลเก่า

อาจารย์: พวกท่านมีทางเดินของพวกท่าน ข้าพเจ้าคิดว่า มีสาเหตุมาจากสองด้านเท่านั้น เรื่องที่ทำมากมายเหลือเกินแล้ว ทำให้บุคลากรไม่เพียงพอ อีกอย่างคือ พวกเรามองข้ามการบำเพ็ญตนเองของแต่ละคน ใช่หรือไม่ ด้วยเหตุนี้จึงถูกพวกชั่วร้ายเจาะช่องว่าง เพราะศิษย์ต้าฝ่าต้องทำทั้งสามเรื่อง บางคนบอกว่า อาจารย์ หลายปีมานี้ โดยเฉพาะตั้งแต่ วันที่ 20 กรกฎาคม 99 เป็นต้นมา ฉันพบว่า ในการอ่านหนังสือ นั้น ยกระดับได้ช้ามาก ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วทุกวัน ยกระดับการรับรู้ได้เร็วมาก ไม่มีความรู้สึกที่ดีมากแบบนั้นแล้ว เหตุใดเดี๋ยวนี้การอ่านหนังสือ จึงไม่เหมือนกับเมื่อก่อนละ ไม่ใช่ฝ่าไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่เพราะข้อกำหนดสูงขึ้นมากแล้ว ศิษย์ต้าฝ่าต้องทำสามเรื่องให้ดีทั้งหมด จึงจะยกระดับได้ (เสียงปรบมือ)

มีหลายคนที่ศึกษาฝ่าในยุคแรกพูดว่า ฉันอยู่แต่ในบ้านอ่านหนังสือ ก็คือไม่ออกไปทำสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรต้องทำ ข้าพเจ้าจึงคิดว่า คนๆ นี้ห่างจากการรับรู้ผิดๆ ไม่มากแล้ว หากไม่รับรู้ผิดๆ ก็ยังนับว่าดี หลายปีมานี้ศิษย์ต้าฝ่าล้วนยืนยันความถูกต้องของฝ่าในท่ามกลางการประทุษร้าย ช่วยเหลือสรรพชีวิตในขณะที่อธิบายความจริง ไม่ว่าเขาจะอยู่บ้านอ่านหนังสืออย่างไรก็จะไม่มีการยกระดับใดๆ หากท่านไม่ทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าต้องทำ ไม่เพียงท่านไม่มีการยกระดับ ก็มีแต่จะตกลงไป “ศิษย์ต้าฝ่า” “ศิษย์ต้าฝ่า” เอย อะไรคือ “ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า” ในจักรวาลนี่คือชีวิตอันดับหนึ่ง ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่ง ท่านสนใจแต่ตัวเองจะได้รับการช่วยเหลือ นั่นจะถูกต้องหรือ เช่นนั้นจะเป็น “ศิษย์ต้าฝ่า” ได้หรือ อะไรที่เรียกว่า “ศิษย์ในยุคเจิ้งฝ่า” ท่านยืนยันความถูกต้องของฝ่าแล้วหรือยัง เมื่อต้าฝ่าให้ประโยชน์แก่ท่าน ท่านก็มา พอต้าฝ่าประสบกับการประทุษร้าย ท่านกลับหลบซ่อนไม่กล้าที่จะพูดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ต้าฝ่าสักคำ แม้แต่คนทั่วๆ ไปท่านยังเปรียบไม่ได้เลย ยังจะบอกว่าอยู่บ้านศึกษาฝ่าอะไร สรรพชีวิตล้วนถูกพิษร้ายในท่ามกลางการประทุษร้าย ท่านยังหลบอยู่ได้อีกหรือ เหตุใดศิษย์ต้าฝ่าต้องอธิบายความจริง เหตุใดต้องช่วยเหลือสรรพชีวิต เพราะนี่คือภาระรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่า ชีวิตที่ข้าพเจ้า หลี่ หงจื้อต้องการก็คือชีวิตแบบนี้ ศิษย์ต้าฝ่าก็คือผู้บำเพ็ญแบบนี้

ถาม: ดูเหมือนเพื่อนผู้บำเพ็ญ โดยรวมไม่ค่อยเห็นความสำคัญที่จะขจัดการประทุษร้ายด้านเศรษฐกิจของพวกชั่วร้าย ดังนั้นเพื่อนผู้บำเพ็ญหลายคนจึงทำงานที่มีรายได้ต่ำมาเป็นเวลานาน ในการเข้าร่วมงานยืนยันความถูกต้องของฝ่าจึงถูกจำกัดด้วยเวลาและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ

อาจารย์: มีปัญหานี้ แต่บางทีก็มีคนเจตนา หรือ ตนเองพิจารณาไม่รอบด้าน ทำให้เกิดเรื่องเหล่านี้ ศิษยต้าฝ่ายืนยันความถูกต้องของฝ่าเป็นการเดินบนหนทางที่ถูกต้อง ช่วยเหลือสรรพชีวิต เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ทุกๆด้าน ล้วนสมควรต้องสอดประสานกัน หากมีบางด้านที่ทำไม่ดี ก็จะทำให้พวกชั่วร้ายเจาะช่องว่างได้ ไม่ว่าเรื่องอะไร เพียงท่านทำให้ดี ทุกอย่างก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

ถาม: ท่านกรุณากล่าวอะไรกับศิษย์ที่ทำงานด้านดนตรีสักหน่อยจะได้หรือไม่ พวกเราทำได้ไม่ดีเท่าศิษย์ที่เป็นจิตรกร

อาจารย์: ไม่มีการพูดว่า ศิษย์ที่เป็นจิตรกรเปรียบเทียบกับศิษย์ที่เป็นนักดนตรี ส่วนไหนทำได้ดีหรือไม่ดี มีเพียงการยกระดับของแต่ละคน แบ่งตามระดับชั้น ศิษย์ต้าฝ่าที่สร้างสรรค์ผลงานดนตรี นอกจากการอธิบายความจริงแล้ว ยังแบกรับภาระพิเศษในการสร้างสรรค์ดนตรี เพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต เหล่าศิษย์ต้าฝ่า สร้างสรรค์บทเพลงจำนวนหนึ่ง รวมทั้งบทเพลงที่ขับร้องในงานราตรีศิลปะวรรณคดี ล้วนแต่เป็นเหล่าศิษย์ต้าฝ่าสร้างสรรค์กันเอง ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ที่จริงเมื่อวันที่ข้าพเจ้าบรรยายฝ่าให้กับศิษย์ต้าฝ่าที่ทำงานวิจิตรศิลป์เหล่านั้น ข้าพเจ้าก็ได้เข้าร่วมการประชุมของศิษย์ต้าฝ่าที่สร้างสรรค์งานดนตรี งานศิลปะบนเวที ข้าพเจ้าก็ได้บรรยายฝ่าด้วย ในตอนนั้นไม่ได้บันทึกเสียงไว้ ในอนาคตค่อยพูดอีก เมื่อมีโอกาส(เสียงปรบมือ)

ถาม: ผู้ร่วมบำเพ็ญหลายๆคน ไม่ใส่ใจรูปโฉมภายนอกของตนเอง วัฒนธรรมทางคำพูดและการกระทำที่แสดงออกมา

อาจารย์: ขอพูดนอกเรื่องสักหน่อย ในฐานะคนในประวัติศาสตร์ เทพที่ต่างกัน มีวิธีการมอง รูปแบบภายนอกที่ต่างกันของคนที่แตกต่างกัน ทุกท่านทราบ ในอดีตมีผู้บำเพ็ญเต๋าส่วนหนึ่ง เขาไม่ค่อยพิถีพิถันเรื่องรูปโฉม ค่อนข้างสกปรกมอมแมม ไม่สนใจแต่งเนื้อแต่งตัว มีบางคนยังจงใจบำเพ็ญอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สกปรก ทำไมเขาเป็นอย่างนี้ละ พวกเขาถือว่าผู้บำเพ็ญพิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวคือการยึดติด ปล่อยตามสบายหน่อยจะดีกว่า นอกจากนี้เขายังมองเห็นปรากฏการณ์อะไรอย่างหนึ่งหรือ การบำเพ็ญในอดีตล้วนแต่บำเพ็ญจิตรอง ในการบำเพ็ญได้ค้นพบสภาพการณ์อย่างหนึ่ง ก็คือเมื่อบำเพ็ญนานๆไป ทุกสิ่งบนร่างกายของคนๆนี้ ล้วนจะมีพลังงาน มองดูที่ฝั่งนี้ไม่เห็นว่าดี แต่จิตรองที่บำเพ็ญได้ดีแล้ว อยู่ฝั่งนั้นมองดู กลับเห็นเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น เนื่องจากสสารในมิตินี้ มันกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามการบำเพ็ญของคนๆนี้ มันกำลังเพิ่มพูนพลังงาน ดังนั้น ในขณะที่พลังงานเพิ่มพูนขึ้น ปรากฏการณ์ที่แสดงออกมาที่ฝั่งนั้นก็คือของวิเศษที่ประกอบขึ้นมาจากพลังงาน ขี้โคลนทั่วตัว เมื่ออยู่ฝั่งนั้นมอง กลับเห็นเป็นของล้ำค่าทั่วทั้งตัว ช่างสวยงามตระการตา แต่ทางฝั่งโลกมนุษย์นี้ กลับมองเห็นเป็นขี้ไคล จากเท้าถึงศีรษะล้วนสกปรกมอมแมม เป็นขี้โคลนทั้งตัว ในท่ามกลางการฝึกพลัง ฝึกไปฝึกมา ขี้โคลนกับสิ่งสกปรกเหล่านี้ หลังจากถูกพลังงานเสริมสร้างแล้วจะเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จิตรองนำติดตัวไปล้วนแต่เป็นของดี พวกเขาได้มองเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว จึงเจตนาไม่แต่งเนื้อแต่งตัว

กล่าวจากอีกมุมหนึ่ง ทุกท่านทราบว่าสังคมตะวันตก จะให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมภายนอกอย่างมาก เพราะเขาไม่มีวัฒนธรรมเรื่องการบำเพ็ญ ดังนั้นจึงไม่มีแนวคิดต่อสิ่งเหล่านี้ การบำเพ็ญในศาสนาพุทธ กล่าวว่า ทุกสิ่งของผู้บำเพ็ญเป็นสิ่งที่พระพุทธแปรผันให้ทั้งสิ้น พระพุทธให้มรรคผลอะไร ก็เป็นมรรคผลอันนั้น สมควรมี ก็มี ไม่สมควรมี ก็ไม่มี จุดนี้เหมือนกับสภาพการณ์ของเทพฝ่ายตะวันตก แน่นอนต้าฝ่านั้นต่างจากการบำเพ็ญในอดีต

ก่อนทศวรรษที่ 60 โดยเฉพาะผู้ฝึกชาวผิวขาว พวกท่านต่างจำได้ว่า เวลานั้นผู้ชายล้วนเป็นสุภาพบุรุษ มีมารยาทมาก พิถีพิถันการอบรมสั่งสอนคุณธรรม ผู้หญิงก็พิถีพิถันการมีกิริยามารยาท และให้ความสำคัญกับความรู้และการฝึกฝนด้านจิตใจ กล่าวสำหรับคนแล้ว น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่จริงกล่าวสำหรับเทพแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรจนเกินไป แต่ด้วยเหตุนี้ คนจึงติดเป็นนิสัย กระทั่งการประเมินคนๆหนึ่งว่าดีหรือเลว ล้วนแต่ดูจากการพูดจาและอากัปกิริยาของเขาเท่านั้น รู้สึกว่าคนนี้สูงส่ง คนนั้นไม่สูงส่ง ไม่ได้ดูที่แก่นแท้ของคน ต่อมาเพราะว่าคนล้วนมาเพื่อรับฝ่าใช่ไหม พฤติกรรมทั้งหมดที่เป็นอุปสรรคต่อการบำเพ็ญ ล้วนแต่ต้องทิ้งไป ด้านนี้ก็มีอิทธิพลเก่ามาเกี่ยวข้อง อิทธิพลเก่านั้นอาศัยวิธีการใช้ความชั่วจัดการกับความชั่ว พวกท่านทราบ เพราะเหตุใดหลังทศวรรษที่ 60 จึงปรากฏพวกฮิปปี้ ศิลปะข้างถนน คนเริ่มไม่สนใจการแต่งตัว ต่อต้านประเพณี การแต่งตัวยิ่งปล่อยตามสบายยิ่งดี เสื้อผ้าข้างนอกตัวเล็ก เสื้อผ้าข้างในตัวใหญ่ แขนเสื้อคลุมปิดมือโผล่แค่ปลายนิ้วมือ ผูก(เอว)กางเกงไว้ต่ำๆ จากนั้นขากางเกงก็กองอยู่บนเท้า สรุปแล้วคือยิ่งสกปรกมอมแมมยิ่งดี ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน สิ่งนี้ไม่ใช่กระแสของความทันสมัยของสังคมมนุษย์แบบธรรมดาๆ นั่นเป็นสิ่งที่อิทธิพลเก่าทำ อาศัยวิธีใช้ความชั่วจัดการกับความชั่ว มาขจัดความชอบความหลงจนเกินเลยชนิดนั้นของสังคมมนุษย์ ที่จริงการที่คนแต่งกายให้เรียบร้อยสักหน่อยไม่มีอะไรที่ไม่ดี แต่เรื่องใดๆก็อย่าหลงยึดติด พอหลงยึดติดแล้วก็กลายเป็นการบิดเบือนของใจคน จากนี้ก็จะทำให้มนุษย์เดินไปสุดขั้วในด้านนี้แล้ว

ก่อนการปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม คนจีนก็เป็นคนที่สะอาดเรียบร้อยมาก มีวัฒนธรรมมาก มีประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมมาห้าพันปี ท่านทั้งหลายทราบว่า ตลอดมา ชาวญี่ปุ่น นั้นสะอาดเรียบร้อยมากใช่หรือไม่ ในช่วงหลายศตวรรษก่อนที่ยังไม่เจริญก้าวหน้า ชาวญี่ปุ่นจะต้มน้ำด้วยหม้อใบใหญ่แล้วใช้ถังไม้อาบน้ำทุกวัน ในช่วงที่ยังไม่พัฒนามากก็ทำกันอย่างนี้ ท่านทราบไหมว่า นั่นคือวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ถัง เหมือนกับคนสมัยราชวงศ์ถังอย่างไรอย่างนั้น ไม่ได้พูดว่าคนสมัยโบราณไม่สะอาด คนปัจจุบันนั้นไม่รู้ว่าคนสมัยโบราณเป็นอย่างไร คนในแต่ละรัชสมัย แต่ละยุคล้วนเหมือนกัน คนยังไม่เคยเปลี่ยนเลย เพียงแต่การแต่งกายไม่เหมือนกันเท่านั้น คนปัจจุบันพูดกันว่าคนสมัยโบราณล้าหลัง ที่จริงนั่นเป็นผลของการใช้การอนุมานตามทฤษฎีวิวัฒนาการชุดนั้น “ การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม ” “ ทำลาย 4 เก่า ” ถือว่าความสะอาดเรียบร้อยนี้คือ “ ความคิดของชนชั้นนายทุน” ถ้าใช้คำพูดเหลวไหลของพรรคนั้น ก็ว่า “ ความคิดของชนชั้นนายทุน” ให้ผู้หญิงตัดเปียทิ้งเสีย มองเห็นใครใส่รองเท้ามีส้นสูงเดินอยู่บนถนนก็ให้ถอดออกมาตัดส้นรองเท้าทิ้ง ถ้าท่านใส่เสื้อผ้าดีๆ ก็จะเอากรรไกรมาตัดออกให้ท่านในทันที พรรคนั้นเสนอขึ้นมาว่า ต้อง “ ถูมือให้ด้าน คลุกดินคลุกโคลนทั้งตัว เพาะแมลงปฏิวัติไว้ทั่วตัว” ( ที่ประชุมหัวเราะ) ในช่วงไม่กี่ปี ชั่วพริบตาก็ทำลายวัฒนธรรมของคนจีนทิ้งไปหมด

ที่จริงข้าพเจ้าทราบว่ามีผู้ฝึกชาวผิวขาวหลายคน ไม่ค่อยชินตากับการเห็นสภาพภายนอกของผู้ฝึกชาวจีนเพราะในสังคมนั้น คนถูกสร้างมาเช่นนี้ เวลานานเข้า ก็ทำเป็นประจำจนเป็นเรื่องธรรมดา กลายเป็นเคยชินไป ไม่อาจรับรู้พฤติกรรมของตัวเอง ท่วงท่าที่ไม่เหมาะสม แน่ละอย่าทำอะไรเกินเลยไป พยายามคงสภาพของคนไว้ให้มากที่สุด สง่าผ่าเผยเหมือนคนที่ซื่อสัตย์ ไม่ควรจะสกปรกมอมแมมจนเกินไป ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่สนใจ ปล่อยไปตามสบาย

ที่จริง หากพูดจากมุมมองของการบำเพ็ญ แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรเลย ไม่ว่าท่านจะใส่ใจรูปโฉมของตนเองหรือไม่ใส่ใจรูปโฉมของตนเอง ล้วนไม่มีผลกระทบในการบำเพ็ญ ที่สำคัญคือท่านอย่ายึดติด คนจีนพูดว่าฉันนั้นชอบสบายๆ ยิ่งสะดวกสบายเท่าไรยิ่งดี สกปรกมอมแมม ช่างสะดวกสบายมาก ข้าพเจ้ารู้สึกว่านี่ไม่ดี ศิษย์ต้าฝ่าควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่น ทำตัวให้สง่าผ่าเผยในลักษณะของคน เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเปิดสอนและบรรยายฝ่าอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไหนแต่ไรมาข้าพเจ้าจะแต่งตัวแบบเป็นทางการมาก ที่แท้ก็คือให้พวกท่านได้เห็น (เสียงปรบมือ) เพราะบางคนรู้สึกว่า สอนด้วยคำพูดไม่สู้สอนด้วยการกระทำ คำพูดนี้ถูกหรือไม่ ไม่ขอพูด บางคนจะเลียนแบบอาจารย์ บอกว่าอาจารย์ใส่อะไร ฉันก็จะใส่อะไร (ที่ประชุมหัวเราะ) ดังนั้นข้าพเจ้าจึงระวังรูปโฉมภายนอกสักหน่อย ฉะนั้นทุกท่านก็ระวังหน่อยละกัน “ การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม” ได้ทำลายวัฒนธรรมของประเทศจีนอย่างร้ายแรงยิ่ง วัฒนธรรมห้าพันปีถูกทำลายไปในชั่วไม่กี่ปี ดังนั้นคนจีนจึงควรระวังในด้านรูปโฉมและท่าที(กิริยามารยาท)สักหน่อย ผู้ฝึกชาวตะวันตกก็อย่าได้มองคนแค่รูปโฉม ผู้ฝึกชาวตะวันออกควรให้ความสำคัญทางด้านพฤติกรรมสักหน่อย (เสียงปรบมือ) อย่าทำอะไรเกินเลย

ถาม: ในยุคเจิ้งฝ่า พวกเราควรปฏิบัติอย่างไรกับสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีต่อคนธรรมดาสามัญ

อาจารย์: ใช่ เวลาที่ท่านอธิบายความจริงท่านพูดได้ดีมาก แต่พอคนเขามองดูท่าน คนๆนี้ดูขัดลูกตาอะไรอย่างนี้ เวลาพูดจาบางทียังกล่าวคำที่ไม่มีมารยาทออกมา คนอื่นจะรู้สึกว่าท่านไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นพูดว่า หากอธิบายความจริงได้ไม่ดี ย่อมก่อให้เกิดผลที่ไม่ดี ล้วนต้องระวัง

ถาม: สำหรับเรื่องที่เกิดที่ประเทศอาร์เจนตินา พวกเราควรมองอย่างไร

อาจารย์: ปัญหานี้ข้าพเจ้าคิดว่า หากใครประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าแล้ว เช่นนั้นก็ต้องไปหาเขา หากจำเป็นต้องอธิบายความจริงก็อธิบายความจริง หากได้รับบาดเจ็บแล้ว จำเป็นต้องฟ้องร้องก็ฟ้องร้อง เรื่องพวกนี้ล้วนมีตัวอย่างมาก่อน ทุกท่านพิจาณาดูว่า ควรทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น

ถาม: ในขณะฝึกพลังหากความคิดไม่สงบนิ่ง สามารถใช้วิธีฟาเจิ้งเนี่ยนใน 5 นาทีแรกจัดการตนเองได้หรือไม่

อาจารย์: ความคิดของตนเองไม่สงบ หรือความคิดถูกรบกวน เช่นนั้นสามารถฟาเจิ้งเนี่ยนได้ทุกเมื่อ การปรับและการฟาเจิ้งเนี่ยนนี้ไม่มีการจำกัดเวลา ทำได้ทุกเมื่อ เมื่อรู้สึกว่าความคิดตนเองแจ่มชัด เจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งแล้วเป็นใช้ได้

ถาม: สามเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้น มีข้อกำหนดต่อศิษย์ยุวชนเหมือนกับของผู้ใหญ่หรือไม่

อาจารย์: อันนี้ไม่เหมือนกัน ศิษย์ยุวชนนั้นในด้านความสามารถ ในด้านการแสดงความคิดเห็น ระดับความสำคัญที่ได้รับในสังคม ล้วนไม่เหมือนกัน ยังไม่อาจจะกำหนดให้เป็นอย่างเดียวกัน เด็กกับผู้ใหญ่นั้นไม่เหมือนกัน เด็กก็เป็นสภาพของเด็ก เรื่องนี้ข้าพเจ้าเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว

ถาม: ท่านได้บรรยายมาเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว ลำบากท่านอาจารย์แล้ว ศิษย์จำนวนมากอยากให้อาจารย์ ดื่มน้ำสักหน่อย (เสียงปรบมือ)

อาจารย์: ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าคิดว่า คำถามยังมีอีกมาก ที่ซ้ำกันข้าพเจ้าจะไม่พูดละนะ

ถาม: ผู้ฝึกบางคนพูดว่า ที่สถานกงสุลปล่อยๆไปก็ได้ ที่แมนฮัตตันสำคัญกว่า

อาจารย์: ที่ไหนล้วนแต่สำคัญ ที่ไหนก็ดูเบาไม่ได้ (เสียงปรบมือ)

ถาม: พวกเราสองสามีภรรยาต่างก็เป็นศิษย์ มีลูกชายอายุ 10 ขวบหนึ่งคน เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนหมิงฮุ่ย ได้ 3 ปีแล้วแต่ยังมีเรื่องวิวาท พูดเท็จ และมารยาทไม่ดีบ่อยๆ

อาจารย์: บางทีเด็กยังคงมีลักษณะเฉพาะของเด็ก คนที่เขาติดต่อสัมผัสด้วยก็มีความเกี่ยวข้อง มนุษยชาติเป็นอ่างย้อมใบใหญ่ อยู่ในอ่างย้อมนี้ จะพูดว่าบนตัวใครไม่แปดเปื้อนเลยนั้น เขาก็คือเทพ แม้แต่ศิษย์ต้าฝ่ากำลังบำเพ็ญอยู่ ก็ยังต้องชำระล้างตนเองอยู่เสมอ เด็กยิ่งจะเหมือนกัน

ยังมีอีกนะ หากผู้ปกครองมีปัญหาในด้านใด เด็กก็จะแสดงออกมา และเจตนาแสดงออกมาให้ศิษย์ต้าฝ่าดู ให้ผู้ปกครองดู อันนี้ไม่ขอพูดมากละนะ ยังไรเสียก็คือเด็ก

ถาม: ประเทศเกาหลี เคยชอบใช้อักษรจีนมาก แต่พอเข้าสู่ยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มจะใช้แต่ภาษาเกาหลี นี่เป็นการรบกวนต่อการเผยแพร่ฝ่าในระดับที่แน่นอน เชิญอาจารย์ให้ความกระจ่าง

อาจารย์: จำได้ว่าแต่ก่อนในแถบเอเชีย ยกเว้นอาหรับกับอินเดีย พื้นที่อื่นล้วนแต่ใช้อักษรฮั่น(อักษรจีน) หรือใช้อักษรฮั่น(อักษรจีน)กึ่งหนึ่ง เพราะที่นั่นมีคนจีนโพ้นทะเลมาก ชาวจีนโพ้นทะเลจะทำธุรกิจ กระทั่งเป็นข้าราชการ ดังนั้นจึงมีโรงเรียนจีนมาก แต่ก่อนแถบเอเชียจะใช้ภาษาจีนกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเอย การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเอย สะดวกสบายไปเสียทุกด้าน แต่อิทธิพลเก่านั้นต้องการขัดขวางการได้ฝ่าของคน ขณะเดียวกันก็สร้างความยากลำบากในการเจิ้งฝ่าให้ข้าพเจ้า ดังนั้นมันจึงบอกให้พรรคนั้น ทำเรื่องหนึ่งที่เลวมาก

อิทธิพลเก่ารู้สึกว่า การใช้ภาษาฮั่น(ภาษาจีน)นั้น คนจะได้(ฝ่า)กันง่ายเกินไป ฝ่าหลุนกงของท่านเผยแพร่ไปทั่วโลกได้ง่ายเกินไป ฉะนั้นเรื่องที่อิทธิพลเก่าอยากจะทำ ก็จะไม่สามารถยึดกุมได้ ดังนั้นเพื่อสิ่งที่พวกมันต้องการจะทำ พวกมันจึงอาศัยทัศนคติชาตินิยม สร้างวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างสัญลักษณ์ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เทพทั้งปวงต่างไม่ยอมรับว่านั่นคือตัวหนังสือ มีอยู่ครั้งหนึ่งในการประชุมใหญ่นานาชาติของประเทศคอมมิวนิสต์ที่ประเทศรัสเซีย คอมมิวนิสต์จีนกล่าวอย่างเปิดเผยในที่ประชุมว่าชาวจีนโพ้นทะเลของพวกเรา ในแถบเอเชียอาคเนย์ มีมากเท่านั้นเท่านี้ จำนวนมากอย่างยิ่ง เพียงแต่พวกเราเรียกร้องให้ลุกฮือขึ้นมา ที่นั่นก็จะเปลี่ยนเป็นประเทศของพรรคนั้นไป ทุกท่านทราบว่า ในตอนนั้นมีนักข่าวหลายคนอยู่ในที่ประชุมสัมนานั้น จึงเผยแพร่ข่าวนี้ไปทั่วโลกในทันที การประชุมสัมมนายังไม่ทันจบ แถบเอเชียอาคเนย์ทั้งหมดก็เริ่มการกวาดล้าง(ต่อต้าน)ชาวจีนครั้งใหญ่ ทุกท่านทราบไหมว่า “การกวาดล้าง(ต่อต้าน)ชาวจีน”นั้น เป็นมาอย่างไร ก็คือความเป็นมาอย่างนี้ โดยเฉพาะคือ ประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ ได้ปิดโรงเรียนทั้งหมดที่ตั้งขึ้นโดยคนจีน คนจีนทั้งหมดต้องเปลี่ยนชื่อและสกุลเป็นแบบคนท้องถิ่น ห้ามใช้ชื่อภาษาฮั่น โดยเฉพาะมีหลายประเทศออกเป็นกฎหมาย ในรัฐธรรมนูญกำหนดไม่ให้ใช้ภาษาจีน ดังนั้นการได้ฝ่า การศึกษาฝ่า สำหรับคนในหลายพื้นที่ จึงเกิดความยากลำบากมาก

แน่ละ อิทธิพลเก่าคิดไม่ถึงพลานุภาพของต้าฝ่า ไม่เพียงแถบเอเชียอาคเนย์ ทว่าคนทั่วโลกต่างสามารถใช้ตัวหนังสือที่แตกต่างกันแปลต้าฝ่า และไม่ว่าใช้ตัวหนังสืออะไร ความนัยของต้าฝ่าก็ไม่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น แต่เป็นอุปสรรคอย่างมาก สำหรับคนกลุ่มแรกที่เข้ามาเป็นศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า และรบกวนอย่างมากต่อผู้ที่ได้ฝ่าในระยะแรกๆ

ถาม: ในเอกสารที่แจกในฮ่องกงมีหลายบทความที่กล่าวถึงเรื่อง “ท่องในใจว่าต้าฝ่าดี โรคก็จะหาย” ทำให้นักท่องเที่ยวจากแผ่นดินใหญ่เข้าใจผิดว่า พวกเราเผยแพร่บอกคนที่ป่วยว่าไม่ต้องกินยา ท่องในใจว่าต้าฝ่าดี โรคก็จะหายเป็นปรกติได้

อาจารย์: ท่องว่า “ต้าฝ่าดี” ไม่เพียงมีผลต่อคนธรรมดาสามัญ ต่อศิษย์ต้าฝ่าเองก็มีผลในการชำระล้างความคิด หากท่านให้ทุกเซลล์ในร่างกายท่องว่า ต้าฝ่าดี ท่านจะพบว่าทั่วทั้งกายของท่านจะสั่นสะเทือนหมด (เสียงปรบมือ) เพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวในความคิดคือฝ่า ดังนั้นจึงมี พลานุภาพเช่นนั้น แต่คิดว่าดีที่สุดคือ การอธิบายความจริงอย่างมีสติสัมปชัญญะ ในพื้นที่อื่นนอกประเทศจีน ทุกท่านไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ และไม่จำเป็นต้องไปอธิบายความจริงแบบนี้ เพราะสภาพแวดล้อมผ่อนคลายมาก ทุกท่านสามารถพูดกับคนให้เข้าใจด้วยเหตุผลได้ ส่วนสภาพแวดล้อมในประเทศจีนนั้นต่างกัน ภายใต้การกุข่าวโฆษณาชวนเชื่อ คนถูกพิษร้ายในระดับที่ไม่เหมือนกัน และการรับรู้เข้าใจต่อฝ่าหลุนกงต่างกัน นอกจากนี้คนแผ่นดินใหญ่ยังมีภูมิหลังการรับรู้ด้านวัฒนธรรมต่อชี่กงในระดับที่แน่นอนหนึ่ง ดังนั้นในหมู่มวลชนทั่วไปของแผ่นดินใหญ่จึงสามารถทำเช่นนี้ได้ แต่ไม่ควรทำเช่นนี้กับคนในเมืองหรือคนนอกแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกงก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ทุกท่านไปอธิบายความจริงอย่างสง่าผ่าเผยก็ใช้ได้แล้ว

ถาม: ในเวลาที่หงฝ่า อธิบายความจริง มีชาวตะวันตกรู้สึกตื้นตันใจ จึงซื้อคุกกี้ ผลไม้ ให้กับผู้ฝึก ขอเรียนถามว่า สมควรรับของพวกนี้หรือไม่ มีการหารือกันหลายครั้ง เหล่าผู้ฝึกต่างมีความเห็นต่างๆกัน

อาจารย์: อันนี้ต้องดูสถานการณ์ หากชาวโลกให้ของอะไรแก่ท่านด้วยน้ำใสใจจริง แต่ท่านกลับปฏิเสธ ก็ไม่ค่อยมีมารยาทไปหน่อยจริงๆ เพราะว่าไม่ใช่เป็นของที่มีค่าอะไร ขอบใจเขา แล้วก็สามารถรับได้ แต่ต้องทำไปตามสถานการณ์ ถ้ามีคนส่งของมาให้มากมาย ก็คงรับไม่ได้จริงๆ ทำตามสถานการณ์เถอะ หรือจะให้เงินเขาก็ได้ บางคนแสดงจิตใจที่ดีงามออกมาจริงๆ เห็นว่าท่านหนาวมาก แล้วซื้อกาแฟหรืออาหารเล็กน้อยให้พวกท่าน เช่นนั้นท่านก็ขอบใจๆเขาหน่อย หากท่านจะให้เงินเขาก็ได้ ถ้าเขาไม่เอา ท่านก็ขอบใจเขามากๆก็แล้วกัน เรื่องเหล่านี้ให้จัดการไปตามสถานการณ์

ถาม: ขณะนี้มีผู้ผลิตรายการสื่อ กับรายการทีวีของคนธรรมดาสามัญ ต้องการจะทำรายการเกี่ยวกับต้าฝ่า จึงอยากจะได้ภาพเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพวกเรา เรียนถามท่านอาจารย์ พวกเราควรยึดกุมอย่างไร

อาจารย์: อย่างนั้นต้องดูว่าเขาต้องการบันทึกภาพอะไร ถ้าจะถ่ายขบวนพาเหรดของเรา ถ่ายการแสดงการทรมานของพวกเรา งั้นท่านก็ถ่ายตามสะดวก เพราะเรื่องนี้เดิมทีก็เปิดกว้างอยู่แล้ว หากเขาคิดจะถ่ายการดำเนินชีวิตของพวกท่านโดยเฉพาะ ว่าพวกท่านศึกษาฝ่า บำเพ็ญกันอย่างไร เรื่องเหล่านี้ข้าพเจ้าว่าก็ไม่ต้องหรอก เหตุใดจึงบอกว่าไม่ต้องหรือ เพราะท่านไม่ทราบว่าเขามีเป้าหมายอะไร มาตรฐานของเขาคืออะไร และการศึกษาฝ่ากับการบำเพ็ญ เป็นเรื่องที่จริงจังมาก เอาไปให้คนธรรมดาสามัญวิพากษ์วิจารณ์ก็จะไม่จริงจัง ดังนั้นจึงบอกว่าไม่ต้อง คนก็ยากจะเข้าใจได้

เมื่อครู่เรื่องความสกปรกมอมแมมของผู้บำเพ็ญที่บรรยายนี้ ยังจะขอเน้นอีกที พวกท่านอย่าได้เกิดจิตยึดติด บางคนคิดว่า อ้อ ของที่สกปรกมอมแมมนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นของที่ดีได้ งั้นฉันก็จะสกปรกบ้าง(ที่ประชุมหัวเราะ) ข้าพเจ้าจะพูดให้ชัดเจน นั่นคือจิตรองจะเป็นผู้ได้ไป ดังนั้นทุกท่านอย่าไปเลียนแบบสิ่งเหล่านั้น ถึงแม้จะเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ดีได้จริง และจิตหลักก็จะได้รับด้วย แต่ต้าฝ่าไม่บำเพ็ญกันอย่างนี้ ศิษย์ต้าฝ่าเอย ขอบอกพวกท่าน อนาคตของพวกท่านนั้น อะไรก็จะมีได้ทั้งนั้น (เสียงปรบมือ)

ถาม: (คำแปล)ผมไม่ได้ทำงานอธิบายความจริงกับคนในครอบครัวให้ดี ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการยืนยันความถูกต้องที่ผมทำ ผมอยากจะให้พวกเขารู้ว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี” และ ผมไม่ได้เดินสุดขั้ว ขอเชิญท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง พวกเราควรอธิบายเรื่องต่างๆที่พวกเราทำให้กระจ่างได้อย่างไรบ้าง และผมขอกล่าวสวัสดีแทนผู้ฝึกในประเทศที่ใช้ภาษาสเปน

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน ที่จริงสังคมตะวันตกไม่คุ้นเคยกับการบำเพ็ญชนิดนี้ของชาวจีน เป็นอย่างมาก ตอนเริ่มถ่ายทอด(ฝ่า)ข้าพเจ้าก็คิดอยู่ว่า พวกเขาจะมีความเข้าใจได้ในระดับไหน ในสังคมผู้คนจะมองกันอย่างไร ที่จริงแม้ว่าวัฒนธรรมที่แตกต่างนั้นก่อเกิดรูปแบบการแสดงออกของทัศนคติ และไม่คุ้นกับรูปแบบการรับรู้ในการเดินสู่ความเป็นเทพ แต่ว่าในฐานะผู้บำเพ็ญ ความดีงามที่แสดงออกมา และพลังงานอันเที่ยงธรรมที่ปรากฏออกมาของต้าฝ่า สามารถทำให้ใครๆต่างรู้สึกได้ว่าดี เรื่องของการบำเพ็ญต้าฝ่าก็เหมือนกับการอธิบายความจริง ให้ค่อยๆพูดกับคนในครอบครัว ให้พูดก่อนว่า เรื่องราวของต้าฝ่าเป็นมาอย่างไร แล้วค่อยพูดว่าตัวเองก็กำลังศึกษาอยู่ ที่จริงข้าพเจ้าคิดว่าก็ไม่มีอะไร บ่อยครั้งมักจะเป็นความคิดจากจิตมนุษย์ของตนเอง

ให้พูดอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ว่าอย่างไรอย่าพูดให้สูงไป แม้จะเป็นญาติของท่าน ท่านบอกว่า ฉันไม่อยากปิดบังเขา ฉันอยากจะเปิดเผยให้หมด (ที่ประชุมหัวเราะ) อาจารย์ไม่ได้บอกให้ท่านไปพูดปด ข้าพเจ้าบอกว่าท่านอย่าพูดให้สูงไป มิฉะนั้นท่านจะทำให้เขาตกใจกลัว เพราะการรับรู้ฝ่านั้น ต้องค่อยๆรับรู้ทีละก้าวๆ ถ้าท่านพูดให้สูงในทันที เขาจะกลัว ท่านสามารถพูดว่า หลักธรรมนี้ดีมาก เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายคนมาก ล้วนดีต่อคนทั้งกายใจ ทำให้ศีลธรรมของคนเพิ่มสูงขึ้น หนังสือเล่มนี้(จ้วนฝ่าหลุน)ดีมาก ท่านลองอ่านดูหรือท่านลองทำความเข้าใจดูคือพูดจากระดับตื้นที่สุดให้เขาไปทำความเข้าใจ ไปอ่านเอง เพราะ “จ้วนฝ่าหลุน” นั้นเริ่มอธิบายจากหลักการชั้นต่ำที่สุดของชีวิต ดังนั้นคนล้วนสามารถจะรับรู้ฝ่าได้จาก “จ้วนฝ่าหลุน” ท่านต้องพูดจากระดับต่ำ คนในครอบครัวที่ไม่เข้าใจก็จะไม่ต่อต้าน หากท่านพูดสูงมาก พอเริ่มต้นก็พูดถึงพระพุทธ พูดถึงจักรวาลที่ใหญ่กว่ามากๆ พวกเขาจะพูดได้ว่าท่านป่วยไปแล้วหรือ (ที่ประชุมหัวเราะ) เพราะพวกเขาอาจจะยอมรับไม่ได้จริงๆ และในศาสนาของตะวันตกนั้นมีการพูดถึงแต่ “พระเจ้าองค์เดียว” รับรู้กันว่าในจักรวาลมีเทพเพียงองค์เดียว ดังนั้นกล่าวสำหรับพวกเขาแล้ว ก็จะยอมรับได้ยาก การรับรู้นั้นต้องค่อยๆเริ่มไปทีละจุดๆ จึงจะใช้ได้

ถาม: สวัสดีท่านอาจารย์ ขอเรียนถามว่า ต่อไปอักษรจีนจะใช้เป็นตัวเต็มรูปทั้งหมดไหม ขอบพระคุณ

อาจารย์: ปัญหานี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้พิจารณา ที่จริงอักษรตัวเต็มรูปที่ใช้กันอยู่ ก็แปรเปลี่ยนมาจากอักษรโบราณ และก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงมาถึงระดับนี้ทีละก้าวๆ การเริ่มต้นของวัฒนธรรมมนุษย์ยุคนี้ แรกเริ่มที่สุดคือ “เจี๋ยกู่เหวิน” (ตัวอักษรที่สลักบนกระดูก หรือ เปลือกหอย สมัยราชวงศ์ซัง 1171-1066 ปีก่อน คริสตกาล ) ต่อมาคือ “ต้าจ้วน” “เสี่ยวจ้วน” (ตัวอักษรตามรูปแบบในสมัยราชวงศ์เฉิน) ต่อมาคือ “ลี่ซู” (ตัวอักษรสมัยราชวงศ์ฮั่น 206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ.220 ) แล้วสุดท้ายก็ คือ“ไข่ซู” (ตัวอักษรบรรจง) หลังจาก “ไข่ซู” แล้วก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แน่ละมาถึงยุคหลังได้ปรากฏตัวอักษรแบบศิลปะมากมายอย่าง “เฮยถี่”(ตัวหนา) “ซ่งถี่” (อักษรแบบซ่ง แต่ที่จริงเกิดขึ้นในสมัยกลางราชวงศ์หมิง แต่คนเข้าใจผิดเป็นสมัยซ่ง) เป็นต้น พูดถึงตัวเต็ม กับตัวรูปย่อนั้น ในสายตาของผู้บำเพ็ญต้าฝ่า ขอเพียงสามารถเข้าใจฝ่าได้ก็พอแล้ว ไม่ต้องสนใจมัน นั่นเป็นเรื่องของคนในภายหลัง แม้จะเป็นเรื่องที่อาจารย์จะทำในอนาคต แต่ไม่เกี่ยวข้องกับศิษย์ต้าฝ่า หยวนหมั่นแล้วยังจะสนใจคนที่นี่ไปเพื่ออะไร ไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ อย่าไปสนใจสิ่งเหล่านี้เลย คิดมากไปก็จะยึดติด เรื่องของอนาคต อนาคตค่อยพูด

ถาม: การเดินให้เที่ยงตรงในทุกๆเรื่อง กับการทำให้สอดคล้องกับสภาพสังคมคนธรรมดาสามัญมากที่สุด นั้นจะยึดกุมให้ดีได้อย่างไร อาทิเช่น การกู้เงินมาขยายงานสื่อ หรืออย่างการถกเถียงกันมากระหว่างเพื่อนผู้บำเพ็ญทั้งในและนอกประเทศเรื่องธุรกิจขายตรง

อาจารย์: ศิษย์ต้าฝ่าต้องไม่ทำเรื่องที่ไม่ดี ธุรกิจขายตรงเดี๋ยวนี้ในสังคมตะวันตกไม่มีแล้ว สิ่งนั้นเป็นการหลอกลวงคน ปอกลอกกันเป็นขั้นๆ คนที่มาทีหลังยิ่งได้รับความเสียหายมาก

ศิษย์ต้าฝ่า จะทำเรื่องขายตรงหรือ วันๆ สมองท่านคิดมุ่งแต่จะเอาเงินของคนอื่น ถูกต้องหรือ ไม่ถูกนะ ท่านไม่ใช่ทำกิจการอย่างถูกทำนองคลองธรรมเลย มีเสีย มีได้ แลกเปลี่ยนสินค้า ส่วนท่านนั้นทำอะไรละ นั่นคือการทุ่มเทสมองคิดหลอกเอาเงินคนอื่น อย่าทำ เรื่องนี้ข้าพเจ้าเคยพูดไว้นานแล้ว ต้องไม่ทำธุรกิจขายตรง ใครทำใครก็ผิด ในหมู่ศิษย์ต้าฝ่าในจีนแผ่นดินใหญ่ ใครที่กำลังทำธุรกิจขายตรง ก็เป็นการทำลายรูปแบบการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ในอนาคตเขาต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ (เสียงปรบมือ)

การขอกู้เงินธนาคารเพื่อขยายงานสื่อ อันนี้ข้าพเจ้าไม่สนับสนุน เพราะศิษย์ต้าฝ่า ท่านเรียกให้เขาเป็นผู้สื่อข่าว ให้เขียนบทความ นั้นล้วนสามารถทำได้แม้จะอยู่แนวหน้า บอกให้ท่านไปทำการค้าขายอะไรสักหน่อย หาโฆษณาหน่อยก็จะยากมาก เพราะพวกท่านไม่คุ้นเคยที่จะติดต่อกับสังคมคนธรรมดาสามัญอย่างนั้นแล้ว ดังนั้นท่านว่าพอท่านไปกู้เงินแล้วจะใช้คืนได้อย่างไรละ โฆษณาก็หาไม่ได้ หาโฆษณามาลงสื่อไม่ได้ ท่านยังจะกู้เงินหรือ พูดว่าท่านจะคืนดังว่า ท่านก็ต้องคืนจากรายได้ค่าโฆษณา จากผลกำไรของหนังสือพิมพ์ ข้าพเจ้าไม่สนับสนุนพวกท่านกู้เงิน อย่าได้เป็นหนี้เป็นอันขาด ทุกท่านอย่าได้เป็นหนี้

ถาม: นับตั้งแต่อาจารย์บอกว่าจะต้องช่วยผู้ฝึกแผ่นดินใหญ่ให้มาก ผมจึงโทรศัพท์จากบ้านไปหาเพื่อนผู้บำเพ็ญ แต่พวกเขายังคงไม่สามารถก้าวออกมา ศิษย์รู้สึกร้อนใจแทนพวกเขา โดยเฉพาะการเจิ้งฝ่าได้เข้ามาใกล้ช่วงที่จะสิ้นสุดแล้ว เรียนถามท่านอาจารย์ว่า ผมควรช่วยพวกเขาอย่างไร

อาจารย์:  การช่วยเหลือเพื่อนผู้บำเพ็ญนั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำ ไม่อยากให้ใครตกหล่น นี่ไม่ผิด แต่พวกเขาไม่ก้าวออกมาจริงๆ ท่านก็ตั้งใจเต็มที่แล้ว ที่แท้ดูซิว่าปมในใจของพวกเขาอยู่ที่ไหน ดูว่าอุปสรรคของพวกเขาอยู่ที่ไหน หาปมในใจของเขาให้พบ หาอุปสรรคของเขาให้พบ ก็อาจจะสามารถแก้ปมได้ แต่คนมากมายนั้นหนา ข้าพเจ้าคิดว่า ก็คือกลัว กล่าวในฐานะเทพองค์หนึ่ง ผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง ความกลัวนั้นเป็นจิตยึดติดที่ใหญ่ ไม่ทิ้งไปก็ใช้ไม่ได้จริงๆ ดังนั้น ดูตามสถานการณ์ของพวกเขาละกัน แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็จนปัญญา บางคนนั้น เราเข้มงวดกับเขาเพื่อให้เขาดีขึ้น (แต่เขา)ใจไม่สู้ ในหมู่ผู้บำเพ็ญในอดีต ไม่มีอย่างนี้ ใครจะสนใจท่านละ ไม่ไหวแล้ว ใจไม่สู้ก็จบกันแล้ว กลับบ้านไปเถอะ ก็เป็นเช่นนี้ ไม่มีหรอก ที่ว่าฉันต้องช่วยเธอให้ได้ นี่เป็นศิษย์ต้าฝ่าจึงสามารถทำเช่นนี้

ถาม: สองเดือนมานี้ พวกเราพบว่าในนิวยอร์ก คนชั้นล่างรับใบปลิวค่อนข้างมาก แต่ 70 %ของคนที่เป็นกระแสหลักในสังคมยังไม่ได้รับเอกสาร จะทะลวงไปได้อย่างไร ถ้าหากการแต่งกายของพวกเราเป็นทางการอย่างในวันนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ได้หรือไม่

อาจารย์: ไม่ใช่ปัญหาข้อนี้ ก็คือปัญหาที่ข้าพเจ้าเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ คนจีนในแต่ละบริษัท ถูกวางยาพิษจากการกุข่าวเท็จ โฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มอันธพาลชั่วที่ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า ก็คือผู้ที่ไม่เข้าใจความจริง พวกเขากำลังช่วยพวกชั่วร้ายแพร่พิษอยู่ที่นั้น โดยหลักเกิดจากพวกเขา หากคิดจะแก้ปัญหาต้องแก้จากตรงนี้ เพราะชาวอเมริกันรู้สึกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน มีความน่าเชื่อถือสูง จึงฟังพวกเขาพูด ผลคือเขาก็ไม่รู้ว่าเขาก็ได้รับพิษร้ายด้วย

ถาม: หลายประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ที่อยู่ใกล้แผ่นดินใหญ่ประสบกับการรบกวนมากมาย เรียนถามท่านอาจารย์ ศิษย์ชาวตะวันตกสามารถไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้หรือไม่

อาจารย์: ผู้ฝึกในประเทศเหล่านั้น โดยพื้นฐานแล้วก็กำลังทำกันอยู่ แต่รัฐบาลบางประเทศกลัวคอมมิวนิสต์จีน ดังนั้นมีรัฐบาลบางประเทศแสดงออกมาไม่ดีมากๆ หากพวกท่านยังมีเรื่องอื่นๆที่ยุ่งอยู่ ก็ปล่อยๆไปก่อน หากท่านบอกว่าฉันมีเวลาไปทำ งั้นท่านก็ลองไปทำดู ข้าพเจ้าเพียงแต่บอกว่าไปลองทำดู สำหรับการแสดงออกของประเทศเหล่านั้น คล้ายกับคนที่ใจไม่สู้

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่าออสเตรเลียขอสวัสดีอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์จะจัดการอย่างไรให้ดีเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการอธิบายความจริง ในแต่ละประเทศ ในท้องที่ กับพลเมืองในนิวยอร์กและสรรพชีวิตในปักกิ่ง

อาจารย์: ที่ไหนก็สำคัญทั้งนั้น ท่านมีเงื่อนไขเหมาะสมทำที่ไหนก็ทำที่นั่น

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดของสิงคโปร์ขอสวัสดีท่านอาจารย์ ศิษย์ต้าฝ่าอินโดนีเซียฝากสวัสดีท่าน

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน

ถาม: เรียนถามท่านอาจารย์ ความขัดแย้งระหว่างคนกับคน และความขัดแย้งระหว่างผู้บำเพ็ญกับผู้บำเพ็ญนั้น เหมือนกันหรือไม่ เหตุใดความขัดแย้งระหว่างผู้บำเพ็ญกับผู้บำเพ็ญที่ผมมองเห็นมักจะแก้ไขได้ยาก ภายนอกอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง เบื้องหลังต่างก็เข้ากันไม่ได้ เป็นอย่างนี้นานไป จะทำอย่างไรดี (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์: จะทำอย่างไรดี (ที่ประชุมหัวเราะ) ใช่ จะทำอย่างไรดี ผู้บำเพ็ญหนา ทำไมเป็นเช่นนี้ละ แต่ข้าพเจ้าทราบ ยังคงเป็นคำพูดนั้นของข้าพเจ้า อย่าเห็นว่าปัญหาบางอย่างเขาแสดงออกมาชัดมาก ที่จริงส่วนที่ไม่แสดงออกมาภายนอกนั้น เขาบำเพ็ญได้ดีมากแล้ว ไม่อาจเอาเขาไปเปรียบกับคนธรรมดาสามัญ ยิ่งไม่อาจรู้สึกว่าความขัดแย้งของพวกเขา เป็นแค่ความขัดแย้งเท่านั้น นั่นเป็นโอกาสในการยกระดับของพวกเขา

ถ้าพวกท่านล้วนแต่กลมเกลียวกัน ระหว่างกันและกันสงบสันติทั้งหมด ใครก็ยั่วใครไม่ขึ้น ใครๆก็ล้วนทำให้คนอื่นสบายใจ นั่นก็แย่แล้ว ( ที่ประชุมหัวเราะ) แย่แล้วจริงๆ บำเพ็ญกันไม่ได้แล้ว ความขัดแย้งของใครก็เผยออกมาไม่ได้ ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการยกระดับซึ่งกันและกัน นี่ย่อมไม่ใช่กลุ่มของผู้บำเพ็ญนะ สิ่งที่เราต่างจากคนธรรมดาสามัญมากที่สุดคือ เมื่อมีความขัดแย้งสะท้อนออกมา แต่เราสามารถค้นหาตนเองได้ทั้งหมด (เสียงปรบมือ) หาใช่ว่าไม่มีความขัดแย้งสะท้อนออกมาเลย ด้านใดที่บำเพ็ญได้ไม่ดี เมื่อปรากฏออกมาแล้ว จะเกิดการเสียดสีระหว่างกัน ความเห็นไม่ลงรอย ไม่เหมือนกัน งั้นก็ดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่ละคนมองหาสาเหตุของตนเองว่า ตัวฉันเองทำตรงไหนได้ไม่ดี คนอื่นไม่เห็นด้วยกับฉันอย่างไร คนนั้นก็คิดว่า วิธีการเสนอปัญหาของฉันมีปัญหาหรือไม่ คนเขาจึงยอมรับไม่ได้ แต่ละคนต่างก็สามารถค้นหาตนเอง นี่ก็คือการบำเพ็ญ ท่านไม่ค้นหาตนเอง ท่านก็ไม่ได้บำเพ็ญ อย่างน้อยที่สุดท่านก็ไม่ได้บำเพ็ญในกรณีปัญหานี้

ใช่ มีความขัดแย้งยาวนานปรากฏออกมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องมองเห็นปัญหาของตนเอง ทิ้งไปได้เร็วดีกว่าทิ้งไปได้ช้า ใครก็อย่าคิดหยวนหมั่นโดยนำความขัดแย้งกับจิตยึดติดไป (เสียงปรบมือ)

ถาม: พุทธศาสนาเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ภายหลังได้สูญหายไปในอินเดีย ปัจจุบันในอินเดียมีวัฒนธรรมและภาษาพูดต่างๆมากมาย และทำให้ยากแก่การเผยแพร่ต้าฝ่าที่นั่น เรียนถามว่า ใช่การจัดวางของอิทธิพลเก่าหรือไม่ ขอเชิญอาจารย์ให้ความกระจ่าง

อาจารย์: อันนี้เหมือนกับประเทศจีน ประเทศจีนซึ่งกว้างใหญ่เช่นนั้น มีภาษาท้องถิ่นมากมายที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็พูดภาษาจีนกลาง พูดภาษาประจำชาติกันหมด ก็ฟังเข้าใจได้แล้ว ที่จริงประเทศอินเดียก็เหมือนกัน ก็มีภาษาราชการ คนอินเดียจำนวนมากไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ เมื่อก่อนคนอังกฤษอยู่ที่นั่นค่อนข้างนาน มีคนแก่จำนวนมากที่สามารถพูดภาษาอังกฤษ เนื่องจากอินเดียมีประชากรค่อนข้างมาก มีพื้นที่ก็ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นด้านภาษาก็ย่อมมีความแตกต่างกัน ข้าพเจ้าคิดว่าการได้ฝ่าไม่ใช่ปัญหา อิทธิพลเก่านั้นต้องขัดขวางคนได้ฝ่าแน่ ศิษย์ต้าฝ่าประเทศจีนสามารถจัดการปัญหานี้ได้ อินเดียก็สามารถจัดการปัญหานี้ได้

หลังจากคนอินเดียศึกษาศาสนาอื่น หรือความเชื่ออะไรหลายอย่าง ทำให้คนอินเดียในยุคหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แต่ก่อนคนอินเดียมีท่วงทำนองแบบโบราณที่เรียบง่าย และชนชาติอินเดียนี้สร้างขึ้นโดยพระพุทธ

คนบนโลกล้วนสร้างโดยเทพต่างๆ ก็เหมือนกับในจักรวาลที่ฝ่าเท้าของเทพหลายองค์ เหยียบลงมาที่ตรีภูมินี้ มีเท้าของพระพุทธ เท้าของเต๋า เท้าของเทพนานาชนิด และใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา อณูเหล่านั้นที่อยู่ใต้สุดก็คือตรีภูมิกับโลก ซึ่งมีชาวโลกต่างๆชนิดอยู่บนนั้น คนต่างชนิดกันก็สอดคล้องกับระบบของเทพที่ต่างกัน องค์ศากยมุนีมักตรัสเสมอว่าเท้านั้นสกปรก ที่จริงความนัยของพระองค์ก็คือ ระดับชั้นของคนนี้ต่ำ หรือพูดว่าหลังจากเทพสร้างคนแล้ว เขา(คน)ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบของเทพองค์นั้น ดังนั้นเทพจึงต้องดูแลคน แต่ในยุคหลัง เนื่องจากการเจิ้งฝ่า เทพเหล่านี้ที่สร้างคนจึงปล่อยวางตรีภูมิกับมนุษย์ เทพที่สร้างคนและตรีภูมิล้วนแต่จะแยกตัวออกไป ดังนั้นคนจึงกลายเป็นโดดเดี่ยว แต่รูปร่างภายนอกของคนนี้ หรือหนังคน ยังคงเป็นรูปลักษณ์ของชนชาติต่างๆกัน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเทพเบื้องบนอีกต่อไปแล้ว หรือพูดว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเทพเหล่านั้นที่สร้างคนในอดีต เทพในระดับชั้นสูงของจักรวาลมิใช่พากันลงมาเกิดเป็นคนได้ฝ่ากันแล้วหรือ หรือพูดว่า ปัจจุบันร่างคนจำนวนมากล้วนแต่ถูกชีวิตจากภพข้างบนที่ลงมาเกิดเป็นคน ใช้กันอยู่ เสื้อผ้าชุดนี้ ชีวิตจากภพข้างบนสวมใส่อยู่ พอมาถึงที่ของคนนี้ก็ไม่อาจเรียกเขาว่าเทพแล้ว เพราะในอดีตชีวิตที่มาถึงที่ตรงนี้ของคน ก็ไม่อาจกลับไปได้อีกตลอดกาล พอมาถึงเขตแดนนี้ ก็เป็นชีวิตของเขตแดนนี้แล้ว นั่นคือพูดได้ว่าเขาก็คือคนแล้ว ที่ต่างกันคือ พวกเขามาจากระดับชั้นสูง เช่นนั้นพูดว่าเมื่อมาถึงที่นี่ หรือพูดว่า ถ้าหากในท่ามกลางการถ่ายทอดต้าฝ่าของข้าพเจ้า คนที่ช่วยเหลือไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่เลวจนต้องถูกกวาดทิ้ง เช่นนั้นชีวิตของเทพเหล่านี้ที่มา ก็จะอยู่ที่นี่เป็นคนไปชั่วนิรันดร์ แต่ยังต้องบอกว่าเขาไม่ได้ทำบาปต่อต้าฝ่า ไม่ใช่คนที่เลวทรามมาก จึงจะเป็นไปได้ เขาจึงจะเป็นคนในยุคต่อไป เมื่อมนุษยชาติในอนาคตเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

มนุษยชาติในปัจจุบัน ไม่ใช่ระดับชั้นของจักรวาลที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมมาชั่วกาลนาน ตรีภูมินั้นสร้างขึ้นมาเพื่อการเจิ้งฝ่า ไม่ว่าจะผ่านประวัติศาสตร์มายาวนานแค่ไหน ชีวิตของที่นี่คือชีวิตเพื่อการเจิ้งฝ่า และเป็นชีวิตที่อยู่ร่วมกับการเจิ้งฝ่า มีเทพชี้นำให้มนุษย์สร้างสรรค์วัฒนธรรม สร้างสรรค์พฤติกรรมของมนุษย์ สร้างสรรค์ความคิดของมนุษย์ สร้างสรรค์องค์ประกอบในชีวิตของมนุษย์ ขั้นตอนนี้คือเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ของการก้าวผ่านของการเจิ้งฝ่า คือการดำรงอยู่เพื่อการเจิ้งฝ่า การเปลี่ยนยุคสมัยของคนอย่างต่อเนื่องเพื่อการเจิ้งฝ่า หรือพูดได้ว่า ที่จริงนั้นคนไม่ใช่ชีวิตที่แท้จริงในระดับชั้นนี้ของจักรวาล คนและสังคมในระดับชั้นนี้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาโดยมีเป้าหมาย ถ้าหากในการเจิ้งฝ่าครั้งนี้ คนแสดงออกมาได้ดี มนุษยชาติก็จะมีความสุขและโชคลาภ เพราะต้าฝ่าเคยถ่ายทอดอยู่ที่นี่ ชีวิตในระดับชั้นนี้ --- ประวัติศาสตร์ของคนที่แท้จริงก็จะเริ่มต้นขึ้นจริงๆในอนาคต ต้าฝ่าก็จะบุกเบิกชีวิตของคน ระดับชั้นนี้ในอนาคต หรือพูดว่า ในอนาคตจะมีคนจริงๆ แล้ว ระดับชั้นนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างของจักรวาลตราบชั่วนิรันดรแล้ว ระดับชั้นนี้ก็จะเป็นระนาบชั้นหนึ่งของจักรวาลตลอดไปแล้ว ( เสียงปรบมือ ) ดังนั้นคนที่ไม่ได้ทำบาปต่อต้าฝ่าและไม่ได้บำเพ็ญต้าฝ่า ก็จะอยู่ที่นี่เป็นคน ไปตลอดกาล

โลกในขณะนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ ในอดีตไม่มีใครกล้ามา หลังจากมาแล้วก็เข้าสู่วังวนแล้ว ถูกล้างสมอง เทพที่สูงเพียงไรเมื่อมาถึงที่นี่ก็จะไม่รู้อะไรแล้ว หลังจากเข้าสู่โลกซึ่งมีหลักการที่กลับตาลปัตรภายใต้การชักนำของผลประโยชน์และฉิง เรื่องอะไรคนก็สามารถทำได้ทั้งนั้น ชีวิตหนึ่งที่อยู่ที่นี่มีแต่จะถูกทำลายมากยิ่งขึ้น ยากที่จะถอนตัวขึ้นมาได้เอง ฉิงนั้นปรากฏออกมาในชั้นระนาบของคนนี้เหมือนกับน้ำ ซึ่งเล็กกว่าอณูของน้ำที่คนสามารถมองเห็นได้ มีความหนาแน่นสูงมาก มันเป็นเทพองค์หนึ่ง แต่มันไม่มีรูปร่าง มันเรียกว่า “ฉิง” มันคือเทพองค์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อตอนที่สร้างตรีภูมิ มันจึงมีบทบาทเช่นนี้ เมื่ออยู่ที่นี่ไม่ว่าชีวิตใดๆ หากเพียงประกอบด้วยอนุภาคภายในตรีภูมิแล้ว ล้วนแต่จะจมอยู่ข้างใน(ฉิง) นี้ เมื่อมองโมเลกุลนี้ของร่างกายคนในระดับจุลทรรศน์ มันคือเม็ดอณูที่ใหญ่มาก ในระหว่างเม็ดอณูจะมีช่องว่าง ดังนั้นเมื่อคนจมอยู่ในนี้ ช่องว่างระหว่างโมเลกุลของร่างกายคน กระทั่งถึงช่องว่างภายในโมเลกุลล้วนแต่อยู่ในฉิง เหมือนกับน้ำ จมอยู่ในนั้น ใครฤาจะพูดได้ว่าไม่ถูกฉิงชักนำ ใครที่สามารถก้าวออกไปจากฉิง เขาก็คือเทพ (เสียงปรบมือ) ท่านดีใจ ท่านไม่ดีใจ ท่านชอบอะไร ท่านไม่ชอบอะไร ท่านโกรธ อารมณ์ใดๆ ที่ท่านสะท้อนออกมา ท่านรักใคร่ชอบพอของอะไร ท่านรักใคร่ชอบพอการงานอะไร ท่านอยากรับประทานอะไร ทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนแต่มีที่มาจากฉิงนั้น

ร่างกายชั้นผิวนอกของคน แม้จะเป็นชีวิตที่มาจากชั้นสูง แต่ร่างกายชั้นผิวนอกของคน ยังคงเกิดจาก 5 ธัญญพืชและธัญญาหารของมิตินี้ ชั้นผิวนอกนี้ที่ท่านมองเห็นก็สลับซับซ้อนมาก คนนั้นมีร่างแท้ร่างหนึ่ง แน่ละหลักธรรมนี้ควรจะพูดกันในอนาคต เป็นหลักธรรมของตรีภูมิ สิ่งที่ประกอบเป็นร่างกายคนนั้นสลับซับซ้อนมาก เมื่อคนถือกำเนิด เทพภพข้างล่างเหล่านั้นที่ดูแลให้คนกลับชาติมาเกิด จะให้หนังคนผืนหนึ่งแก่คน และในเวลานั้นหนังคนผืนนี้ มีขนาดเล็กมาก ในมิตินั้นปรากฏออกมาเล็กมาก ในระยะตั้งครรภ์ พร้อมกับที่พ่อแม่ป้อนสสารของมิตินี้ให้มัน(ทารก) ซึ่งคนเรียกว่าสารอาหารบำรุงร่างกาย มันจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขั้นตอนของการขยายใหญ่ขึ้น ก็คือขั้นตอนการเจริญเติบโต เหตุที่มันขยายใหญ่ขึ้น เนื่องจากมันเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยสสารของมิตินี้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้หนังแท้นี้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากถือกำเนิดแล้ว ขั้นตอนการเติบใหญ่ของคนก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าท่านรับประทานอาหารอะไรของมนุษย์ ร่างกายก็จะเติบโต ที่ท่านเจริญเติบโตที่จริงก็คือ หนังแท้ถูกเซลล์ซึ่งก่อเกิดจากสารอาหารขยายให้ใหญ่ขึ้นภายหลังกำเนิด ดังนั้นตามปกติเมื่อคนตาย หนังแท้นั้นก็ถูกดึงเอาไปแล้ว เพราะมันเล็กกว่าสสารชั้นผิวนอกสุดนี้ พอเทพคว้าทีเดียวก็เอาไปเลย พอเอาหนังแท้ไปแล้ว ร่างกายชั้นผิวนอกนี้ก็เริ่มเน่าเปื่อย สลายตัว เพราะมันเป็นสิ่งที่ประกอบจากสสารบนโลกในมิตินี้ มันจึงต้องกลับคืนสู่โลก ดังนั้นมันจึงต้องเน่าเปื่อยอยู่ที่นี่

ข้าพเจ้ากำลังบรรยายฝ่าของตรีภูมิแล้ว ( หัวเราะ ) ( ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) กล่าวสำหรับคน ณ ชั้นผิวนอกก็อยากจะฟัง แต่ว่าไม่มีประโยชน์สำหรับการบำเพ็ญระดับสูง หรือพูดว่า ที่ข้าพเจ้าเพิ่งบรรยายไปเมื่อครู่ โดยแท้จริงก็คือปัจจุบันชีวิตที่มาจากภพข้างบนที่กำลังสวมร่างอาภรณ์นี้ - หนังคน หรือก็คือร่างกายชั้นผิวนอกของคนนี้ เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของคนนั้นสร้างขึ้นโดยเทพในอดีต และที่ผ่านมาก็เชื่อมโยงกับเทพองค์นั้นตลอดมา ดังนั้นโดยพื้นฐานจึงเป็นรูปลักษณ์ของเทพองค์นั้นทั้งหมดเหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกันเพียงส่วนน้อย ท่านแต่ละคนอาจมีรูปลักษณ์ต่างกัน แต่โดยรวมแล้วก็คือรูปลักษณ์ของเทพองค์นั้นโดยพื้นฐาน ดังนั้นเทพที่ต่างกันจึงสร้างคนที่ต่างกัน เนื่องจากยุคของการเจิ้งฝ่าเริ่มต้นขึ้น พวกเขาทั้งหมดจึงปล่อยวางคนไปแล้ว บางคนบอกว่าฉันเป็นคนของชนชาตินั้น ที่จริงในสายตาของเทพ ท่านไม่ใช่คนของชนชาติใดๆทั้งนั้น ท่านนั้นเพียงแต่เป็นร่างกายชั้นผิวนอกผืนนี้ หรือเป็นรูปลักษณ์ของชนชาตินั้นๆ เท่านั้น แต่ตัวท่านที่แท้จริงไม่ใช่ ท่านอาจเป็นชนชาติอื่นที่กลับชาติมาเกิด ชีวิตมากมายล้วนมาจากสวรรค์

เนื่องจากเวลาที่เทพสร้างคนนั้น ไม่ได้สร้างอยู่บนสวรรค์ แต่สร้างอยู่บนดิน(โลก) หรือพูดว่า สร้างโดยใช้สสารบนดิน(โลก) ใน “คัมภีร์ฉบับเก่า (The Old Testament)” ดูเหมือนมีพูดไว้อย่างนี้ พระยะโฮวาใช้ดินสร้างคน ที่จริงโมเลกุลคืออณูชั้นผิวนอกชั้นหนึ่ง ณ ระดับชั้นต่ำที่สุดชั้นหนึ่งของจักรวาล หรือพูดได้ว่า ในสายตาของเทพนั้นอณูในระดับชั้นนี้ก็คือ โลก นั่นก็คือดิน เพราะสสารของพวกเขานั้นล้วนเป็นแก่นสาร(สิ่งสุดยอด)ของสสารในจักรวาล จักรวาลยิ่งต่ำลงมา เม็ดอณูของสสารจะยิ่งโต ยิ่งหยาบ หรือก็คือยิ่งไม่ดี พวกเขามองดูก็ยิ่งเห็นว่าสกปรก ดังนั้นในสายตาของพวกเขา บนฟ้ากับบนดิน กับสิ่งที่คนเข้าใจนั้นเป็นคนละเรื่อง คนพูดว่าขึ้นไปบนฟ้าแล้ว ที่จริงท่านเพียงแต่ขึ้นที่สูงในท่ามกลางโมเลกุล ไปไกลแล้ว ท่านก็ยังไม่ได้ออกไปจากมิติระดับชั้นนี้ของโมเลกุล ดังนั้นจึงไม่ใช่อยู่บนฟ้าจริงๆ บนฟ้าที่เทพพูดกันนั้น คือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากอณูในระดับจุลทรรศน์ นั่นจึงจะเป็นบนฟ้าที่แท้จริง

นักวิทยาศาสตร์พูดว่า มีเทพอยู่ที่ไหนละ ท้องฟ้านี้ กล้องส่องทางไกลของเราก็ส่องเห็นหมดแล้ว ที่ไหนมีเทพอยู่ละ นั่นไม่ใช่บนฟ้าที่แท้จริง นั่นเป็นบนฟ้าตามแนวคิดของคน นั่นไม่ใช่บนฟ้าที่แท้จริงที่สรรพชีวิตในจักรวาลกล่าวกัน โลกใบนี้ ก็ไม่ใช่บนดิน(โลก)ที่แท้จริงในแนวคิดที่สมบูรณ์แบบ คนมองดูโลก อ้อ โลกใบนี้ นี่คือบนดิน(โลก)ของเรา เรายืนอยู่บนโลก โลกนี้กลม เทพบอกว่าไม่ใช่กลม นี่ทำไมจะไม่ใช่กลมละ พวกเราเห็นได้ชัดยิ่งกว่าเทพเสียอีก แต่ทุกท่านคิดๆ ดู เทพนั้นถือว่าโมเลกุลก็คือดินบนโลก มิติระดับชั้นนี้มิใช่วัตถุที่ประกอบขึ้นจากโมเลกุลหรือ อากาศที่ตาของเรานี้มองไม่เห็นคือสิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากโมเลกุลใช่หรือไม่ละ ในอากาศยังมีสสารที่เหมือนกับอากาศนับร้อยล้านสิ่ง กระจายอยู่ทั่วไปในตรีภูมิ เพียงแต่ตามองไม่เห็นโมเลกุลจนกระทั่งถึงอณูที่เล็กกว่า แต่มันอัดแน่นอย่างถี่ยิบอยู่ในมิตินี้ทั้งหมด มนุษย์เพียงแต่จมอยู่ในกองโมเลกุลกับอณูที่เล็กยิ่งกว่า รูปแบบนี้ของชั้นผิวนอกของโลกมนุษย์ล้วนเป็นรูปแบบต่างๆของสสารชั้นผิวที่ ประกอบขึ้นมาโดยใช้โมเลกุล มีทั้งส่วนที่เทพสร้างขึ้นมา มีทั้งส่วนที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่มนุษย์สร้างก็อย่างเช่นอาคารนี้ ที่เทพสร้างได้แก่ น้ำหิน ดินอากาศ โลหะ พืช สัตว์ คน ยังมีดวงดาวบนท้องฟ้าและโลก คนเพียงแต่รับรู้โลกโดยอยู่ในมิติที่ประกอบขึ้นจากอณูในระดับชั้นนี้ รับรู้จักรวาลโดยอยู่ท่ามกลางมิติที่คับแคบอย่างยิ่งนี้ บนฟ้า บนดินที่คนเข้าใจนั้น ไม่ใช่บนฟ้าบนดิน ที่แท้จริง โลกและอากาศก็เป็นโมเลกุลเช่นกัน ในสายตาของเทพ นั่นล้วนแต่เป็นบนดิน มิติที่อณูชั้นนี้ประกอบขึ้นมาในระดับจุลทรรศน์ โดยตัวมันเองก็คือบนดิน และเขตแดนที่ประกอบขึ้นมาจากอณูที่เล็กลงไปอีก นั่นจึงจะเป็นท้องฟ้าที่แท้จริง

เมื่อครู่บอกว่าคนอินเดียนั้นพระพุทธเป็นผู้สร้าง การพูดการจาและอากัปกิริยาของพวกเขานั้นเหมือนกับท่าทางของพระพุทธมาก ในอดีตยิ่งเหมือน สังคมยุคหลัง เนื่องจากปัญหาบางชนิดของคน ก็เกิดการผสมปนเปกันบ้าง ชาวอาหรับ และคนจีนล้วนอยู่ใกล้อินเดีย คนอินเดียในยุคหลังมีส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งก็เป็นพวกเลือดผสม คนอินเดียในอดีตนั้นบริสุทธิ์มาก ท่านดูเวลาที่คนอินเดียเต้นระบำของชนชาติเขา ท่วงท่าของมือ ท่าทาง นั้นเหมือนกับท่ารำมือของพระพุทธมาก เหมือนท่าทางของพระพุทธมาก ข้าพเจ้ารู้สึกว่าช่างเหมือนมากๆ (เสียงปรบมือ)

ถาม: เมื่อเร็วๆนี้ในประเทศรัสเซีย เกิดเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยวหลายครั้ง ทำให้คนจำนวนมากไม่อยากฟังเรื่องการประทุษร้ายที่น่ากลัวในประเทศจีน

อาจารย์: นี่ก็เป็นการรบกวนชนิดหนึ่ง ไม่เป็นไร ทุกท่านควรอธิบายความจริง ก็อธิบายความจริง มันต้องการรบกวนอย่างแท้จริง อย่าถูกพวกมันรบกวนเลย ทุกท่านสมควรทำอะไรก็ทำไปตามปกติ เป็นอุปสรรค(การรบกวน)ชั่วครั้งชั่วคราว รบกวนได้ไม่นานสักเท่าใด

ถาม: เกี่ยวกับการแก้ตัวอักษร จำกัดอยู่เฉพาะหนังสือของต้าฝ่าใช่หรือไม่ เนื่องจากทำงานเป็นสื่อ.....

อาจารย์: พูดถึงบทความคนธรรมดาสามัญที่พวกท่านเขียน สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องแก้ทั้งนั้น ถ้าคนธรรมดาสามัญอ่านไม่เข้าใจก็ไม่ถูกต้อง ในขณะนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ

ถาม: ผมมีกรรมทางความคิดที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่ง ผมไม่ยอมรับมันตลอดมา และผลักไสมันเรื่อยมา แต่เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วก็ผลักไสไม่ไป ผมก็สามารถรับรู้มันได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ตัวผมเอง

อาจารย์: ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีมากๆ ท่านก็ขจัดมันเสีย บางทีลองเลือกอีกวิธีหนึ่งดู ผลลัพธ์ก็จะดีมาก ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นวิธีจัดการที่สุดขั้ว ท่านสามารถคิดออกมาอย่างนี้ว่า จักรวาลกำลังเจิ้งฝ่า สิ่งที่ไม่รบกวนการยืนยันความถูกต้องของฝ่าของฉัน ฉันก็จะสามารถจัดวางสิ่งที่เหมาะสมตามเหตุผลให้พวกท่าน ให้เป็นชีวิตในอนาคต ผู้ที่คิดจะได้รับการแก้ไขด้วยความเมตตาก็จงไปจากฉันเสีย ไปรออยู่นอกสภาพแวดล้อมของฉัน ถ้าท่านไม่มีกำลังที่จะจากไปได้จริงๆ ก็อย่าได้แสดงบทบาทใดๆ รบกวนฉัน ในอนาคตเมื่อฉันสามารถหยวนหมั่น ฉันก็จะแก้ไขพวกท่านด้วยความเมตตา ส่วนพวกนั้นที่ไม่เหลือดีเลย และยังคงรบกวนฉัน ว่าตามมาตรฐาน หากผู้ที่ไม่อาจเก็บเอาไว้ ก็จะต้องขจัดทิ้งไป ฉันไม่ขจัดเจ้า หลักธรรมของจักรวาลก็จะไม่ปล่อยเจ้าไว้ หากท่านส่งความคิดอย่างนี้ออกไปแล้ว กล่าวสำหรับชีวิตที่ต่ำมากๆแล้ว นับว่าช่างเมตตาเหลือเกิน สำหรับพวกนั้นที่ยังคงรบกวนอยู่ ก็สามารถจะขจัดไปได้ง่าย

การเจิ้งฝ่าของจักรวาลนั้นมีมาตรฐาน ท่านทำเช่นนี้ใครก็พูดอะไรไม่ได้ เหตุผลนั้นชัดเจนมาก ที่สมควรขจัดทิ้งก็ขจัดทิ้งไป สิ่งที่ต่ำมากๆนั้น สามารถขจัดไปได้ทั้งหมด โดยหลักการก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หลังจากที่ทำเช่นนี้แล้ว ชีวิตใดๆก็ย่อมไม่มีอะไรจะพูดได้แล้ว พวกที่ยังทำเรื่องชั่วอยู่ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดกันอีกแล้ว สมควรเป็นเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น (เสียงปรบมือ)

ถาม: ในช่วงวิถีการแปลการบรรยายฝ่าของท่าน ผู้ฝึกบางคนรู้สึกว่าควรแปลแบบคำต่อคำ บางคนเข้าใจว่า ควรแปลให้สอดคล้องกับภาษาต่างประเทศที่คุ้นเคย

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่า การแปล คำต่อคำ นั้นทำได้ ยกเว้น บางภาษาในเอเชีย โดยเฉพาะคือภาษาทางตะวันตก ดูเหมือนจะทำไม่ค่อยได้ ให้ใช้คำศัพท์ที่มีความหมายชั้นผิวนอกที่ใกล้เคียงในการแปลออกมาก็ใช้ได้แล้ว พยายามให้สอดคล้องกับความหมายเดิมที่สุดก็พอ ในขณะแปลมักจะเกิดปัญหาเหล่านี้บ่อยๆ ในการแปล ให้ใกล้เคียงกับความหมายชั้นผิวนอกให้มาก ก็ใช้ได้แล้ว

ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง บางคนรู้สึกว่า ภาษาพูดนั้นดี ตัวอย่างเช่นภาษาอังกฤษ มีอยู่เล่มหนึ่งแปลเป็นภาษาพูดทั้งหมด ก็มีคนพูดว่าแปลแบบนี้อ่านเข้าใจง่าย แน่ละนี่ไม่มีอะไรที่ไม่ดี จริงๆแล้วข้าพเจ้ารู้สึกว่า แปลตามหลักภาษาที่เป็นทางการ ให้สอดคล้องกับความหมายเดิมที่สุด จะดีที่สุด ผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษ หรือเรียนภาษาศาสตร์ สำหรับภาษาพูดที่เป็นภาษาท้องถิ่นมากๆ บางทีเขาก็รับไม่ได้ ถ้าท่านทำตามกฎเกณฑ์ภาษา ใครๆก็สามารถศึกษา ใครๆก็อ่านกันได้หมด อย่ากังวลว่าคนจะอ่านไม่เข้าใจ พวกเรามีผู้ฝึกที่พูดภาษาอังกฤษได้มากมายไม่ใช่หรือ ทุกท่านก็อ่านกันเข้าใจได้หมดแล้วใช่ไหม ไม่มีปัญหา

เนื่องจากทุกท่านกำลังประชุมธรรมกันอยู่ จะให้ข้าพเจ้าใช้เวลาทั้งหมด คงไม่เหมาะนะ(เสียงปรบมือแทนคำตอบว่าได้) ที่เขียนฝากสวัสดีขึ้นมามีมากเหลือเกิน

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่าสเปน ออสเตรียฮังการีโปรตุเกส เวียดนาม อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฮอลแลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมนี อิตาลี อังกฤษ ออสเตรเลีย แลตเวียไอร์แลนด์ สิงคโปร์ นิวยอร์ก สก๊อตแลนด์ ลาว อิหร่าน รัสเซีย อินเดีย สาธารณรัฐเชก แอฟริกาใต้ ทั้งหมดฝากสวัสดีท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ) ตรงนี้ยังมีจีนแผ่นดินใหญ่

ถาม: ศิษย์ต้าฝ่า กว่างโจว เจียงเหมิน เหอหนาน เจิ้นโจว สูโจว ผิงติ่งซาน ซีอาน ไหหลำ เหวินชาง ถังซาน เจียมู่ซือ ซานตงเหอเจ๋อ ฮาร์บิน หูหนาน ไฮวหวา ซานตง เกาถัง เหอเป่ยผิงเซียง ซินเซียง ซานเหอเยี่ยนเจียว เทียนจิน มหาวิทยาลัยเป่ยจิง มหาวิทยาลัยชิงหวา สภาวิทยาศาสตร์จีน ซานตงจี้หนาน สือเจียจวง หูหนานไหล่หยาง หนานชาง หงตู เจ๋อเจียง ฟู่หยาง หนิงปอ ชีชีฮาเอ่อ หูเป่ย ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ เหลียวหนิง ซานไห่กวาน ซานตง กว่างซี เสิ่นหยาง เหอปา ตานตง เหยียนจี๋ ต้าเหลียน จ้านเจียง กุ้ยโจว ฉงชิ่ง เฉิงตู อู่ฮั้น จิ่นโจว ยูนนาน มาเก๊า จูไห่ หลานโจว เหอเป่ย จี้หลิน ทั้งหมดฝากสวัสดีท่านอาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ) เนื่องจากคำถามมีมาก ถ้าข้าพเจ้าอ่านทั้งหมด ฝ่าฮุ่ยวันนี้ก็เป็นการพูดของข้าพเจ้าทั้งหมดแล้ว ( เสียงปรบมือ แสดงการเชื้อเชิญให้พูดต่อไป ) จะพยายามอ่านให้ก็แล้วกัน (เสียงปรบมือ)

ถาม: พวกเราคิดจะตั้งกองทุนเพื่อลูกกำพร้าของศิษย์ต้าฝ่า เรียนเชิญท่านอาจารย์ให้ข้อเสนอแนะ

อาจารย์: สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องดี สามารถทำได้ ข้าพเจ้าก็คิดถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ หลังจากที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายจนเสียชีวิต เด็กเหล่านั้นก็ต้องร่อนเร่ไร้ที่พักพิง ต้องฝากเลี้ยงไว้ที่บ้านคนอื่น ข้าพเจ้าไม่อาจไม่ดูแล ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดว่า รวบรวมรายชื่อของพวกเขาขึ้นมา จากนั้นพวกเราก็คิดหาวิธีช่วยพวกเขาออกมา (เสียงปรบมือ) พวกเรารับมาเลี้ยงดู พวกเราก็สามารถตั้งโรงเรียนให้พวกเขาได้ (เสียงปรบมือ)

ถาม: ปัญหาที่ผมพบคือ จะทราบได้อย่างไรว่าโครงการไหนสำคัญกว่า ที่ควรจะจัดวางให้ดียิ่งขึ้น

อาจารย์: นี่เป็นเรื่องของท่าน ( ที่ประชุมหัวเราะ) นี่เป็นรูปธรรมเกินไปแล้ว อย่าถามอาจารย์เลย

ถาม: ผู้ฝึกบางคนเคยป่วยเป็นโรคประสาทเมื่อหลายปีก่อน เคยอยู่โรงพยาบาล แต่หลายปีมานี้ไม่ป่วยอีกปัจจุบันเขาเข้าร่วมงานการยืนยันความถูกต้องของฝ่า เราควรแนะเขาพยายามอย่าออกมาแสดงตัวต่อสาธารณชน ให้ทำงานอยู่เบื้องหลังดีไหม

อาจารย์: นี่เป็นคำแนะนำที่ดี หากมีผู้ฝึกที่ควบคุมตัวเองได้ไม่ดี ก่อนการศึกษาฝ่า มีประวัติป่วยเป็นโรคประสาท สามารถให้ฝึกอยู่ที่บ้าน ในปีที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดฝ่าอยู่ ได้พูดเรื่อยมาว่า ผู้ที่เป็นโรคประสาท ไม่ให้เข้ามา ถ้าท่านศึกษา ข้าพเจ้าก็จะดูแล ให้ศึกษาอยู่ที่บ้าน ใครๆข้าพเจ้าก็ช่วยเหลือ แต่ไม่อาจให้เข้ามา ต้องทำให้สภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญนี้ของศิษย์ต้าฝ่าสามารถได้รับการประกัน ไม่อาจให้ถูกรบกวนได้ดังนั้นผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยเป็นโรคประสาท ข้าพเจ้าไม่ให้เข้ามา ผู้ฝึกที่มีประวัติป่วยเป็นโรคประสาท ให้ทำอะไรเล็กๆน้อยๆอยู่เบื้องหลังได้ ส่วนเรื่องการอธิบายความจริงให้ทำแต่น้อย หรือไม่ต้องทำเลย

ถาม: ในท่ามกลางการบำเพ็ญต้าฝ่ากำหนดให้ผู้ฝึก เมื่อเห็นการฆ่าคน วางเพลิง จะนั่งดูดายไม่ใส่ใจไม่ได้ ผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่กำลังจะสูญเสียชีวิต ผมไม่สามารถเอาแต่อยู่ในบ้านได้จริงๆ จึงไปเทียนอันเหมินบอกกับผู้คน ว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี” ต้าฝ่าช่วยชีวิตผมไว้

อาจารย์: ปัจจุบันที่นั่นยังคงเลวร้ายมาก พวกท่านทนนั่งดูผู้ฝึกแผ่นดินใหญ่ถูกประทุษร้ายไม่ได้ แต่ว่าข้าพเจ้าก็ไม่อยากให้พวกท่านถูกประทุษร้าย เพื่อยับยั้งการประทุษร้าย ให้มุมานะสักหน่อยในการอธิบายความจริง กล่าวในฐานะอาจารย์ ก่อนอื่นข้าพเจ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกท่าน ( เสียงปรบมือ )

ถาม: ในเวลาที่พวกเรากำลังสร้างสรรค์งานศิลปะ จะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่าง การสามารถยอมรับงานศิลปะของผู้คนปัจจุบันนี้ กับศิลปะที่ควรมีในอนาคต เรากำลังบุกเบิกงานศิลปะใหม่อยู่ใช่ไหม

อาจารย์: งานราตรีศิลปะวรรณคดีที่ศิษย์ต้าฝ่าทำกันเอง ควรพยายามทำให้มันออกมาได้เที่ยงธรรมยิ่งขึ้น ดียิ่งขึ้นอีกหน่อย งานสร้างสรรค์ศิลปะจะแสดงอะไรออกมาบ้างนั้น เป็นเพียงปัญหาหัวข้อเรื่อง แต่มาตรฐานของการสร้างสรรค์มักจะอยู่ที่ความสามารถจะรับได้หรือไม่ของผู้ชมเป็นสำคัญ

ถาม: ดิฉันมักจะตกอยู่ในสภาวะความรู้สึกท้อแท้ได้ง่าย ตนเองรู้สึกว่าความเจ็บปวดรวดร้าวที่สุดในชีวิต คือความว้าเหว่เดียวดาย ไม่มีความอบอุ่นของครอบครัว ดิฉันรู้สึกว่าการที่จะสลัดทิ้งความรู้สึกว้าเหว่ชนิดนี้ที่ทำให้ดิฉันอยู่ในเงามืดนั้นยากมาก ดิฉันควรรับรู้ปัญหานี้อย่างไรดี มันเกิดขึ้นเพราะกรรมในประวัติศาสตร์ของดิฉันใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นองค์ประกอบที่ดิฉันต้องสลัดทิ้งไปในท่ามกลางการบำเพ็ญ

อาจารย์: จะเป็นกรรมหรือการรบกวนก็จงขจัดมันไป กล่าวสำหรับชีวิตหนึ่ง ซึ่งรวมทั้งความรู้สึกดีใจแบบนั้นในระยะแรกที่ท่านได้รับต้าฝ่า ความภาคภูมิใจแบบนั้นเมื่อท่านได้รับต้าฝ่านี้แล้ว ความรู้สึกอย่างนั้นที่คนอื่นไม่ได้รับ แต่ท่านได้รับ เหตุใดเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วละ ไม่ก้าวหน้าแล้ว ใช่หรือไม่ แม้ในขณะที่ยุ่งกับการอธิบายความจริงอยู่จนไม่รู้สึกถึงตัวเอง นั่นก็เกิดจากการทำงานของต้าฝ่าและช่วยเหลือสรรพชีวิต เหตุใดจึงรู้สึกว้าเหว่ละ ไปช่วยเหลือสรรพชีวิต ทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ จะไม่มีความรู้สึกชนิดนี้อย่างเด็ดขาด ในขณะที่ศึกษาฝ่า ในขณะที่ก้าวหน้าอยู่ จะมีความรู้สึกชนิดนี้ได้อย่างไรกัน เพราะไม่ก้าวหน้าจึงมีอารมณ์ว่างไปรู้สึกในความรู้สึกเหล่านี้ของคนธรรมดาสามัญ เป็นเช่นนี้หรือไม่ละ (เสียงปรบมือ)

ถาม: เมื่อเร็วๆนี้มีเพื่อนผู้บำเพ็ญคนหนึ่งให้การช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่ผมมาโดยตลอด ดังนั้นผมจึงสามารถอยู่ในนิวยอร์กทำเรื่องต่างๆได้ ทำงานของต้าฝ่า ผมรู้สึกว่าการรับความช่วยเหลือจากเขานี้ไม่ค่อยถูกต้อง เรียนถามอาจารย์ การรับรู้ของผมถูกต้องหรือไม่

อาจารย์: ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนต่างก็ทุ่มเทกัน ตนเองกำลังทุ่มเทอยู่และกำลังอธิบายความจริงด้วย หากอาศัยการทุ่มเทของคนอื่น นั่นมิใช่ทำโดยมีเงื่อนไขหรือ หากผู้คนไม่ให้ท่าน ท่านก็จะไม่ทำแล้วใช่ไหม ขณะที่เราเอาของๆคนอื่นก็ไม่รู้สึกติดค้างผู้อื่นหรือ สบายใจไหมละ ใช่ ก็มีกรณีที่พิเศษอยู่บ้าง นี่ก็ไม่อาจพูดอย่างตายตัว ผู้ฝึกที่เปิดบริษัทนั้นทุ่มเทไปมากแล้ว ให้การสนับสนุนผู้ฝึกทำโครงการอะไรๆ นี่สามารถเข้าใจได้ แต่กล่าวสำหรับกรณีโดยทั่วไป ข้าพเจ้ารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แม้จะเป็นการทำเรื่องอธิบายความจริงเหล่านี้ ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ถ้าสามารถจะอยู่ที่นี่ได้นานๆ งั้นก็หางานทำสักอย่าง จากนั้นค่อยทำ(งานของต้าฝ่า)ในเวลาว่างก็ได้ ทั้งหมดนั้นคือต้องจัดการปัญหาเศรษฐกิจด้วยตนเอง ไม่อาจให้คนอื่นคอยเลี้ยงดู นี่ไม่ถูกต้อง

ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้บนหลักการของฝ่า ที่แท้เทพเหล่านั้นจับจ้องดูพวกท่านด้วยตาเบิ่งกว้างทีเดียวดังนั้นไม่ควรทำเช่นนี้ ถ้าไม่มีเงื่อนไขจริงๆ ก็ให้อยู่ที่บ้านทำเรื่องอื่นๆของศิษย์ต้าฝ่า ที่ข้าพเจ้าพูดคือผู้ที่มีเงื่อนไขอยู่ที่นี่อธิบายความจริง หากไม่มีเงื่อนไข เช่นนั้นก็ให้กลับไปยังถิ่นฐานของตนเอง ทำเรื่องอธิบายความจริง ก็เหมือนกัน

ถาม: จะขอเรียนเชิญท่านอาจารย์พูดถึงบุคคลนั้นของเว็บไซด์ตี๋ซี่(สายตรง)ในต่างประเทศ ซึ่งแพร่พิษให้ชาวจีนโพ้นทะเล สักหน่อยจะได้ไหม

อาจารย์: สิ่งเหล่านี้ไม่คู่ควรที่จะพูดในฝ่าฮุ่ยของเรา ชีวิตหนึ่งๆจะเดินบนเส้นทางใดนั้น ตนเองต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่จะเกิด พวกเขาเหล่านี้เดินบนเส้นทางใดนั้นเป็นการเลือกของพวกเขาเอง แม้ท่านจะบอกให้พวกเขาเข้าใจได้แล้ว แต่สิ่งที่พวกเขาติดค้างก็ยังต้องชดใช้ คนทำอะไรไว้ต้องชดใช้ทั้งสิ้น ไม่ชดใช้ไม่ได้เด็ดขาด แต่ในขณะที่พวกเขาแพร่พิษอยู่ มีคนสักเท่าไรที่ถูกพิษทำร้าย บาปกรรมนี้เปรียบดั่งขุนเขาแลฟากฟ้า พวกเขาชดใช้ไม่มีวันหมด สรรพชีวิตที่พวกเขาแพร่พิษนั้นมากมายเหลือเกิน ดังนั้นเมื่อสื่อมวลชนทำเรื่องเลวทราม บาปนั้นจึงใหญ่หลวง ข้าพเจ้าหมายถึงการบ่อนทำลายต้าฝ่า ในเรื่องนี้

ถาม: ศิษย์ชาวโปแลนด์ ควรช่วยเหลือศิษย์จีนแผ่นดินใหญ่อย่างไรบ้าง ศิษย์ชาวโปแลนด์ฝากสวัสดีท่านปรมาจารย์

อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน ศิษย์ต้าฝ่าโปแลนด์นั้น ข้าพเจ้าคิดว่าการอธิบายความจริง จะอยู่ที่ไหนก็ทำได้เหมือนกัน หากมีเวลาก็สามารถไปทำที่อื่นได้ นี่ล้วนไม่มีปัญหา นี่ก็เป็นการช่วยเหลือผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันผู้ฝึกนอกจีนแผ่นดินใหญ่ ได้จัดทำเงื่อนไขไว้ไม่น้อย มีพลังในการยับยั้งพวกชั่วร้ายที่นั่นได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยให้ผู้ฝึกที่นั่น รับรู้ได้ถึงความสำคัญของการก้าวออกมา เรื่องเหล่านี้ล้วนสามารถทำได้ ถ้าพวกท่านมีวิธีอื่นก็ทำได้

พูดถึงการส่งเงินไปทางไปรษณีย์ อันนี้อย่าทำ เงินนั้นไม่แน่ว่าจะไปถึงมือพวกเขา พวกเขาก็กำลังบำเพ็ญอยู่ ถ้ามีเงินมากแล้ว จิตมนุษย์ของพวกเขาขึ้นมาแล้ว ก็กลับจะก่อให้เกิดจิตยึดติด พวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมของพวกชั่วร้าย มีบางแห่งนั้นยากลำบาก แต่ขอเพียงพวกเขาทำได้ดี อาจารย์จะดูแลทั้งสิ้น ทางของพวกเขา พวกเขาต้องเดินเอง อาจารย์ล้วนจะไปพิจารณาให้ เรื่องนี้ไม่ควรเป็นปัญหาเลย

ถาม: ผู้ฝึกบางคนเวลาที่ได้ฝ่าไม่ได้รับรู้ฝ่าโดยอยู่ในฝ่าอย่างแท้จริง ไม่เข้มงวดต่อตนเอง และทำให้ผู้ฝึกใหม่รอบๆตัวเขาได้รับผลกระทบจากด้านลบของเขา แล้วไม่อยากบำเพ็ญอีกต่อไป ขอเรียนถามว่า พวกเขาสามารถจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ ผู้ฝึกเหล่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อผู้ฝึกของเขาจะสามารถชดเชยความเสียหายที่พวกเขาก่อเอาไว้ได้หรือไม่

อาจารย์: กรณีใดก็ตามสืบเนื่องจากผู้ฝึกทำให้คนอื่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปัญหานี้จึงร้ายแรงมาก กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญ ท่านนั้นทำได้แต่การช่วยเหลือสรรพชีวิต ท่านไม่อาจทำลายสรรพชีวิต ท่านอยู่ในโลกมนุษย์ สามารถบำเพ็ญเป็นเทพได้ ท่านอยู่ในโลกมนุษย์ก็สามารถทำลายคนได้ด้วย นั่นล้วนแต่เป็นเรื่องที่ใหญ่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่อาจดูเบาปัญหานี้ พูดถึงว่า ก่อนการบำเพ็ญท่านเคยติดค้างอะไรไว้นั้น ก็ได้ตัดแยกออกไปแล้ว นั่นเป็นคนละเรื่องกัน ในการบำเพ็ญท่านยังทำอะไรไว้อีก นั่นก็เป็นเรื่องที่ร้ายแรง หากท่านทำให้ใครถูกทำลายไปแล้วจริงๆ ไม่อาจได้รับการช่วยเหลือ กระทั่งในอนาคตแม้แต่ชีวิตของเขา ก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ด้วย เรื่องนี้ก็จะทำให้ท่านไม่อาจกลายเป็นเทพได้ตลอดไป ก็ร้ายแรงอย่างนี้ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร ก็อย่าได้ทำเรื่องเช่นนี้

แน่ละที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวนั้น สามารถแยกแยะได้ แต่พวกเรามิใช่มาเพื่อสรรพชีวิตกันหรอกหรือเนื่องจากผลกระทบด้านลบนั้นก่อให้เกิดการสูญเสียที่ร้ายแรงมาก เวลานั้นความคิดถูกต้องในการช่วยเหลือสรรพชีวิตของท่านไปอยู่ที่ไหนแล้วละ ทำไมท่านไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น สิ่งที่ท่านบำเพ็ญกันมิใช่ เขาก่อน ฉันทีหลังหรอกหรือ มิใช่หลักธรรมที่ถูกต้อง การรู้แจ้งที่ถูกต้อง ที่ให้คำนึงถึงผู้อื่นก่อนเมื่อจะทำอะไรหรอกหรือ ขณะที่เกิดความขัดแย้งกับคนอื่นนั้น จะส่งผลกระทบต่อผู้ฝึกใหม่ได้ ทำไมทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้ฝึกใหม่นะ หรือถือตนเองเป็นใหญ่ ไม่คำนึงถึงคนอื่น การแสดงออกของท่านโดยไม่รู้ตัวนั้น ความจริงมิใช่เป็นการขับไล่ผู้ฝึกใหม่ออกไปหรอกหรือ

มีเรื่องมากมายสมควรต้องระวังกัน ผู้ที่ไม่ได้ทำให้ดีจึงควรชดเชย อย่าได้ทึกทักอย่างง่ายๆว่านั่นเป็นผู้ฝึกใหม่ ที่ฉันหงฝ่านำเข้ามา ไม่อยากศึกษาก็ไปเสีย ท่านอย่าได้เห็นเป็นเช่นนี้ ท่านทราบดีว่า การหงฝ่าของท่านเป็นเพียงเงื่อนไข จะเอาเขาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอาจารย์ โดยแท้จริงแล้วอาจารย์เป็นคนนำเข้ามา ท่านไล่ออกไปแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และเมื่อคนๆหนึ่งศึกษาต้าฝ่าแล้ว ก็เท่ากับเขาเป็นผู้ฝึกของต้าฝ่า (อาจารย์)ต้องทำอะไรต่างๆให้เขามากมาย เรื่องมากมายก็ได้ทำให้กับเขาแล้ว ฉะนั้นหากคนๆนี้ไม่ศึกษาแล้ว ต่อไปผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรท่านทราบไหม

ถาม: ถ้าไม่มีการประทุษร้ายของอิทธิพลเก่า เส้นทางการบำเพ็ญที่ท่านจัดวางไว้ให้กับพวกเราแต่เดิมนั้นเป็นอย่างไร

อาจารย์: เรื่องได้ผ่านไปแล้ว ยังจะถามถึงมันไปทำไม

ถาม: อาศัยความคิดที่ถูกต้อง การกระทำที่ถูกต้อง พวกเราสามารถทำให้การประทุษร้ายครั้งนี้จบสิ้นก่อนฝ่าปรับโลกมนุษย์ได้ไหม

อาจารย์: อันที่จริงศิษย์ต้าฝ่า ความคิดและการกระทำที่ถูกต้องของพวกท่าน ซึ่งสอดคล้องกับการเจิ้งฝ่านั้น ได้ทำให้การประทุษร้ายครั้งนี้กำลังก้าวไปสู่จุดจบแล้ว (เสียงปรบมือ) ทุกท่านคิดดู ขณะนี้พวกชั่วร้ายเหล่านี้ล้วนอ่อนลงมากแล้ว ถ้าท่านไม่เข้มแข็ง ท่านทำได้ไม่ดี มันจะอ่อนลงกับท่านเพราะอะไรละ ผู้ฝึกบางคนที่ถูกจับไปนั้น พวกชั่วร้ายก็ไม่กล้าประทุษร้ายมากนัก เพราะอะไร มันมิใช่เป็นเพราะเมื่อประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าแล้ว ในอนาคตมันจะถูกจับมัดส่งให้กฎหมายหรอกหรือ ในอนาคตลูกสมุนของพวกชั่วร้ายที่ประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า ถึงจะหนีไปจนสุดขอบหล้าฟ้าเขียว สุดท้ายก็จะหามันพบจนได้ใช่ไหม ในการประทุษร้ายครั้งนี้ศิษย์ต้าฝ่าล้วนถูกตีจนพูดไม่ออกแล้ว เหี่ยวเฉาไปหมดแล้ว เช่นนั้นพวกชั่วร้ายมันกลัวอะไรละ มันไม่ต้องห่วงแล้วนี่ สิ่งเหล่านี้ที่พวกท่านทำวันนี้ สามารถทำให้พวกชั่วร้ายอกสั่นขวัญแขวน สามารถทำให้พวกชั่วร้ายลดลงได้อย่างมาก ควบคุมพวกมันเอาไว้ได้ ทำให้พวกชั่วร้ายหวาดกลัว ประทุษร้ายไม่ได้ สุดท้ายทำให้การประทุษร้ายครั้งนี้ไม่อาจไม่สิ้นสุด นี่คือสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำขึ้นมาได้ก่อนฝ่าจะปรับโลกมนุษย์ ยอดเยี่ยม

ถาม: ผู้ฝึกหลายคนไม่เข้าร่วมกลุ่มศึกษาฝ่า ฝึกพลัง ผู้ฝึกเหล่านี้จะมีอันตรายหรือไม่ พวกเราจะช่วยเขาขจัดจิตหวาดกลัวได้อย่างไร

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่า ในฐานะผู้ฝึกใหม่ ทุกท่านอย่าไปห่วงมากจนเกินไป ค่อยๆไปก็ได้ แต่ต้องพยายามแนะนำพวกเขารวมกลุ่มศึกษาฝ่า เพราะสภาพแวดล้อมของการรวมกลุ่มศึกษาฝ่านี้ เป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้ต่อการช่วยยกระดับของทุกท่าน คือสิ่งที่ไม่อาจจะขาดได้ ในเวลานั้นเหตุใดข้าพเจ้าจึงบอกให้ทุกท่านทำเช่นนี้ เพราะรูปแบบการบำเพ็ญของฝ่านี้ก็กำหนดว่าต้องทำกันอย่างนี้ ในอดีตเหตุใดคนจึงเอาแต่จะออกบวชบำเพ็ญกันละ พวกเขามองเห็นปัญหาหนึ่ง คือหลังจากคนเหล่านี้กลับไปสู่โลกสัมผัสกับคนธรรมดาสามัญแล้ว ก็จะเหมือนกับคนธรรมดาสามัญ ไม่อาจจะก้าวหน้าได้อีก และพวกเขายังบำเพ็ญจิตรอง ดังนั้นจึงเรียกให้พวกเขาออกบวชมารวมกัน ระหว่างผู้บำเพ็ญด้วยกันนั้นมีการกระตุ้นกันและกัน มีการเปรียบเทียบกัน มักจะมีเรื่องของผู้บำเพ็ญเองที่จะพูดคุยกัน จะก่อเกิดสภาพแวดล้อมหนึ่งของผู้บำเพ็ญขึ้นมา

ถ้าไม่มีสภาพแวดล้อมนี้ ทุกท่านคิดดู วันนี้ศิษย์ต้าฝ่าก็จะเป็นแบบเดียวกัน พวกท่านกลับไปอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ ก็คืออยู่ในสภาพแวดล้อมของคนธรรมดาสามัญ ตนเองก็ไม่รู้จักเร่งรีบ วันนี้คิดจะอ่านหนังสือก็อ่านสักหน่อย พรุ่งนี้ขี้เกียจแล้วก็อ่านน้อยหน่อย ไม่มีสภาพแวดล้อมนี้ก็ยากจะก้าวหน้าเพราะจริงๆก็คือคนที่กำลังบำเพ็ญ ความเกียจคร้านของคน คนถูกโลกนี้ ถูกสิ่งต่างๆรบกวน ลำพังอาศัยตัวท่านเอง ย่อมยากจะค้นพบข้อบกพร่อง โดยเฉพาะจะไม่ก้าวหน้าอีกต่อไป ไม่อ่านหนังสือมากๆอีกต่อไป ไม่รับรู้ฝ่ามากๆ ท่านก็จะมองไม่เห็นจิตยึดติดของตัวเอง ดังนั้นต้องรวมกลุ่มศึกษาฝ่า ฝึกพลัง

ขณะนี้อยู่ในช่วงการประทุษร้าย มีหลายๆสาเหตุที่ไม่สามารถ หรือไม่อาจจะรวมกลุ่มฝึกพลังได้บ่อย ในอนาคตต้องรวมกลุ่มฝึกพลังให้ได้ นอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้ฝึกจำนวนมากยุ่งอยู่กับงานยืนยันความถูกต้องของฝ่ามากมาย แต่กล่าวสำหรับผู้ฝึกใหม่ ผู้ฝึกเก่าต้องบุกเบิกสภาพแวดล้อมให้พวกเขา ให้พวกเขารวมกลุ่มศึกษาฝ่าและฝึกพลังด้วยกัน

ถาม: (แปล) ผมเป็นผู้ฝึกชาวตะวันตกคนหนึ่ง ขอเรียนเชิญท่านปรมาจารย์กล่าวสักเล็กน้อย เพื่อชักจูงให้ผู้ฝึกชาวตะวันตกก้าวออกมาขณะนี้มีหลายโครงการของต้าฝ่าที่ต้องการผู้ฝึกที่พูดภาษาอังกฤษได้

อาจารย์: สมควรต้องก้าวหน้าจึงจะถูก ข้าพเจ้าคิดมาตลอดว่า หนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้น ได้ส่งผลกระทบอย่างมากแล้ว ในสังคมชาวจีนโพ้นทะเล อันที่จริงหนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนได้กลายเป็นสื่อมวลชนที่ใหญ่ที่สุดของโลกแล้ว มันครอบคลุมประเทศต่างๆมากมาย ครอบคลุมทั่วอเมริกา ข้าพเจ้าอยู่ในเมืองเล็กๆก็ยังพบเห็นได้ พื้นที่ครอบคลุมนั้นกว้างใหญ่มาก รวมเว็บไซต์เข้าไปด้วย ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นส่วนนั้นของชาวจีนโพ้นทะเล กระแสหลักในสังคมอย่างแท้จริงนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นร่างหลักของสังคม ตัวอย่างเช่นประเทศอเมริกาเป็นสังคมที่พูดภาษาอังกฤษ มันก็เป็นร่างหลัก แต่พวกเราไม่มีวารสารสักฉบับที่จะอธิบายความจริงให้กับพวกเขา นั่นจะถูกไหม อาศัยแต่คนไปพูดเท่านั้นยังมีขีดจำกัดแม้ว่าจะเป็นไปได้แต่เราก็ต้องพยายามเพิ่มหลายๆวิธีการ ที่จะทำให้คนรับรู้ความจริงได้ ไม่ยิ่งดีหรือ ดังนั้นข้าพเจ้าคิดอยู่เสมอว่าหนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนฉบับภาษาอังกฤษที่พวกท่านทำเมื่อไรจึงจะออกมาได้ นั่นก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง ที่จริงประเทศอื่นๆก็เหมือนกัน (เสียงปรบมือ)

สื่อมวลชนกระแสหลักมากมาย ล้วนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศจีน ผู้จัดการบรรณาธิการ หลายคน ถูกกลุ่มอันธพาลชั่วร้ายของประเทศจีนซื้อไปแล้ว ในสังคมทุกวันนี้ มีเรื่องการประทุษร้ายที่ร้ายแรงเช่นนี้ เรื่องที่ใหญ่อย่างนี้ แต่ในสังคมนานาชาติพวกเขากลับไม่สนใจ นี่ไม่ผิดปกติหรือ นี่ถูกทำนองคลองธรรมไหม นี่คือบาปนะ แต่กลุ่มอันธพาลนี้ก็ชั่วร้ายออกอย่างนั้น หากศิษย์ต้าฝ่ามีสื่อมวลชนในท้องถิ่น เช่นนั้นก็อาจจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ หากสามารถทำให้สื่อมวลชนเหล่านี้บรรลุผลที่ดีได้ เช่นนั้นก็จะแก้ไขปัญหากำลังคน กำลังทรัพย์ได้ จึงต้องเพิ่มกำลังคน ดังนั้นหากมองจากจุดนี้ ขณะนี้กำลังคนของผู้ฝึกชาวตะวันตกที่เข้าร่วมไม่พอเพียงจริงๆ ในด้านนี้ผู้ฝึกที่เข้าร่วมจึงร้อนใจมาก

แน่ละทุกอย่างจะค่อยๆดีได้ จะมีผู้ฝึกใหม่เข้ามาร่วม จะมีผู้ฝึกใหม่ที่รับรู้ฝ่าได้แล้วก้าวเข้ามา ทุกสิ่งจะเปลี่ยนเป็นดีทั้งหมด สถานการณ์ของหนังสือพิมพ์จีนในเวลานั้นก็เป็นอย่างเดียวกันนี้ จากที่มีกำลังคนน้อยจนถึงมีกำลังคนเข้าร่วมมากยิ่งขึ้น จากที่ทำไม่ได้ก็ทำได้ จากไม่ชำนาญ กลายเป็นชำนาญ จากที่ไม่สุกงอมจนกลายเป็นสุกงอม ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าในฐานะผู้ฝึกใหม่ซึ่งสามารถบำเพ็ญอยู่ในฝ่าได้ ก็ให้พวกเขาเข้าร่วมหลายๆเรื่องได้ หากเขายังไม่สามารถรับรู้อยู่ในฝ่า ท่านก็ยังให้เขาเข้าร่วมไม่ได้จริงๆ เพราะมีหลายเรื่องที่พวกเขาจะยังไม่เข้าใจ ยังรับรู้ไม่ได้เรื่องการการยืนยันความถูกต้องของฝ่าก็ต้องทำกันเอง นี่ก็เป็นการช่วยเหลือสรรพชีวิต พวกเราไม่ทำแล้วใครจะทำ

ในฐานะผู้ฝึกใหม่ หากไม่เข้าใจ ไม่แน่ว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อเขา ทำลายเขา ดังนั้นต้องคำนึงถึงพวกเขาในจุดนี้ ให้เขารู้ว่าเรื่องเหล่านี้ที่เราทำเป็นการช่วยเหลือสรรพชีวิต เป็นการอธิบายความจริง เปิดโปงการประทุษร้าย ข้าพเจ้าคิดว่าผู้ฝึกเก่าแต่ละคน ก็ก้าวผ่านมาจากการเป็นผู้ฝึกใหม่ ดังนั้นพวกเขาจะค่อยๆสุกงอมได้

ถาม: ในขณะข้ามด่านแต่ละครั้ง ศิษย์ล้วนค้นพบจิตเห็นแก่ตัวที่สกปรกเหล่านั้น เมื่อบำเพ็ญตั้งนานอย่างนี้แล้วก็ยังทิ้งจนหมดเกลี้ยงไม่ได้ แต่ขณะนี้กำลังเข้าใกล้ช่วงสุดท้ายของการเจิ้งฝ่าแล้ว

อาจารย์: อันนี้ไม่ต้องร้อนใจ การขจัดสิ่งเหล่านี้ เป็นการขจัดทิ้งไปเป็นชั้นๆ ดังนั้นจึงมีการแสดงออกมา มีหลายเรื่องที่พวกท่านทำไม่ได้จริงๆ อาจารย์จะทำให้

สังคมคนธรรมดาสามัญนั้นเป็นอ่างย้อมใบใหญ่ พอตนเองย่อหย่อนก็จะถูก(จิตยึดติด)รุกเข้าเกาะกิน ดังนั้นต้องบำเพ็ญไม่หยุดหย่อน ต้านทานการถูกแปดเปื้อน พอย่อหย่อนแล้วมันก็จะมา พวกท่านคือผู้บำเพ็ญ สิ่งของส่วนนั้นที่อาจารย์เหลือไว้ให้ท่าน เพื่อให้สามารถบำเพ็ญอยู่ในท่ามกลางคนธรรมดาสามัญ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง เพื่อให้ท่านสามารถบำเพ็ญอย่างสอดคล้องกับสภาพคนธรรมดาสามัญมากที่สุด หากไม่ก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ของคนก็จะถูกเจาะช่องว่าง แต่ในฐานะผู้บำเพ็ญก็สามารถปรับแก้ตนเองได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างการบำเพ็ญ ทิ้งสิ่งที่ไม่ดีไปเรื่อยๆ แต่ว่ามันอาจยังคงมีอยู่ ท่านก็ทิ้งมันไปเสีย บำเพ็ญอย่างสง่างาม อย่าให้พฤติกรรมของตนเองถูกมันรบกวน เมื่อความคิด(ที่ไม่ดี)สะท้อนออก ก็ขจัดมันทิ้งไปในทันที

ถาม: เนื่องจากการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วของการเจิ้งฝ่า ทำให้การอธิบายความจริงกับคนในครอบครัวมีความลำบากมาก ควรอธิบายความจริงกับพวกเขาอย่างไรดี รู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไร

อาจารย์: การอธิบายความจริงให้คนในครอบครัวนั้น ผู้ฝึกบางคนรู้สึกว่ายากลำบากมากจริงๆ ที่จริงข้าพเจ้าคิดว่า ส่วนมากตนเองมักรู้สึกว่าเป็นคนในครอบครัว จึงปฏิบัติไม่เหมือนกับคนข้างนอก ถ้าท่านคิดว่าเขาก็เป็นสรรพชีวิตหนึ่งของโลกมนุษย์ ก่อนอื่นท่านอย่าคิดว่าเขาเป็นญาติสนิทของท่าน ท่านก็ต้องดูว่าปมในใจของเขาอยู่ที่ไหน เมื่อคลายปมในใจของเขาได้ ก็จะแก้ไขได้หมด ในสถานการณ์ทั่วไปของการอธิบายความจริงก่อนอื่นอย่าเพิ่งคิดจะให้เขาศึกษาฝ่า ผลลัพธ์ก็จะดีกว่า

ถาม: แม้ผมเข้าใจได้ว่าพวกเราต่างมีโชคดีมาก แต่บางทีผมรู้สึกไม่สบายใจ เรียนถามว่า นี่เป็นเพราะด้านนั้นที่ยังบำเพ็ญได้ไม่ดี หรือเป็นส่วนที่ต้องสลายกรรม ก็คือกรรมส่วนนั้น

อาจารย์: ที่จริงความไม่สบายใจนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดา ในฐานะผู้ฝึกใหม่ คนอยู่ในโลก ทัศนคติมากมายที่ก่อเกิดขึ้นมานั้น ทัศนคติของท่านต่อเรื่องราวที่ต่างกัน จะมีการรับรู้ที่ต่างกัน ท่านรู้สึกว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนั้นไม่ดี คนย่อมมีความรู้สึกเช่นนี้ นี่คือทัศนคติของคนที่กำลังสะท้อนออกมา ท่านเริ่มต้นบำเพ็ญแล้ว ก็ทิ้งทัศนคติต่างๆไปได้หมดในทันที ย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทัศนคติที่สะท้อนออกมา จึงกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกได้ จึงทำให้ท่านอารมณ์ไม่ดี หรือ อารมณ์ดี

นี่เป็นสภาพการณ์ในระหว่างการบำเพ็ญ ท่านจะค่อยๆรับรู้ฝ่าได้กระจ่างยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ความคิดที่ถูกต้องของท่านจะเข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับ ท่านจะมองสรรพชีวิตด้วยความเมตตายิ่งขึ้นเป็นลำดับ ตอนนั้นก็จะแตกต่างกันแล้ว

ถาม: “จ้วนฝ่าหลุน”ใหม่ออกมาแล้ว เล่มที่ไม่ได้แก้ตัวอักษร คือ “จ้วนฝ่าหลุน”เล่มเก่าจะจัดการอย่างไรจะใช้หรือไม่ใช้

อาจารย์: หนังสือมิใช่หรือ ฝ่ามิใช่หรือ เพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษร ท่านก็แก้ไขมันเสียก็จบเรื่องแล้วมิใช่หรือ ใช่หรือไม่ อย่าทำเรื่องที่ไม่ควรทำเลย

ถาม: วัฒนธรรม 5000 ปีของประเทศจีน ล้วนเป็นวัฒนธรรมของแต่ละร่างนภาของจักรวาล เช่นนั้นวัฒนธรรมตะวันตกก็เป็นวัฒนธรรมที่ยาวนานของร่างนภาด้วยใช่ไหม มีความเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ต้าฝ่าหรือไม่

อาจารย์: เทพทางตะวันตกสร้างชาวตะวันตก ชนชาติทางตะวันออกก็ดี ชนชาติอื่นก็ดี ต่างก็สร้างโดยเทพต่างองค์กัน ฉะนั้นย่อมจะมีจุดเด่นของระบบนั้นของพวกเขาอยู่ด้วยอย่างแน่นอน พูดถึงวัฒนธรรม ควรพูดว่า เทพได้สร้างวัฒนธรรมของคนให้กับคน ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมของสวรรค์ ปัจจุบันกล่าวกันว่าอาคารสูงใหญ่เหล่านี้ในแมนฮัตตันเหมือนกับบนสวรรค์ ไม่เหมือนกัน เพราะนี่คือสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันนำมา วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเป็นสิ่งที่มนุษย์ต่างดาวนำมา วัฒนธรรมของแต่ละรัชสมัยของจีนนั้นมีจุดเด่นของสวรรค์แต่ละด้านที่มาผูกวาสนา แต่จะเหลืออะไรไว้ให้กับคนที่ตรงนี้นั้น ยังคงเป็นการควบคุมอย่างมีเป้าหมายของเทพ เนื่องจากประวัติศาสตร์ของคนนั้นเป็นการวางรากฐานสำหรับการเจิ้งฝ่า วัฒนธรรมของตะวันตกนั้นเป็นวัฒนธรรมชั้นผิวนอกที่สร้างขึ้นสำหรับการดำรงอยู่ของคน เพื่อรอคอยการเจิ้งฝ่า

ถาม: ผมรู้สึกว่าการคืนกลับสู่ “เจิน ซั่น เหยิ่น”นั้นยากมาก เรียนเชิญท่านอาจารย์ชี้แนะว่าการละทิ้งจิตยึดติดจากรากเหง้าอย่างแท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

อาจารย์: ผู้ฝึกใหม่อย่าใจร้อน เรื่องมากมายพวกท่านจะเข้าใจได้หมดในท่ามกลางการบำเพ็ญ ค่อยๆรับรู้ได้ทั้งสิ้น วิธีที่ดีที่สุดคือ อ่านหนังสือให้มากๆ ต้องอ่านหนังสือซ้ำๆไปมา สิ่งที่อาจารย์บอกท่านนั้นเป็นประโยชน์ต่อท่านอย่างแน่แท้

ท่านดูซิ ข้าพเจ้าถ่ายทอดฝ่าอยู่ในประเทศจีนเพียงสั้นๆไม่กี่ปี ก็มีคนมาศึกษาถึงหนึ่งร้อยล้านคน หลังจากข้าพเจ้าออกจากประเทศจีน ไม่ได้บรรยายฝ่า ถ่ายทอดพลังโดยตรง ล้วนเป็นผู้ฝึกที่เผยแพร่อยู่ จัดคอร์สเก้าวัน บอกเล่าแก่กันและกันว่ามีหลักธรรมชุดนี้อยู่ แม้ว่าอิทธิพลเก่ามันจะควบคุมอยู่ แต่ว่าก็ขัดขวางไว้ไม่ได้ คนจำนวนมากยังคงเข้ามาศึกษา เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ละ หลักธรรมชุดนี้เขาสามารถชี้นำคนบำเพ็ญได้อย่างแท้จริง สามารถทำให้คนยกระดับได้อย่างแท้จริง สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตของคนได้อย่างแท้จริง พวกชั่วร้ายในประเทศจีนทำการประทุษร้ายอยู่อย่างนั้น ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ในสังคมนานาชาติก็ได้รับแรงกดดันอย่างมาก ทำไมพวกเขาสามารถเอาชนะพวกชั่วร้าย ก้าวข้ามมาได้ เพราะพวกเขารู้จักหลักธรรมชุดนี้แล้ว พวกเขาอยู่ในหลักธรรมชุดนี้ สามารถยกระดับขึ้นมาได้อย่างแท้จริงในท่ามกลางการบำเพ็ญ แน่ละจะรับรู้ได้สูงมากในทันทีนั้น ล้วนไม่อาจเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ ค่อยๆผ่านการศึกษาฝ่าท่านก็จะรู้ได้ทั้งหมด

พูดถึงจิตยึดติด หากวันนี้อาจารย์บอกให้ท่านละทิ้งจิตนี้ จิตนั้น นั่นเป็นลักษณะของการบีบบังคับ ไม่ใช่เกิดจากใจท่านเองที่ต้องการละทิ้ง นานๆเข้าเมื่ออาจารย์พูดมากๆแล้ว ก็จะทนไม่ได้ ท่านก็จะแค้นเคือง ท่านจะคิดว่า ทำไมฉันต้องทำอย่างนี้ด้วย ถ้าผ่านความเข้าใจหลักการของฝ่าด้วยตัวท่านได้เองแล้ว ท่านจะเข้าใจได้ว่าการทำอย่างนี้ ดีหรือไม่ดีต่อชีวิตท่านอย่างไรบ้าง นั่นจึงจะเป็นการยกระดับที่แท้จริงของท่าน ท่านจึงจะสามารถทำได้อย่างแท้จริง การควบคุมใดๆจากภายนอกล้วนไม่ใช่เกิดจากความปรารถนาของท่านเอง ไม่ใช่การยกระดับของท่านอย่างแท้จริง การควบคุมและบีบบังคับนั้น ตราบชั่วกาลนานก็ไม่อาจจะทำให้คนเปลี่ยนแปลงและยกระดับได้ เมื่อห่างออกจากการควบคุมนี้ คนก็จะเป็นเหมือนอย่างเดิม นั่นใช้ไม่ได้

ถาม: หลังการปราบปรามในปีค.ศ. 1999 มีผู้ฝึกส่วนหนึ่งหลังออกมาจากค่ายกักกันแรงงาน ไปบำเพ็ญพุทธศาสนาแล้ว ที่แท้ล้วนมีจิตหวาดกลัวทั้งนั้น

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่า หากมีจิตหวาดกลัวไม่ว่าไปที่ไหน เขาก็ไม่ใช่จะบำเพ็ญจริง เขาก็จะบำเพ็ญไม่สำเร็จ เมื่อไปอยู่ในศาสนาพุทธเขาก็รู้แล้วว่า ศาสนาพุทธเป็นอย่างไร แน่ละ เมื่อเปรียบกับผู้ฝึกเหล่านั้นที่ทำได้ดีก็แตกต่างกันมาก เมื่อต้าฝ่าให้ประโยชน์กับเขา เขาก็มา พอต้าฝ่าถูกประทุษร้ายเขาก็หนี เขาได้รับประโยชน์แล้ว แต่ในท่ามกลางการคัดค้านการประทุษร้าย เขาไม่คิดจะพูดอะไรเพื่อต้าฝ่า และไม่คิดจะการยืนยันความถูกต้องของฝ่า ชีวิตอย่างนี้ในสายตาของเทพนั้น ก็คือแย่ที่สุด พูดถึงว่าจะบอกให้เขาบำเพ็ญอย่างไร นั่นก็ได้แต่แนะนำให้ใฝ่ดี ไม่มีวิธีพิเศษอะไร คิดจะเอาอะไร ตนเองเป็นผู้กำหนด

ถาม: ในแถบตะวันออกกลางมีสงครามเรื่อยมา ชาวโลกไม่มีโอกาสได้ฝ่า เรียนถามว่า ศิษย์ต้าฝ่าควรอยู่ที่นั่นหงฝ่าอย่างไร

อาจารย์: ยากมากๆ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่อิทธิพลเก่าทำ

ในการประทุษร้ายผู้ฝึกฝ่าหลุนกงครั้งนี้ กล่าวสำหรับรัฐบาลอเมริกา พวกเขารู้ว่า เรื่องนี้ร้ายแรงมาก ความเป็นมาของการต่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกา ก็คือความเชื่อในเสรีภาพ พูดถึงสิทธิมนุษยชน คนกลุ่มแรกที่อพยพมาอเมริกาคือสาวกนิกายใหม่ของศาสนาคริสต์(Puritans นิกายบริสุทธิ์) เพื่อเสรีภาพจึงได้มาที่ดินแดนนี้ การประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่านั้นล้วนกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ขั้นมูลฐานที่สุดของสหรัฐอเมริกา กระทบต่อความเป็นมาของการตั้งประเทศของมัน เช่นนั้นเหตุใดรัฐบาลสหรัฐจึงไม่สนใจละ ข้าพเจ้ากล่าวจากมุมมองที่เข้าใจและเห็นใจพวกเขา อิทธิพลเก่าสร้างความวุ่นวายอยู่ในตะวันออกกลาง จากนั้นทำให้สหรัฐไม่ว่างพอที่จะยื่นมือออกมา ไม่มีพลังที่จะรวมศูนย์ไปที่ประเทศจีน ดูแลเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายไม่ไหว

หากรัฐบาลสหรัฐในขณะนี้ ไม่ต้องพัวพันกับพวกก่อการร้าย ข้าพเจ้าเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐก็จะไม่อดกลั้นต่อการกำเริบเสิบสานอย่างนี้ของพวกชั่วร้ายในสังคมทุกวันนี้ อย่างเด็ดขาด เพราะบทบาทของสหรัฐที่แสดงออกมาในโลกก็คือ ผู้รักษาความเป็นระเบียบ ที่จริงมันก็คือตำรวจโลก เหตุใดเทพจึงให้มันเข้มแข็งเช่นนี้ ทำให้มันมั่งคั่งละ ก็คือเทพให้มันอยู่ในโลกทำเรื่องนี้ ประเทศจีนนั้นคือเวทีหลักของเวทีละครนี้ของมนุษย์ เป็นสถานที่เล่นละครเพลงหลัก แต่ความเป็นระเบียบของโรงละครนี้ก็ต้องมีผู้รักษา จะให้วุ่นวายไม่ได้ ดังนั้นโดยแท้จริงสหรัฐนั้นเป็นประเทศที่เทพให้เป็นผู้ทำเรื่องนี้ จีนคอมมิวนิสต์มักจะด่ามันว่า ตำรวจโลก มันก็คือตำรวจโลก ที่เทพเรียกให้เป็น ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่รับผิดชอบภาระนี้ ไม่ก่อเกิดผลเช่นนี้ เทพก็จะไม่ให้มันเข้มแข็งอย่างนี้ เทพก็จะไม่ให้มันมั่งคั่ง ไม่ใช่ว่าคนอเมริกันนั้นควรต้องเป็นพิเศษ แต่เพราะเทพจัดวางไว้ให้มัน (หัวเราะ)

ถาม: ดิฉันเองกับศิษย์ต้าฝ่าหลายคนใกล้ๆตัวเพิ่งมีลูกเล็กๆเมื่อเร็วๆนี้ รู้สึกว่าไม่มีเวลาจะอธิบายความจริงมากเหมือนเมื่อก่อน จึงมีความลำบากใจไม่น้อย

อาจารย์: อันนี้ข้าพเจ้าคิดว่าไม่มีปัญหา ศิษย์ต้าฝ่าที่มีลูกเล็ก ก็หลายคน หากลูกยังเล็กมาก คอยดูแลใกล้ชิดก็ไม่เป็นไร พอมีเวลาท่านก็ทำ (งานอธิบายความจริง) ถ้าไม่มีเวลาก็ทำเรื่องที่เป็นการเสริมสักหน่อยก็ได้ รอเมื่อลูกสามารถอยู่ห่างมือได้บ้าง ค่อยทำให้มากอีก ก็ไม่เป็นไร

ถาม: (คำแปล) ขณะที่เราทำนิทรรศการคัดค้านการทรมานนั้น วันหนึ่งๆนั้น มีคนธรรมดาสามัญมากมายเดินผ่านไปมาหลายเที่ยว และได้รับเอกสารไปแล้ว แต่เพื่อนผู้บำเพ็ญชาวจีนส่วนหนึ่ง ยังคงมุ่งที่จะป้อนเอกสารอธิบายความจริงให้พวกเขาอีก

อาจารย์: บางทีมีการผลัดเปลี่ยนผู้ฝึกไปแล้ว จึงไม่ทราบว่าพวกเขาเคยรับเอกสารไปแล้ว จึงได้ให้เอกสารแก่พวกเขาอีกกระมัง ด้านนี้ควรจะระวัง พอเวลานานๆเข้าแล้ว ทุกท่านต่างคุ้นเคยกันแล้ว เขาได้รู้ความจริงแล้ว ท่านเคยให้เอกสารอย่างเดียวกันแก่เขาแล้ว ท่านยังจะป้อนให้เขาอีก ที่จริงเป็นการสิ้นเปลืองเงินทุนนะ อย่าทำเหมือนคนธรรมดาสามัญที่รับจ้างแจกของ แจกให้หมดแล้วก็แล้วกันไป ท่านกำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต มิฉะนั้นมาที่นี่ทำอะไรละ

ถาม: รัฐบาลเมืองแอตแลนต้า มลรัฐจอร์เจีย ร่วมกับสภานิติบัญญัติ กำลังผลักดันการจัดตั้งสถานกงสุลจีนอย่างเต็มที่ หรือว่าการอธิบายความจริงของเราไม่มากพอ หรือเป็นการรบกวนของอิทธิพลเก่า

อาจารย์: เขาอยากจะตั้งอะไรก็ช่าง ไม่เป็นไร จะตั้งสถานกงสุลหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับเรา ไม่แน่ว่าในอนาคตจะเป็นสถานกงสุลของใครไป ใช่ซิ เราไม่สนใจเรื่องของคนธรรมดาสามัญ พวกเราเป็นเพียงผู้บำเพ็ญ ทุกท่านดูซิ ประเทศจีนในปัจจุบันเป็นอย่างไรกัน จีนคอมมิวนิสต์ ในตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟจริงๆ จวนจะล้มมิล้มแหล่ ภายนอกวางท่าดูน่าโออ่า แต่ป่วยเกินเยียวยาเสียแล้ว อาภรณ์ภายนอกดูโอ่อ่าสวยงาม แต่ข้างในนั้นเน่าเปื่อยหมดแล้ว

ถาม: ขณะนี้สถานการณ์การเจิ้งฝ่าในนิวยอร์กไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว

อาจารย์: นี่ไม่มีขั้นตอน ก็คือการอธิบายความจริง อธิบายให้ผู้คนเข้าใจแล้ว บอกให้ชาวโลกต่างรู้ความจริง ที่จริงนั้นท่านคิดจะทราบสภาพการณ์โดยรวมว่าเป็นอย่างไรแล้ว ที่จริงทุกท่านก็อธิบายความจริงอยู่อย่างนี้ ผู้ที่รู้ความจริงนั้นเป็นคนในนิวยอร์กค่อนข้างมาก กว่าครึ่งหนึ่ง จะเข้าใจกันหมดในไม่ช้า ผู้ที่ทำงานในนิวยอร์ก ที่บ้านไม่ได้อยู่ในนิวยอร์กนั้นมีเพียงส่วนน้อย ขณะนี้คือสถานการณ์อย่างนี้

ถาม: เนื่องด้วยปัญหาความปลอดภัย จึงต้องรักษาความลับ แต่ถ้าทำจนเกินไปแล้ว ก็จะขัดขวางการติดต่อแลกเปลี่ยนกันของผู้ฝึก กระทบต่อความกระตือรือร้น ควรยึดกุมให้ดีขึ้นอย่างไร

อาจารย์: เป็นผู้บำเพ็ญกันใช่ไหม ไม่ว่าทำเรื่องอะไรล้วนต้องคำนึงถึงผู้อื่น ยิ่งควรคำนึงถึงต้าฝ่า ดังนั้นเรื่องที่ผู้อื่นไม่บอกกล่าว ในใจท่านอย่าได้ไม่พอใจ บางโครงการนั้นไม่อาจพูดในที่ประชุมใหญ่ได้ ไม่ใช่จะต้องบอกให้ทุกคนรู้กันหมด คนรู้กันมากก็จะไม่ระวัง คุณพูดทีฉันพูดที สายลับของกลุ่มอันธพาลของประเทศจีนก็รู้แล้ว ปัจจุบันการแอบดูแอบฟังนั้นทำกันจนเลยเถิดมาก โทรศัพท์จะเปิดอยู่หรือไม่มันก็แอบฟังได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย เรื่องการช่วยเหลือสรรพชีวิตของพวกท่าน เมื่อยังไม่ทำนั้น ยังไม่อาจจะขยายวงกว้างได้ จุดนี้ทุกท่านต้องเข้าใจ ต้องเห็นใจผู้ฝึกด้วยกัน ไม่ใช่จะปกปิดท่าน แต่เพื่อไม่ให้ขยายวงกว้าง อาทิเช่นทุกท่านจะไปจัดนิทรรศการภาพวาดอธิบายความจริง ก่อนที่จะลงมือทำ สถานกงสุลก็โทรไปแล้ว ข่มขู่ห้องนิทรรศการว่า ถ้าพวกคุณให้พวกเขาใช้ห้องนิทรรศการ พวกคุณต้องระวังไว้ อาจจะมีระเบิด เรื่องอันธพาลอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น เรื่องบางอย่างไม่อาจขยายวงกว้าง ในฐานะผู้ฝึก แต่ละคนควรเข้าใจและเห็นใจกัน

ถาม: ผู้ฝึกหลายคนที่ทำงานมากมายเพื่อต้าฝ่า ออกแรงไปก็มาก แต่ระหว่างทำงานมักอารมณ์เสีย คนแบบนี้จะสามารถหยวนหมั่นได้หรือไม่

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่ายังพูดไปถึงเรื่องหยวนหมั่นไม่ได้ ทำไมต้องโกรธ แน่ละหากพูดแต่เพียงปัญหาความโกรธโดดๆ ไม่อาจพูดได้ว่า คนๆนี้บำเพ็ญได้ไม่ดี แต่ปัญหาความโกรธนี้ กลับก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีอย่างมาก กระทบต่อผู้ฝึกใหม่ค่อนข้างมาก แทบจะทำให้ผู้คนกลัวจนหนีไป เนื่องจากทุกท่านกำลังบำเพ็ญกันอยู่ คือคนที่กำลังบำเพ็ญ ไม่ใช่เทพที่กำลังบำเพ็ญ ดังนั้นท่านจะทำให้ผู้คนเข้าใจผิดอย่างมาก ก่อให้เกิดการรบกวนไม่น้อย แม้ว่าท่านคิดเห็นไม่เหมือนกัน ในใจท่านไม่พอใจ นั่นก็ต้องพูดไปด้วยจิตใจที่สงบ ศิษย์ต้าฝ่าเราเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกชั่วร้าย ล้วนแสดงออกในลักษณะ ถูกตีไม่ตีกลับ ถูกด่าไม่ด่ากลับมิใช่หรือ ล้วนแต่สามารถอดทนได้ใช่ไหม ล้วนสามารถอดกลั้นจิตใจไปอธิบายความจริงได้ใช่ไหม เช่นนั้นในเวลานี้ท่านโกรธเพื่ออะไรละ ผู้บำเพ็ญโกรธเคืองอะไรกันละ ผู้บำเพ็ญกับผู้บำเพ็ญด้วยกัน ยิ่งไม่ควรโกรธกันมิใช่หรือ ไม่ว่าท่านเป็นใคร ท่านต่างก็กำลังบำเพ็ญอยู่ เหตุใดท่านจึงมักโกรธศิษย์ของข้าพเจ้าเสมอละ ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับท่าน ในการปฏิบัติต่อศิษย์ของข้าพเจ้าแบบนี้ด้วยหรือ

ถาม: เนื่องด้วยจิตยึดติดของตนเองหนักมาก ระหว่างการประชุมได้ถ่ายรูปอาจารย์ไว้รูปหนึ่งด้วยความรีบร้อน แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดี ตนเองรับรู้ได้ว่ายังเป็นการไม่เคารพต่อท่านอาจารย์อีกด้วย

อาจารย์: ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกว่า พวกท่านอย่าถ่ายรูป ผู้ฝึกบางคนพอพบข้าพเจ้า “คลิก คลิก” เอาแต่ถ่ายรูป สำหรับข้าพเจ้าเองไม่เป็นไรหรอก ภาพลักษณ์จะดีหรือไม่ ไม่เป็นไร แต่พอถ่ายเสร็จแล้ว ท่านเองกลับจะรู้สึกรับไม่ได้ ทีหลังระวังไว้ ในสถานการณ์อย่างนี้ทั้งหมด ทางที่ดีท่านก็มอบทั้งหมดให้ข้าพเจ้าเถอะ ข้าพเจ้าจะจัดการเอง

ถาม: (อาจารย์--หนังสือนี้เขียนยาวมาก) วิธีการแสดงออกในขณะแจกเอกสารอธิบายความจริงของผู้ฝึกชาวตะวันออก กับชาวตะวันตกนั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นผู้ฝึกชาวตะวันตก จะถือเอกสารยืนเงียบๆอยู่ตรงนั้นรอคนมาหยิบ แต่ผู้ที่เข้ามาหยิบเองนั้นมีน้อยมาก แต่สำหรับผู้ฝึก โดยเฉพาะที่มาจากไต้หวัน มักจะยื่นให้กับผู้รับด้วยความกระตือรือร้นอย่างมีมารยาท ซึ่งมักจะแจกได้มาก แต่มักถูกผู้ฝึกชาวตะวันตกตำหนิ และจะยิ่งเป็นเช่นนี้ในบริเวณที่จัดแสดงการทรมาน พวกเราหลายฝ่ายหวังว่า พวกเขาจะสามารถเป็นฝ่ายริเริ่มไปอธิบายความจริง ไม่ต้องรอคน

อาจารย์: ข้าพเจ้าคิดว่า ผู้ฝึกชาวตะวันตกย่อมจะคิดเช่นนี้แน่นอน พวกเขารู้สึกว่าเราบำเพ็ญ เจิน ซั่น เหยิ่น ควรมีมารยาทต่อคน ควรแสดงความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่า พวกเขาคิดเช่นนี้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่คิดไปหาคนโดยตรง รอพวกเขามาหยิบเอาเอง ข้าพเจ้าคิดว่าวิธีคิดของพวกท่านนั้นไม่ผิด แต่การช่วยเหลือคนก็เป็นเรื่องรีบเร่ง ศิษย์ต้าฝ่าจากบ้าน ทิ้งการงาน ต่อสู้เอาชนะความยากลำบากต่างๆนานา เงื่อนไขทางเศรษฐกิจก็มีจำกัด มาถึงที่นี่เพื่ออธิบายความจริงช่วยคน ไม่ง่ายเลยจริงๆ ในเมื่อเป็นการช่วยคน พวกเราก็เป็นฝ่ายริเริ่มสักหน่อยก็จะดี แต่ต้องรักษามารยาท

รักษามารยาทสักหน่อย เป็นฝ่ายริเริ่มสักหน่อย ผู้อื่นก็จะไม่รู้สึกขัดเคือง พวกเราค่อยยื่นเอกสารให้เขา ข้าพเจ้ารู้สึกว่าทำแบบนี้ดี การรอคนมาหยิบดังว่านั้น บางทีในความคิดท่านกำลังคิดช่วยเขา เรียกเขามาหยิบ แต่ด้านที่เป็นคน(ของเขา)นี้แรงกล้าขึ้นมาแล้ว ด้านที่เข้าใจนั้นก็ไม่เกิดผล อย่างเช่นคนในแมนฮัตตันล้วนยุ่งวุ่นวายมาก ในสมองของพวกเขากำลังคิดเรื่องหาเงิน กำลังจะไปพบกับใคร จะทำการค้าอะไรให้สำเร็จ เขาเดินอย่างรีบเร่ง ในขณะที่ครุ่นคิดอยู่ ท่านส่งความคิดนั้นออกไป ทำให้ด้านที่เข้าใจของเขาคิดจะเข้ามารับ แต่ด้าน “คน” ของเขาก็แรงกล้ามาก ก็อาจจะพลาดโอกาสได้ ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่า คงต้องกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท เป็นฝ่ายริเริ่มสักหน่อยจะเป็นการดี

ข้าพเจ้าทราบว่าการทำเช่นนี้สำหรับผู้ฝึกชาวตะวันตกนั้นยากมาก เพราะพวกเขารู้สึกว่ารบกวนคนอื่น เป็นฝ่ายไปรบกวนคนอื่น มักจะรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ใช่หรอก ท่านต้องคิดว่าท่านกำลังช่วยคน ก็จะไม่มีปัญหา (เสียงปรบมือ)

ถามยังคงมีอุปสรรคในการอธิบายความจริงให้กับผู้ที่ทำงานในตึกสูงในแมนฮัตตัน พวกเราจะทะลุทะลวงอุปสรรค ด่านขีดขวางที่อิทธิพลเก่าจัดวางไว้เป็นชั้นๆให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้สรรพชีวิตในตึกสูงได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด เรียนเชิญท่านอาจารย์............

อาจารย์ ที่จริง พวกเราเข้าไปอธิบายความจริงในตึก จะเข้าไปได้จริงๆ ก็เป็นเรื่องยากมาก เพราะทุกท่านต่างก็กำลังทำงานกัน ผู้คนล้วนกำลังทำงาน พวกเราจะไปอธิบายความจริง เจ้านายของพวกเขาย่อมไม่พอใจ ดังนั้นจะเกิดความคิดที่ไม่ดีกับพวกเรา แน่ละไม่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนี้ไปเสียหมด ที่มีเงื่อนไขก็สามารถทำได้ กล่าวสำหรับลูกจ้างบริษัท พวกเขามีสามช่วงเวลาที่ทุกท่านสามารถติดต่อได้ หนึ่งคือเวลาเข้างาน หนึ่งคือเวลาเลิกงาน ยังมีตอนพักรับประทานอาหารมื้อเที่ยง เวลาพักเที่ยง คนส่วนใหญ่ล้วนลงมาจากตึก ดังนั้นในสามช่วงเวลานี้ พวกเราก็เลือกไปทำกับพวกเขาโดยเฉพาะ ผลลัพธ์อาจจะดีสักหน่อย

ถาม: ผมเป็นศิษย์ต้าฝ่าที่มาจากปักกิ่ง ก่อนเดินทางเพื่อนผู้บำเพ็ญเรียกให้ผมฝากสวัสดีอาจารย์ให้ได้ (อาจารย์ -- ขอบใจ ขอบใจผู้ฝึกปักกิ่ง) (เสียงปรบมือ) แม้จะรู้สึกว่าท่านอาจารย์อยู่ข้างกายตลอดเวลา แต่พวกเขาก็ยังคิดถึงท่านอาจารย์ พอพูดถึงอาจารย์ก็มักจะน้ำตาคลอ สองวันมานี้ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมของศิษย์ต้าฝ่าต่างประเทศ รู้สึกซาบซึ้งใจ แม้ว่าพวกเราตัวจะอยู่ในอีกศูนย์กลางหนึ่งของพวกชั่วร้าย แต่การประทุษร้ายดำเนินเป็นเวลานานแล้ว เพื่อนผู้บำเพ็ญบางคนตกอยู่ในสภาพปล่อยไปตามสถานการณ์(เฉื่อยเนือย)แบบหนึ่ง ไม่เหมือนศิษย์ต้าฝ่าต่างประเทศที่ก้าวหน้าและเร่งรีบ เวลาอยู่ที่นี่รู้สึกได้ถึงจังหวะจะโคนที่รวดเร็วมาก ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนก็ขยันขันแข็งมาก ผมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากศิษย์ต้าฝ่าต่างประเทศผมจะต้องนำความรู้สึกนี้ของตนเองกับบรรยากาศอันคึกคักของฝ่าฮุ่ยที่นิวยอร์ก กลับไปให้เพื่อนผู้บำเพ็ญในแผ่นดินใหญ่อย่างแน่นอน พวกเราต้องเร่งฝีก้าวให้เร็วยิ่งขึ้นจริงๆ ก้าวหน้าไม่มีหยุด ขอให้ท่านอาจารย์วางใจ พวกเราจะต้องทำได้ พวกเราต้องทำได้แน่นอน

อาจารย์: ข้าพเจ้าเชื่อ (เสียงปรบมือ) ที่จริงจีนแผ่นดินใหญ่นะ เนื่องจากศิษย์ต้าฝ่าในและนอกประเทศทำได้กันอย่างนี้ ขยันกันอย่างนี้นะ ทำให้พวกชั่วร้ายหวาดกลัวมาก ก่อให้เกิดการควบคุมต่อการประทุษร้ายของพวกมันได้อย่างมาก ในขณะเดียวกันพวกชั่วร้ายจำนวนมากก็ถูกทำลายไปแล้ว ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้ ผู้ฝึกที่มีจิตหวาดกลัวและยังไม่ก้าวออกมาอีก ไม่ไปทำอีก ก็สูญเสียโอกาสไปแล้วจริงๆ บางคนพูดว่าฉันรู้ว่าอาจารย์ดี รู้ว่าต้าฝ่าดี พวกเราศึกษาอยู่ในบ้าน แอบฝึกไปเรื่อยๆ ที่จริงต้าฝ่าได้ถ่ายทอดให้พวกท่าน ก็เพื่อให้พวกท่านช่วยเหลือสรรพชีวิต ก็คือต้องการให้พวกท่านสถาปนาธรรมานุภาพที่ใหญ่ยิ่งขึ้น รับผิดชอบต่อสรรพชีวิต ข้าพเจ้าพูดไปแล้วมิใช่หรือว่า ชีวิตในอนาคตนั้นเพื่อเขา ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ในระหว่างขั้นตอนนี้ก็สร้างสรรค์พวกท่านอย่างนี้ ดังนั้นพวกท่านไม่อาจเอาแต่คิดถึงแต่ตัวเอง กลัวอะไรละ กลัวนั่น กลัวนี่ ใช่ละ ข้าพเจ้าก็ไม่อยากให้พวกท่านไปรับการประทุษร้าย ภายใต้การประทุษร้ายที่รุนแรง แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมค่อยๆแตกต่างออกไปแล้ว ฉะนั้นจึงควรทำให้ดียิ่งขึ้น ที่จริง พวกที่ทำได้ดีมาตลอดนั้น มิใช่ไม่เคยก้าวผ่านมาจากการประทุษร้ายที่รุนแรงหรอกหรือ

ดังนั้นข้าพเจ้าหวังว่าผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่ ควรศึกษาจากผู้ฝึกนอกประเทศ เพื่อลดการประทุษร้ายต่อพวกท่านให้น้อยลง ดูซิว่าพวกเขาทำอย่างไรกัน พวกเขายากลำบากมากนะ บางคนแต่ละวันนอนหลับน้อยมาก แต่ละคนต้องทำเรื่องมากมาย เขาต่างก็แบกรับโครงการมากมายไว้กับตัว ที่ข้าพเจ้าพูดนั้นไม่ใช่เป็นจำนวนน้อยๆ มีมากทีเดียว ล้วนแต่ลำบากกันมาก ในจุดนี้ เปรียบไปแล้ว แม้ว่าสภาพแวดล้อมของพวกเขาจะผ่อนคลาย แต่กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า ความก้าวหน้าควรจะเหมือนกัน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่รุนแรง ท่านไม่ทำ ไม่ทำให้ดี หรืออาจเป็นเพราะสถานการณ์ ปัจจุบันสถานการณ์อย่างนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ฉะนั้นสมควรก้าวออกมาทำให้ดีได้แล้ว

ในปีนั้น มีพวกชั่วร้าย(ในมิติอื่น)มากเพียงไรที่กดอัดลงมา อยู่เต็มไปหมดในตรีภูมิ ในอากาศเต็มไปหมด เวลาหายใจก็เข้าไปในท้องหมด มากมายถึงอย่างนั้น ทุกที่ล้วนเป็นพวกชั่วร้าย ต้นไม้ใบหญ้าแต่ละใบถูกพวกชั่วร้ายควบคุมไว้ หญ้านั้นก็จะพันเท้าของท่าน กิ่งต้นไม้ก็จะตีหน้าของท่าน ท่านเดินอยู่ข้างกำแพง กำแพงนั้นก็จะชนศีรษะท่าน ท่านเองรู้สึกคล้ายกับว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ แต่ทั้งหมดไม่ใช่เป็นโดยธรรมชาติ ชั่วร้ายกันถึงอย่างนั้น ปัจจุบันพวกชั่วร้ายนี้ถูกขจัดไปหมดแล้ว สภาพแวดล้อมผ่อนคลายยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มีพวกชั่วร้ายหลายแห่ง พอเห็นศิษย์ต้าฝ่าก็จะเผ่นหนี ไม่กล้าไปที่นั่นจริงๆ เพราะที่นั่นศิษย์ต้าฝ่าทำได้ดีมาก ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ที่แมนฮัตตันมากมายอย่างนี้ พวกชั่วร้ายจะกล้ามาได้อย่างไร แต่เป็นเพราะพวกชั่วร้ายถูกองค์ประกอบของอิทธิพลเก่า ไล่มาที่นี่คล้ายกับการกวาดขยะ กวาดต้อนมาที่นี่ มาชุมนุมกันที่นี่ พอดีถูกศิษย์ต้าฝ่ากับเทพที่เที่ยงธรรมกวาดล้างมัน มิฉะนั้นเดี๋ยวนี้พวกชั่วร้ายมันก็ไม่กล้ามาอย่างเด็ดขาด

ดูซิ จีนแผ่นดินใหญ่ ในสภาพแวดล้อมอย่างปัจจุบันนี้ แต่ผู้ฝึกบางคนยังไม่ก้าวออกมาอีก ก็จะสูญเสียโอกาสไปแล้วจริงๆ แน่ละ ผู้ฝึกมากมายยังคงทำได้ดีมาก ทำต่อเนื่องมาตลอด ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ

ถาม: ในการฟาเจิ้งเนี่ยนที่สถานกงสุล มีการรับรู้ในฝ่าไม่เหมือนกัน บางคนพูดว่า ฝึกพลังหนึ่งชุดแล้วค่อยฟาเจิ้งเนี่ยนหนึ่งครั้ง ทำแบบนี้พวกชั่วร้ายจะไม่มีโอกาสได้หายใจ นี่มีความคิดที่ไม่เมตตาอยู่หรือไม่

อาจารย์: พวกชั่วร้ายที่ประทุษร้าย ศิษย์ต้าฝ่านั้นต้องกำจัดทิ้ง สภาพการณ์โดยรูปธรรมนั้น พวกท่านตัดสินกันเองได้

ถาม: ต่อ บางคนรับรู้ว่า อย่างนี้เป็นการใช้ความคิดของคน การฟาเจิ้งเนี่ยนนั้นเป็นเรื่องที่เข้มงวด บนหลักการของฝ่านั้นคือ ได้มาโดยไม่แสวงหา ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ฝึกพลังท่าเคลื่อนไหวแล้วค่อยทำครั้งหนึ่ง ฝึกสมาธิแล้วทำอีกครั้งหนึ่ง เช่นนี้จึงจะไม่กระทบต่อการบำเพ็ญของตนเอง แบ่งฝึกพลังชุดหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่

อาจารย์: อย่าได้มีจิตใจอะไรขึ้นมา การฝึกพลังให้ทำไปตามข้อกำหนด การฟาเจิ้งเนี่ยน นอกจากทำอย่างพร้อมเพรียงแล้ว จะทำตอนไหนพวกท่านตัดสินเอาเองได้ ข้าพเจ้าคิดว่าทุกท่านจะฝึกพลัง ก็ฝึกพลังไป ท่านก็ฝึกไปตามปกติ พูดถึงเวลาฟาเจิ้งเนี่ยน ท่านทำได้ตามสะดวกทุกที่ทุกเวลา ถ้าท่านไม่เพลียก็ทำได้ ล้วนไม่มีปัญหา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของท่าน จะชดเชยกลับมาหมดได้อย่างรวดเร็ว การฝึกพลังของพวกท่านไม่ใช่ฝึกด้วยความมั่นหมายจริงๆ การฝึกพลังของท่านเป็นการเสริมกลไกบังคับของท่าน แต่สิ่งที่ทำให้การยกระดับของท่านและพลังงานของท่านชดเชยกลับมาได้จริงๆนั้น คือกลไกบังคับแบบอัตโนมัติ พวกท่านล้วนถูกพลังและฝ่าฝึกอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นขณะที่ท่านฟาเจิ้งเนี่ยนอยู่ พลังงานที่ส่งออกไปมากมายเท่าไรก็จะไม่สูญหายไป และความสามารถ(กงเหนิง)นั้นจะกลับมาได้เอง การหมดเปลืองอื่นๆก็จะชดเชยได้อย่างรวดเร็ว เพราะมาตรฐานของท่านอยู่ตรงนั้น ข้าพเจ้าเคยพูดมิใช่หรือว่า พลังสูงเพียงใดขึ้นอยู่กับมาตรฐานซินซิ่ง มันมีมาตรฐาน มาตรฐานนั้นอยู่ที่นั่น หากพลังไม่ขึ้นมา เป็นเช่นนั้นไม่ได้ (มัน)จะชดเชยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ที่จริงการเพิ่มพูนพลังนั้นง่ายมาก ส่วนการยกระดับซินซิ่งนั้นไม่ง่าย ดังนั้นพลังของเขาจึงโตขึ้นยากมาก (เสียงปรบมือ)

คำถามได้อ่านหมดแล้ว (เสียงปรบมือ) หลายปีมานี้ศิษย์ต้าฝ่าเราอยู่ในท่ามกลางการยืนยันความถูกต้องของฝ่าและการอธิบายความจริง การช่วยเหลือสรรพชีวิตก็ยากลำบาก ศิษย์ต้าฝ่ามากมายรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก และการทำเรื่องนี้ก็มีคนมากมาย ต้องเอาชนะความยากลำบากด้านต่างๆ เช่นนี้ไม่อาจไม่พูดว่าศิษย์ต้าฝ่านั้นยอดเยี่ยม ที่จริงข้าพเจ้าว่าพวกท่านนั้นยอดเยี่ยม ก็คือข้าพเจ้ากำลังพูดซ้ำตามคำพูดของเทพเหล่านั้น เป็นพวกเขาที่พูดว่า พวกท่านยอดเยี่ยม ที่ข้าพเจ้าพูดว่าพวกท่านนั้นยอดเยี่ยมนั้นข้าพเจ้าผู้เป็นอาจารย์กำลังพูดกับลูกศิษย์อย่างแน่นอน ต้องให้สรรพชีวิตเคารพเลื่อมใส ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร แม้ว่าในระหว่างการยืนยันความถูกต้องของฝ่า จะเกิดความยากลำบากขึ้นมามากมายเท่าใด เกิดความยุ่งยากซับซ้อนมากมาย แต่สถานการณ์โดยรวมของศิษย์ต้าฝ่านั้นดีขึ้นเรื่อยๆ

การเจิ้งฝ่าของจักรวาลจะต้องสำเร็จ แม้แต่การจัดวางของอิทธิพลเก่าก็ไม่กล้าไม่ให้มันไม่สำเร็จเพียงแต่การจัดวางของพวกมันรบกวนต่อการเจิ้งฝ่า ก่อให้เกิดเรื่องราวมากมายถูกทำลายไปในระหว่างการเจิ้งฝ่า ด้วยเหตุนี้องค์ประกอบของอิทธิพลเก่า จึงต้องถูกขจัดทิ้งไปอย่างถึงที่สุด ศิษย์ต้าฝ่าก็ไม่อาจจะอยู่ในโลกยืนยันความถูกต้องของฝ่าตลอดไป เพราะช่วงเวลาของฝ่าปรับโลกมนุษย์ต้องมาถึงอย่างแน่นอน เรื่องการเจิ้งฝ่าในจักรวาลของต้าฝ่าก็ใกล้จะจบสิ้นลงแล้ว คนต่างรู้แล้วว่าจักรวาลได้ออกห่างจากทางช้างเผือกไป หรือพูดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ มิใช่เพียงข้าพเจ้าเท่านั้นที่กำลังพูดถึง และไม่เพียงแค่ศิษย์ต้าฝ่าเท่านั้นที่สามารถรู้ได้ แม้แต่คนก็จะค่อยๆรู้ได้แล้ว

สิ่งทั้งปวงที่คนไม่เชื่อกัน จะปรากฏออกมาต่อหน้าคนทั้งหมด ปริศนาทั้งหลายในประวัติศาสตร์ที่ไม่เข้าใจกัน ล้วนจะปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์ เมื่อมาถึงก้าวนี้แล้วก็คือเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์แล้ว ทุกสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำไว้ ไม่ได้ทำให้ต้าฝ่าผิดหวัง ที่ได้สร้างบรรดาสิ่งต่างๆนั้นที่พวกท่านทุ่มเทเสียสละไป โดยรวมแล้ว การยืนยันความถูกต้องของฝ่าของศิษย์ต้าฝ่านั้น สมควรพูดได้ว่า บรรลุถึงสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ บรรลุภาระรับผิดชอบอย่างครบถ้วน (เสียงปรบมือ) แม้ว่ายังมีทางที่ต้องเดินต่อไปในภายหน้า แม้ยังมีเรื่องที่ต้องทำกันอีกหลายเรื่อง ข้าพเจ้าคิดว่านั่นล้วนไม่ใช่ปัญหาแล้ว เพราะช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดได้ผ่านไปแล้ว ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว (เสียงปรบมือ) ทางข้างหน้าควรต้องกว้างขึ้นเรื่อยๆแล้ว ทุกสิ่งก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พวกท่านก็สุกงอมยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะเป็นผู้บำเพ็ญ ควรแสดงออกซึ่งท่วงทำนองและโฉมหน้าของศิษย์ต้าฝ่ามากขึ้นเรื่อยๆ ในขั้นตอนการการยืนยันความถูกต้องของฝ่าทุกสิ่งที่พวกท่านได้เสียสละทุ่มเทไป ในอนาคตก็จะชดเชยให้กับศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมด อีกทั้งการที่มนุษย์ถูกประทุษร้ายกับการสูญเสียที่ได้รับ ในอนาคตก็จะชดเชยให้กับคนด้วย (เสียงปรบมือ) ต้าฝ่าจะบุกเบิกอนาคตให้กับคน คนอยู่ในท่ามกลางการเผยแพร่ของต้าฝ่า และภายใต้สถานการณ์ที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายอย่างรุนแรง คนยังสามารถมีการแสดงออกที่เที่ยงตรง คนเช่นนั้นจึงสมควรมีโชคลาภแล้ว คนอย่างนี้ได้ทำในสิ่งที่คนสมควรทำจนสำเร็จแล้ว ดังนั้นในอนาคตก็ต้องบุกเบิกสภาพแวดล้อมของการดำรงอยู่ที่แท้จริงของมนุษย์ให้กับพวกเขา

อีกไม่นานนักในอนาคต ทุกสิ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า ก่อนการหยวนหมั่น พวกท่านอย่าได้หวั่นไหวอะไร พวกท่านก็ทำสิ่งที่พวกท่านต้องทำไปตามขั้นตอน หากพวกท่านมีความคิดหนึ่งที่เดินสุดขั้ว ไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ในภายหลัง ไม่คำนึงถึงว่าต้าฝ่าจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน นั่นคือพวกท่านล้วนไม่ได้เดินให้ดีบนเส้นทางของตนเอง เพราะเส้นทางนี้จะเหลือไว้ให้แก่อนาคต พวกท่านต้องบุกเบิกเส้นทางนี้ขึ้นมา เป้าหมายการบำเพ็ญของพวกท่าน ไม่ใช่เพียงเพื่อการหยวนหมั่นส่วนบุคคล พวกท่านต้องช่วยเหลือสรรพชีวิต และพวกท่านก็กำลังช่วยสรรพชีวิตในอนาคตบุกเบิกอนาคต ซึ่งเป็นภาระที่หนักมาก ผลตอบแทนในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก พวกท่านทุ่มเทไปมากเพียงไร ก็ไม่อาจเปรียบได้กับบรรดาสิ่งต่างๆที่ท่านจะได้รับในอนาคต ดังนั้นข้าพเจ้าหวังว่า ทุกท่านอย่าได้หวั่นไหวไม่ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมใดๆ มนุษย์จะฟื้นคืนความเป็นธรรมให้ต้าฝ่าก็ดี ไม่ฟื้นคืนให้ก็ดี สถานการณ์ใหม่จะเกิดขึ้นก็ดี ไม่เกิดขึ้นก็ดี ศิษย์ต้าฝ่าควรช่วยเหลือสรรพชีวิตก็ยังคงต้องช่วยเหลือสรรพชีวิต ทำสิ่งที่พวกท่านสมควรทำ ตราบจนกว่าพวกท่านจะหยวนหมั่น (เสียงปรบมือยาวนาน)


หมายเหตุจากผู้แปล : บทความนี้จะมีการแก้ไขเพื่อให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับภาษาจีนมากที่สุด 
วันที่แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 ตุลาคม 2010