(Minghui.org) ในเดือนมิถุนายน 1996 ผมไปเยี่ยมเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งและเห็นภาพถ่ายของท่านอาจารย์หลี่ ขณะที่ผมจ้องมองภาพถ่ายนั้น ผมรู้สึกถึงกระแสความร้อนไหลลงมาจากศีรษะและแผ่ไปทั่วร่างกาย ผมรู้สึกอบอุ่นและสบายมาก จึงตัดสินใจฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า

ผมต้องการเป็นคนดี

ผมเป็นหัวหน้าแผนกในบริษัท แผนกของเรามีพนักงาน 24 คน และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทีมของเรากำกับดูแลธุรกิจของหน่วยงานระดับพื้นฐานมากกว่า 10 หน่วยงาน

ผมทำงานหนักและใส่ใจในรายละเอียด ในฐานะผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ผมต้องการเป็นคนดีและต้องการปฏิบัติตามหลักการของความจริง-ความเมตตา-ความอดทน ผมมาทำงานแต่เช้าและกลับบ้านช้า และดูแลเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี

บ่ายวันหนึ่งแสงแดดสดใส ผมสังเกตเห็นเมฆดำหนาเริ่มก่อตัว ผมรู้ว่าพายุกำลังจะมา ไม่มีใครพกร่มมาด้วย ผมจึงวิ่งไปที่สำนักงานของทุกแผนกเพื่อบอกทุกคนว่า “หยุดทำงาน ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วกลับบ้าน เพราะพายุกำลังจะมา” ผมอยู่ต่อเพื่อจัดการงานด่วน 20 นาทีหลังจากพวกเขากลับไป ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ไม่นานน้ำก็ท่วมถนนสูงถึงเข่าของผม ฝนตกอยู่นาน 2 ชั่วโมง พนักงานในแผนกอื่นต้องกลับบ้านท่ามกลางสายฝนและเดินลุยน้ำไป บางคนไม่มาทำงานในวันรุ่งขึ้นเพราะป่วย ไม่มีใครในแผนกของผมเปียกฝนเลย

ผมเป็นหัวหน้าแผนกสนับสนุนงานโลจิสติกส์ที่มีตำแหน่งต่ำที่สุด แต่ผมทำงานอย่างรอบคอบ

ทีมของเราทำงานด้วยกันดีมาก และเราจริงจังกับงาน เราเข้ากันได้ดี ทำงานเสร็จเร็ว และมักหัวเราะด้วยกัน ไม่มีการวางแผนร้ายหรือการขัดแย้งกันภายในอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดว่าจะเกิดในที่ทำงานที่มีแต่ผู้หญิง แผนกของผมได้รับรางวัลแผนกดีเด่นมาหลายปีแล้ว และผมได้รับรางวัลหัวหน้าแผนกตัวอย่าง คนในแผนกอื่นขอย้ายมาอยู่แผนกของผม โดยบอกว่าบรรยากาศการทำงานน่าสบายใจ ผมรู้ว่านี่คือการแสดงออกถึงอานุภาพที่ยิ่งใหญ่ของฝ่าหลุนต้าฝ่า

นอกเวลางาน ผมพยายามเป็นคนดีเพราะผมต้องการให้เพื่อนบ้านเห็นว่าฝ่าหลุนต้าฝ่าดี

ผมอาศัยอยู่ชั้น 2 และมีระเบียงกว้าง ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ชั้น 1 ต้องการสร้างห้องกระจก เพื่อจะได้มีพื้นที่อบอุ่นและมีแสงแดดส่องถึงในฤดูหนาว จากการออกแบบของอาคาร ทำให้เธอต้องเจาะรูหลายรูที่ระเบียงของผมเพื่อยึดห้องกระจกของเธอ ระเบียบที่เรารู้กันโดยไม่ต้องพูดในหมู่ผู้อยู่อาศัยคือ เจ้าของห้องชั้น 1 ต้องจ่ายเงินหลายพันหยวนให้เจ้าของห้องชั้น 2 เมื่อต้องการก่อสร้าง เพื่อนบ้านชั้น 1 และชั้น 2 ที่อยู่ใกล้ ๆ กับผมทะเลาะกันรุนแรงเรื่องค่าชดเชยนี้

ผมไม่ได้ขอค่าชดเชยจากเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้น 1 และบอกเธอว่าเธอจะเจาะตรงไหนก็ได้ตามที่เธอต้องการ เธอประทับใจมากและพูดว่า “ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าเป็นคนพิเศษจริง ๆ ขอบคุณมาก !” ผมบอกเธอว่าให้ขอบคุณท่านอาจารย์หลี่

เพื่อนร่วมงานและเพื่อนบ้านของผมชื่นชมความซื่อสัตย์ของผม และพวกเขารู้ว่าฝ่าหลุนต้าฝ่าดี

ยังคงเป็นคนดีแม้ถูกประทุษร้าย

เจียงเจ๋อหมิน อดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน เริ่มการประทุษร้ายฝ่าหลุนต้าฝ่าในเดือนกรกฎาคม 1999 ผู้ฝึกจำนวนมากถูกจับกุม ทรมาน คุมขัง และตัดสินจำคุกอย่างผิดกฎหมาย เพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะละทิ้งความเชื่อของตน ผมก็ไม่มีข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่สั่งให้ผมเขียนถ้อยแถลงเลิกฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า แต่ผมปฏิเสธ ผมกลับเขียนว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าเป็นการฝึกที่ถูกต้อง ขอให้คืนเกียรติแก่ท่านอาจารย์ของผม ผมจะฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าต่อไปและเป็นคนดี”

ทุกวันจะมีหัวหน้างานหลายคนเข้ามาพยายามโน้มน้าวหรือข่มขู่ให้ผมเลิกฝึก บางคนเป็นห่วงผมและพูดว่า “คุณอยู่ในข่ายที่จะได้เลื่อนตำแหน่งครั้งใหญ่ และมีอนาคตที่สดใส แค่ทำตามที่พวกเขาต้องการให้มันจบ ๆ ไปเถอะ” ผมไม่หวั่นไหว

วันหนึ่ง หัวหน้างานทุกคนจากทุกแผนกในบริษัทถูกเรียกเข้าประชุม และในที่ประชุมนั้น พวกเขาปลดผมออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกอย่างเป็นทางการเพราะผมฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ผมสงบนิ่ง ผมเห็นว่าเพื่อนร่วมงานที่รู้จักผมดีรู้สึกเสียใจแทนผม คนหนึ่งถึงกับร้องไห้

ผมถูกลดตำแหน่งเป็นพนักงานธรรมดา และถูกย้ายออกจากห้องทำงานไปอยู่มุมหนึ่งของแผนก คนกระซิบกันเมื่อเห็นผม อดีตเพื่อนร่วมงานของผมรู้สึกอึดอัดและไม่สบตาผม ผมเริ่มรู้สึกอับอายและเศร้าใจ แต่ผมนึกถึงสิ่งที่ท่านอาจารย์กล่าว

“การบำเพ็ญก็คือยากลำบาก ความยากลำบากอยู่ที่ไม่ว่าฟ้าถล่มแผ่นดินแยก สิ่งชั่วร้ายประทุษร้ายอย่างบ้าคลั่ง ณ เวลาแห่งความเป็นความตาย ยังสามารถยืนหยัดก้าวเดินไปบนหนทางการบำเพ็ญเส้นนี้ของท่านต่อไป เรื่องใดๆในสังคมมนุษย์ล้วนไม่สามารถจะรบกวนจังหวะก้าวบนหนทางบำเพ็ญได้” (“หนทาง” สิ่งสำคัญต่อการพัฒนา 2)

ผมคิดว่า “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ ผมจะเป็นคนดีในยามที่สถานการณ์เอื้ออำนวย และจะเป็นคนที่ดียิ่งกว่าเดิมในยามที่ยากลำบาก”

ผมไม่ยอมแพ้ ผมยังคงมาทำงานแต่เช้าและกลับช้า ผมทำงานหนักเพื่อให้ผู้คนเห็นนิสัยที่ดีของคนที่ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า

พนักงานในแผนกของเราทุกคนมักทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น หลอดไฟทุกดวงที่บันไดตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 ดับหมด การขึ้นบันไดในความมืดน่ากลัวและอันตราย โดยเฉพาะสำหรับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้หญิง ผมไปที่ร้าน ซื้อหลอดไฟด้วยเงินของตัวเอง และซ่อมไฟทุกดวงเพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างปลอดภัยในเวลากลางคืน

แต่ละแผนกต้องเข้าร่วมแข่งขันการพูดเพื่อนำเสนอความสำเร็จในงาน การนำเสนอความสำเร็จในงานของผมได้รางวัลที่ 1 ตอนสิ้นปี บริษัทจัดการแข่งขันการแสดงเพื่อความบันเทิง มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 800 คน ละครสั้นที่ผมแสดงร่วมกับพนักงานอีกคนหนึ่งทำให้ผู้ชมหัวเราะจนแทบนั่งไม่ติด แม้แต่พิธีกรก็ยังหลุดเพราะหยุดหัวเราะไม่ได้ เมื่อในที่สุดเขาตั้งสติได้และประกาศชื่อของผม ผู้ชมก็เริ่มกระซิบกันว่า “นั่นคือหัวหน้าแผนกที่ถูกลดตำแหน่งเพราะฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าใช่ไหม” “เขากล้ามาเข้าแข่งขันด้วยหรือ หน้าตาเขาเป็นอย่างไรนะ” ผู้คนได้ยินเรื่องราวของผมมานานแล้วและอยากเห็นตัวจริง พวกเขาชะเง้อดู เบิกตากว้าง และกลั้นหายใจ

ขณะที่ผมอยู่บนเวที ใจของผมรู้สึกสงสารพวกเขาและคิดในใจว่า “จิตวิญญาณที่น่าสงสารหลงทางอยู่ในเขาวงกต ผมต้องทนทุกข์กับความยากลำบากนี้เพราะอยากให้พวกคุณรู้ความจริงและได้รับการช่วยเหลือ การที่ผมฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าอย่างมีศักดิ์ศรีและซื่อตรงไม่มีอะไรผิด ผมไม่มีอะไรต้องอับอาย ตื่นเถอะ !”

การแสดงของผมเกินความคาดหมาย เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง คณะกรรมการประกาศว่าการแสดงของผมได้รางวัลที่ 1 ผู้ชมปรบมือเสียงดังสนั่นอยู่นาน

มีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในภายหลังและทำให้ผมซาบซึ้งใจยิ่งกว่านั้น นั่นคือพนักงานทุกคนจากทุกแผนกได้ลงคะแนนลับเพื่อเลือกพนักงานดีเด่นในช่วงสิ้นปี ผมได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดอย่างน่าประหลาดใจ แทบจะเป็นเอกฉันท์ ทุกคนรวมทั้งผมรู้ว่า ไม่ว่าผมจะได้คะแนนมากเท่าใด บริษัทก็ไม่มีทางให้ผมเป็น “พนักงานดีเด่น” ถึงกระนั้น ผมก็ดีใจที่ได้รับการยอมรับนี้ เกียรติที่ได้รับนี้มีค่ามากกว่าทองคำ ผมลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ประสานมือ และแสดงความขอบคุณต่อทุกคน

ยังคงเป็นคนดีขณะถูกกักขัง

การประทุษร้ายทวีความรุนแรงขึ้น และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมเปลี่ยนสถานะจากพนักงานไปเป็นคนงานห้องหม้อไอน้ำ จนเป็นผู้ถูกกักขังในศูนย์ล้างสมองและศูนย์กักกัน ผมเขียนบทกวีที่ผมจำได้จากหงอิ๋นลงในสมุดบันทึกเล่มเล็ก แล้วซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อ ผมจะอ่านบทกวีเหล่านั้นเมื่อมีเวลา

เช้าวันหนึ่ง ตำรวจติดอาวุธประมาณ 10 กว่าคน บุกเข้ามาในห้องขังและเล็งปืนไปที่ทุกคน หนึ่งในนั้นตะโกนว่า “อย่าขยับ ! ถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าแถวรอตรวจค้น !” เราตกตะลึง จึงทำตามคำสั่ง เราถอดเสื้อผ้าและเข้าแถว ตำรวจค้นเครื่องนอนและข้าวของของเรา และตรวจเสื้อผ้าของแต่ละคน

ผมรู้สึกหวาดหวั่น ผมขอให้ท่านอาจารย์ช่วยและไม่ให้ตำรวจพบสมุดบันทึกในกระเป๋าเสื้อของผม เจ้าหน้าที่คนหนึ่งหยิบเสื้อของผมขึ้นมา แกว่งไปมาตรงหน้าผม แล้วโยนลงไปในกองเสื้อผ้าที่ตรวจแล้วโดยไม่ได้ค้น ผมน้ำตาคลอ ท่านอาจารย์ปกป้องผมอีกครั้งเมื่อผมอยู่ในอันตราย

ตลอด 42 วันที่ผมถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกัน ท่านอาจารย์คุ้มครองผมทุกนาที แม้น้ำหนักของผมจะลดลง 21 ปอนด์ แต่ผมก็ไม่ละทิ้งความเชื่อ ท่านอาจารย์ได้มอบทุกสิ่งให้ผม และผมจะทำตามที่ท่านอาจารย์ต้องการ

จำนวนคนดีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าพยายามอย่างหนักเพื่ออธิบายความจริงเกี่ยวกับการประทุษร้ายและช่วยเหลือผู้คน ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมีทัศนคติที่ดีต่อฝ่าหลุนต้าฝ่า เปลี่ยนเป็นคนดี และกำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตที่สดใส สังคมก็กำลังมุ่งไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย

เพื่อนบ้านที่อยู่ชั้น 1 ของผม

เพื่อนบ้านที่อยู่ชั้น 1 ยึดห้องกระจกรับแดดของเธอเข้ากับระเบียงของผม ผมไม่เพียงไม่รับเงินจากเธอ แต่ยังช่วยทำความสะอาดหลังคาห้องกระจกให้เธอทุกปี เธอจึงมีความคิดเห็นที่ดีมากต่อฝ่าหลุนต้าฝ่า

วันหนึ่งเธอบอกผมว่า “ปีนี้ฉันอายุ 84 แล้ว ฉันเคยชอบอ่านนิตยสารและสะสมไว้เยอะเลย หลังจากที่ฉันเริ่มอ่านหนังสือเล่มเล็กของฝ่าหลุนต้าฝ่า ฉันก็ทิ้งนิตยสารเก่า ๆ ไป และแทบไม่ดูโทรทัศน์อีกเลย ฉันอ่านแต่หนังสือฝ่าหลุนต้าฝ่าเล่มเล็ก ยิ่งอ่านก็ยิ่งเข้าใจและฉันเชื่อในสิ่งที่เขียนไว้ หลักการเหล่านั้นทำให้ใจของฉันเบิกบาน และสุขภาพของฉันก็ดีขึ้น ถ้ามีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับฝ่าหลุนต้าฝ่า ฉันจะบอกว่า ‘ฝ่าหลุนต้าฝ่าคือการฝึกที่ถูกต้อง !’”

ได้รับเกียรติจากผู้นำสูงสุด

วันหนึ่งผมมีความฝันที่ชัดเจนว่าผู้นำระดับสูงคนหนึ่งประกาศในที่ประชุมว่า “นับจากนี้ไป เราจะปรับปรุงอาหารของเรา” ผมไม่แน่ใจว่าความฝันนี้หมายถึงอะไร แต่ผมสงสัยว่าท่านอาจารย์กำลังบอกใบ้ให้ผมทำอะไรบางอย่าง

Deng เป็นบุตรชายของเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้น 1 เขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง เขาถูกย้ายมาที่บริษัทที่ผมทำงานอยู่และรับตำแหน่งผู้นำสูงสุด ขณะนั้นผมเป็นคนงานห้องหม้อไอน้ำ

วันหนึ่ง บริษัทแจ้งให้ผมไปร่วมประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อผมเดินเข้าไปในห้องอาหารที่สว่างและกว้างขวางของโรงแรม ผมเห็นคนประมาณ 17 คนนั่งอยู่รอบโต๊ะกลมขนาดใหญ่กลางห้อง ในจำนวนนั้นมีเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำบริษัท ผู้อำนวยการสำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์จีน และหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย พวกเขาเป็นผู้รับผิดชอบการประทุษร้ายฝ่าหลุนต้าฝ่าและคอยจับตาดูผม นอกจากนี้ยังมีหัวหน้างานจากแผนกอื่น ๆ ด้วย ที่นั่งของแขกผู้มีเกียรติยังว่างอยู่

ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงลังเล Deng คว้ามือผมแล้วให้ผมนั่งที่ว่างข้าง ๆ เขา ผมนั่งหลังตรงและยืดอก ทุกคนพร้อมจะฟังว่าเจ้านายคนใหม่จะพูดอะไร Deng พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “นี่คือแขกผู้มีเกียรติของผม และเขาเป็นคนดี ต่อจากนี้ไปขอให้ดูแลเขาให้ดี”

เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเหล่านั้นเคยตะคอกใส่ผมและกลั่นแกล้งผมโดยไม่กลัวผลที่จะตามมา ในตอนนั้น พวกเขาก้มหน้าลงและสีหน้าตกใจ อับอาย และอิจฉา ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ Deng พูด แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา

ผมย้ายงานจากห้องหม้อไอน้ำ กลับไปทำงานที่แผนกเดิม และได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น 3 เท่า ท่านอาจารย์ช่วยผมอีกครั้งหนึ่ง ความฝันเรื่องการปรับปรุงอาหารนั้นคือการที่ท่านอาจารย์บอกใบ้ว่า ผู้คนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับฝ่าหลุนต้าฝ่ากำลังทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อปกป้องผู้ฝึก สภาพแวดล้อมของผมค่อย ๆ ดีขึ้น

“ท่านอาจารย์ช่วยชีวิตพวกเรา 3 คน”

Jin เป็นช่างเทคนิค เขาเชื่อในสิ่งที่ผมพูดเกี่ยวกับฝ่าหลุนต้าฝ่าและการประทุษร้ายอย่างจริงใจ เขาพกเครื่องรางฝ่าหลุนต้าฝ่าไว้ในกระเป๋าเสื้อ และมักพูดว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี ความจริง-ความเมตตา-ความอดทนดี” วันหนึ่งเขาเล่าให้ผมฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาที่ไซต์ก่อสร้าง

เช้าวันนั้น Jin และคนงานชั่วคราว 2 คนไปทำงานในพื้นที่ที่กำลังก่อสร้าง ทีมก่อสร้างวางท่อเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เซนติเมตรลงในร่องลึกประมาณ 5 เมตร กว้าง 3.5 เมตร หลังจากเชื่อมท่อเข้าด้วยกันแล้ว ทีมของ Jin ต้องใช้อุปกรณ์ทดสอบตรวจหารอยร้าวในท่อส่ง ท่อส่งแรงดันสูงนี้ต้องไม่มีรอยรั่วแม้แต่จุดเดียว

ทั้ง 3 คนลงไปในร่องลึกเพื่อถ่ายภาพเอกซเรย์รอยเชื่อมทุกจุดของท่อส่ง จู่ ๆ Jin ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเขาจากด้านบนของร่องลึก เขาวางอุปกรณ์ลงและปีนขึ้นมาจากร่อง แต่ไม่เห็นใครเลย แล้วในขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงดังสนั่น ร่องดินถล่มลงมาและฝังคนงาน 2 คนของเขาไว้ใต้โคลน

Jin ตะโกนว่า “โคลนถล่ม !” เพื่อขอความช่วยเหลือ และกระโดดลงไปตรงที่ร่องดินถล่ม เขาใช้มือเปล่าขุดโคลนอย่างสุดกำลังเพื่อค้นหาคนงานของเขา เขาคลำเจอแขนข้างหนึ่งในโคลน และดึงคนงานคนแรกขึ้นมา เขาปลอดภัยดี Jin รู้ว่าอีกคนถูกฝังลึกกว่านั้น เขาจึงตะลีตะลานรีบเร่งขุดจนพบในที่สุด ชายคนที่ 2 ติดอยู่ใต้โคลนและน้ำ ทั้ง 2 คนช่วยกันออกแรงสุดกำลังเพื่อดึงชายคนที่ 2 ขึ้นมา เขาไม่หายใจ และแขนข้างหนึ่งหัก พวกเขาจับคนงานคนที่ 2 ห้อยหัวลงบนพื้นที่ลาดเอียง และหลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาก็ฟื้นขึ้นมา

ทั้ง 3 คนร้องไห้น้ำตาไหลพราก Jin บอกว่า ถ้าท่านอาจารย์ไม่เรียกเขาขึ้นมาจากร่องลึกนั้นก่อนโคลนถล่ม ทั้ง 3 คนคงถูกฝังทั้งเป็น และไม่มีใครรอดชีวิตเลย Jin พูดว่า “ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ! ท่านอาจารย์ช่วยชีวิตพวกเราทั้ง 3 คนไว้”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้ยินเรื่องราวของผู้คนที่เข้าใจว่าฝ่าหลุนต้าฝ่าดี แล้วรอดพ้นจากสถานการณ์ที่อันตรายและประสบกับปาฏิหาริย์ เรื่องราวของพวกเขาและความจริงของฝ่าหลุนต้าฝ่าจะแพร่กระจายไปสู่ผู้คนมากขึ้น และผู้คนเหล่านั้นก็จะกลายเป็นคนดีเช่นกัน

ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าไม่สนใจผลประโยชน์ส่วนตัว คำนึงถึงผู้อื่นและไม่เห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง พวกเขายืนยันหลักการของความจริง-ความเมตตา-ความอดทนด้วยการกระทำของตน

(บทความนี้ได้รับการคัดเลือกสำหรับฝ่าฮุ่ยประเทศจีนบน Minghui.org ครั้งที่ 23)