(Minghui.org) ผมเกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1960 ผมเติบโตมาท่ามกลางความยากจนและความลำบาก อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความวุ่นวายและความบิดเบือนของสังคมในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ทำให้ผมรู้สึกสับสนและไม่สามารถเผชิญกับความจริงในชีวิตได้ แม้เมื่อผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมก็ยังสงสัยว่าความหมายของชีวิตคืออะไร และรู้แน่ชัดว่าผมไม่ต้องการใช้ชีวิตเหมือนพ่อของผมที่ต้องทำงานในไร่นาอย่างเหน็ดเหนื่อยจนหมดแรงทุกวัน จากการดูภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋ว ผมได้รู้ว่ามีเทพ พระพุทธ และมาร ผมปรารถนาที่จะบรรลุสภาวะของเทพและพระพุทธ แต่ไม่รู้เลยว่าจะไปถึงอาณาจักรเขตแดนนั้นได้อย่างไร ผมตระหนักว่า ถ้าผมต้องการยกระดับตัวเองและค้นหาทิศทางของชีวิต ผมจำเป็นต้องมีอาจารย์คอยนำทาง เช่นเดียวกับการฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ต้องมีอาจารย์คอยสอนเคล็ดลับวิชาระดับสูงให้

วันหนึ่งในปี 1998 ผมเห็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอ่านหนังสือ จึงถามเขาว่าอ่านอะไรอยู่ เขาตอบว่า หนังสือจ้วนฝ่าหลุน ซี่งเป็นหนังสือสำหรับการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ผมถามว่า “ผมขอยืมไปอ่านได้ไหม” เขาตกลงแต่บอกว่าต้องล้างมือก่อนอ่าน หลังเลิกงาน ผมเริ่มอ่านและหลงใหลมากจนอ่านตลอดทั้งคืน แม้ผมไม่ได้นอน แต่กลับรู้สึกสดชื่นในวันต่อมา ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ ผมสูบบุหรี่ไปสองมวนขณะอ่าน แต่พอจุดมวนที่สามก็สูบต่อไม่ได้ เช้าวันต่อมา เพื่อนร่วมงานยื่นบุหรี่ให้ผม แต่ผมรู้สึกว่าทนกลิ่นบุหรี่ไม่ได้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็สูบบุหรี่ไม่ได้อีกต่อไป และเลิกนิสัยสูบบุหรี่ที่ติดมานานกว่า 10 ปีได้โดยธรรมชาติ

เนื่องจากผมอ่านจ้วนฝ่าหลุนเร็วเกินไป ผมจึงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์หลี่สอน แต่ก็รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าดีมาก เพื่อนร่วมงานที่ให้ผมยืมหนังสือชวนผมไปฝึกท่ากับเขาในช่วงเย็นของวันต่อมา ที่สนามฝึก ผมพบว่าผู้ฝึกต้าฝ่าเป็นคนจิตใจดีและซื่อสัตย์ ผมได้เรียนท่าฝึกทั้ง 5 ชุดที่นั่น นับแต่นั้น ผมก็ได้ไปสนามฝึกบ่อย ๆ เพื่อศึกษาฝ่าและฝึกท่า

งานของผมต้องใช้แรงกายอย่างหนักในสภาพแวดล้อมที่อับชื้นและมืด ผมต้องทำงานเป็นกะ 3 กะหมุนเวียนกัน และยังต้องทำงานบ้านอีกมาก ด้วยเหตุนี้ผมจึงนอนไม่พอ และเกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งกล้ามเนื้อเอวอักเสบ โรคไขข้ออักเสบ อาการไม่สบายในกระเพาะ อาการชาที่มือซึ่งเกิดจากกระดูกคอเสื่อม และอาการปวดและเย็นตามข้อต่อทุกส่วนอย่างต่อเนื่อง หลังจากฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าได้ไม่นาน ปัญหาสุขภาพทั้งหมดก็หายไป ร่างกายของผมรู้สึกเบาสบายและโปร่งโล่ง และผมรู้สึกอยากกระโดดโลดเต้นขณะเดิน ข้อสงสัยที่ค้างคาใจมาหลายปีได้รับคำตอบ จิตใจของผมเปิดกว้าง ชัดเจน และสว่างไสว น้ำหนักของผมเพิ่มขึ้น 20 ปอนด์ จนถึงน้ำหนักที่เหมาะสมคือ 140 ปอนด์ ความรู้สึกเป็นสุขที่ได้รับเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน

ก่อนที่ผมจะเริ่มฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ชีวิตของผมลำบากมากจนแทบทนไม่ได้ ร่างกายของผมเหนื่อยล้ามากจากการทำงานหนักมาหลายปี เพราะผมขาดทักษะ ผมจึงหางานที่ดีกว่านี้ไม่ได้ และต้องอดทนต่อไป ทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน ผมต้องเผชิญหน้ากับภรรยาที่มักกล่าวโทษและด่าว่าผมอยู่เสมอโดยไม่เคยรู้สึกพอใจ ผมมักคิดว่าจะออกจากบ้านไปสักวันหนึ่ง เพื่อแสวงหาวิถีชีวิตที่ดีกว่า หลังจากศึกษาต้าฝ่า ผมตระหนักว่าทุกสิ่งล้วนมีความสัมพันธ์ของเหตุและผล ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ความยากลำบากของผมคือการชดใช้หนี้กรรมในอดีต และผมต้องรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านั้น

หลังจากเข้าใจความสัมพันธ์ของเหตุและผลแล้ว ผมก็เข้าใจว่าความหมายของชีวิตคือการชดใช้หนี้กรรมผ่านความทุกข์ยาก และในที่สุดก็กลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริง สิ่งจำเป็นทั้งหมดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ความสุข ความโกรธ ความเศร้า และความสุข ทั้งหมดนี้เหมือนเมฆที่ลอยผ่านไป เมื่อเทียบกับการกลับคืนสู่บ้านที่แท้จริง ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่สำคัญ และไม่มีสิ่งใดที่ควรค่าแก่การยึดติด ความทุกข์ยากและการทดสอบทั้งหมดเป็นบันไดให้ก้าวข้ามบนเส้นทางการบำเพ็ญ ซึ่งนำไปสู่แดนสวรรค์ ขณะทนทุกข์ ผมเตือนตัวเองว่าโลกมนุษย์ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของผม เมื่อไม่มีอะไรสำคัญในโลกนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องหย่าร้างเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด ด้วยเหตุนี้ผมจึงรักษาครอบครัวไว้และหลีกเลี่ยงการแตกแยก

นับตั้งแต่ผมเริ่มฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ชีวิตของผมได้เปลี่ยนแปลงไปมากในหลายด้าน เมื่อภรรยาของผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของผม เธอก็ได้รับแรงบันดาลใจให้เริ่มฝึกต้าฝ่าด้วย ท่านอาจารย์หลี่ได้ชำระล้างร่างกายของเธอ และซินซิ่งของเธอก็ได้ยกระดับ ปัจจุบันเราให้กำลังใจกันและกันในการศึกษาฝ่าให้ดีและยกระดับซินซิ่งของเรา

ด้วยการสนับสนุนของผม พ่อและแม่ของผมได้ลาออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนและองค์กรในเครือ พวกเขาพูดซ้ำบ่อย ๆ ว่า "ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี ความจริง-ความเมตตา-ความอดทนดี" พวกเขายังสามารถดูแลตัวเองได้แม้พวกเขาจะอายุเกิน 80 และ 90 ปีแล้ว ลูก ๆ ของผมสองคนไม่ได้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า แต่พวกเขารู้ว่าต้าฝ่าดี และยึดถือมาตรฐานของฝ่าในการประพฤติตนในชีวิตประจำวัน หลาน ๆ ของผมทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ผมมักบอกพวกเขาด้วยความซาบซึ้งใจว่า "ตอนที่ปู่อายุเท่าเหลาน ไม่มีใครบอกปู่ว่าอะไรถูกอะไรผิด หลานโชคดีมากที่ท่านอาจารย์หลี่ปกป้องหลานตั้งแต่เด็ก"

ผมเคยประสบอุบัติเหตุที่เกือบเสียชีวิตมากกว่า 10 ครั้ง ถ้าไม่มีท่านอาจารย์หลี่คุ้มครอง ผมคงเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อผมนึกถึงอุบัติเหตุเหล่านั้น ผมยังจำความหวาดกลัวที่ประสบได้ ผู้บำเพ็ญต้าฝ่าจำนวนมากเคยผ่านบททดสอบความเป็นความตายมาแล้ว มีเพียงท่านอาจารย์หลี่เท่านั้นที่สามารถแก้ไขสถานการณ์เหล่านั้นได้ ในฐานะผู้ฝึกต้าฝ่า เราไม่สามารถหาคำพูดใดมาแสดงความสำนึกในพระคุณของเรา เราขอบพระคุณท่านอาจารย์หลี่ผ่านการกระทำ โดยการบำเพ็ญอย่างขยันหมั่นเพียร ทำสามสิ่งที่ผู้ฝึกควรทำให้ดี และหลอมรวมเข้ากับต้าฝ่า

เมื่อผมยังเป็นเด็ก มีคนบอกผมว่าโลกจะหมุนต่อไปไม่ว่าจะมีใครอยู่หรือไม่ แล้วทำไมทุกคนจึงอยากมีชีวิตอยู่และกลัวตาย ยิ่งกว่านั้น คนในปัจจุบันพยายามทำทุกวิถีทาง แม้กระทั่งใช้วิธีที่ไร้ศีลธรรม เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น แนวคิดอเทวนิยม ทฤษฎีวิวัฒนาการ และอุดมการณ์สมัยใหม่ที่บิดเบือน ยิ่งส่งผลให้ศีลธรรมของมนุษย์เสื่อมทรามลง ถ้าไม่มีต้าฝ่านำทาง ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าผมจะทำอย่างไรท่ามกลางความสับสนที่เจ็บปวดเช่นนี้ ผมโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้รับต้าฝ่าที่ยิ่งใหญ่นี้

หลังจากบำเพ็ญมานานกว่า 20 ปี ผมเข้าใจว่าความหมายของชีวิตไม่ใช่การมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่คือการได้รับต้าฝ่าที่ล้ำค่านี้ ด้วยการปฏิบัติตามหลักการของต้าฝ่า เราบำเพ็ญเพื่อขจัดสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดในจิตใจและร่างกาย และกลับคืนสู่บ้านที่แท้จริงพร้อมกับท่านอาจารย์