(Minghui.org) ผมอายุ 70 ปีและอาศัยอยู่ในชนบท เมื่อผมใกล้จะเสียชีวิตในเดือนพฤษภาคม 2025 ผมได้เริ่มฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า

ผมเคยเป็นทหารและมีความรู้ทางการแพทย์พื้นฐานอยู่บ้าง ผมจึงเคยรักษาผู้ป่วย ผมเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารตั้งแต่ปี 2020 และมีอาการกรดไหลย้อนเป็นพัก ๆ และเจ็บปวดมาก แพทย์บอกว่าผมเป็นโรคกระเพาะอักเสบและสั่งยาให้ ผมต้องเลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น ผักกุยช่าย เครื่องดื่มเย็น และชา อาการค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ และเริ่มเจ็บปวดทุกเช้า ผมหยุดกินอาหารและน้ำหนักลดลง

ผมไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองและได้รับแจ้งว่าผมเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย แพทย์ส่งผมไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองหลวงของมณฑล เมื่อผลการวินิจฉัยได้รับการยืนยัน ลูกสาวและลูกชายของผมร้องไห้ พวกเขาไม่อยากบอกความจริงทั้งหมดให้ผมทราบ แต่ผมได้ยินที่แพทย์พูดโดยบังเอิญ ผมมีทางเลือก 3 ทาง คือผ่าตัดแล้วทำเคมีบำบัด เคมีบำบัดแล้วจึงผ่าตัด หรือฉายรังสี เนื่องจากผมมีความรู้ทางการแพทย์บ้าง ผมรู้ว่าทุกทางเลือกจะมีผลข้างเคียงระยะยาว และในที่สุดจะทำให้ผมอ่อนแอและนอนติดเตียง

ญาติคนหนึ่งแนะนำแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยรักษาบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน เขาดูภาพถ่ายและสั่งยาที่มีราคา 4,000 กว่าหยวนให้

ผมพูดว่า "ถ้ายาพวกนี้ได้ผลก็จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ผลล่ะ ผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ผมควรทำอย่างไร"

เขาตอบว่า "คุณได้ลองรักษาโดยแพทย์แผนตะวันตกมาแล้ว ถ้าแพทย์แผนจีนไม่ได้ผลด้วย คุณคงต้องขอความช่วยเหลือจากพระพุทธ"

คำตอบนั้นทำให้ผมแปลกใจ ภรรยาของผมฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่ามาหลายปีแล้ว ซึ่งเป็นระบบการนั่งสมาธิในสายพุทธ ผมเห็นด้วยตัวเองว่าสุขภาพของเธอดีขึ้นมาก ที่จริงเธอไม่เคยต้องกินยาหรือไปโรงพยาบาลเลย ลูกชายของผมเริ่มฝึกกับเธอตั้งแต่เขายังเด็ก แต่เขาเลิกฝึกหลังจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มปราบปรามการฝึก

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ผมอธิบายให้ลูกชายฟังว่าไม่มีวิธีใดที่ผมลองแล้วได้ผลเลย และพูดว่า "พ่อคิดว่าพ่อควรฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่ากับแม่ของลูก ลูกคิดว่าอย่างไร" เขาเห็นด้วยและตั้งเครื่องเล่นให้ผมดูการบรรยายของท่านอาจารย์

ผมกับภรรยาดูการบรรยายคาบแรกในวันต่อมา ระหว่างดูการบรรยายคาบที่ 2 ในวันถัดไป ผมงีบหลับ เมื่อภรรยาของผมสังเกตเห็นว่าริ้วรอยแนวนอนบนหน้าผากของผมเรียบขึ้น (บางคนเชื่อว่านี่เป็นสัญญาณว่าบุคคลนั้นกำลังจะเสียชีวิต) เธอตกใจและโทรหาน้องสาวของผมและลูกชายของเรา ผมตื่นขึ้นมาและพูดให้เธอมั่นใจว่าผมจะไม่เป็นไร

ลูกชายของเรารีบมาและพร้อมที่จะพาผมไปโรงพยาบาล ผมบอกว่า "ไม่ไป พ่อพิ่งกลับจากโรงพยาบาล พวกเขาช่วยพ่อไม่ได้หรอก"

ลูกชายของผมตอบว่า "ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้พ่อตั้งใจฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่ากับแม่ก็แล้วกัน" ผมตกลง

ผมดูการบรรยายของท่านอาจารย์ต่อและเรียนท่าฝึกด้วย เมื่อผมฝึกท่าแรก ผมได้กลิ่นหอมสดชื่นมาก เป็นกลิ่นที่มหัศจรรย์จนบรรยายไม่ถูก ครั้งแรกที่ฝึกท่าชุดที่ 5 ผมนั่งขัดสมาธิเพชรได้ ผมนั่งท่านี้ได้นานครึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเจ็บ ภรรยาของผมบอกว่าผมมีบุญสัมพันธ์กับต้าฝ่า และผมก็เห็นด้วย ด้วยอายุขนาดนี้และสุขภาพย่ำแย่ขนาดนี้ ผมยังสามารถเริ่มบำเพ็ญได้ ผมโชคดีมากไม่ใช่หรือ

เช้าวันต่อมา ขณะที่ผมกับภรรยาดูการบรรยายคาบที่ 3 ผมก็หลับอีก ผมเห็นมือขนาดใหญ่มือหนึ่งนวดกระเพาะอาหารของผมอย่างอย่างอ่อนโยน นานกว่า 10 นาที ผมรู้สึกสบายมาก พอตื่นขึ้นมา ผมรู้สึกดีขึ้นมาก ผมเล่าให้ภรรยาฟังและเธอพูดว่า "ท่านอาจารย์หลี่กำลังขจัดสิ่งที่ไม่ดีออก ขอให้คุณขอบพระคุณท่านอาจารย์หลี่สำหรับความเมตตาของท่าน" ผมพยักหน้า

ผมกินอาหารธรรมดาได้อีกครั้ง แต่เมื่อกินยา ผมจะอาเจียนออกมา ผมจึงหยุดกินยา ผมชอบกิน "หั่วซาว (ขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีอบ)” มาก แต่ผมไม่ได้กินมา 5 ปีแล้วเพราะปัญหากระเพาะอาหาร หลังจากผมเริ่มฝึก ผมก็กินหั่วซาวได้และกินอยู่นาน 2 เดือนโดยไม่มีปัญหาอะไร น้ำหนักของผมกลับมาเป็นปกติด้วย ผมมีความสุขมาก

ปลายเดือนสิงหาคม อาการกรดไหลย้อนกลับมาอีก ผมเจ็บปวดมาก เจ็บมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เหมือนมีมีดบิดอยู่ข้างใน แต่ผมไม่กังวล เพราะผมรู้ว่าท่านอาจารย์กำลังชำระล้างร่างกายของผม ผมยังคงศึกษาฝ่าและฝึกท่าตามปกติต่อไป อาการนี้คงอยู่ประมาณ 1 เดือน ทำให้กินอาหารลำบาก ผมผอมลงและอ่อนแอมาก ผมจึงนอนพักอยู่บนเตียง แต่ผมไม่กังวล และฟังบันทึกการบรรยายของท่านอาจารย์

ลูก ๆ ของผมตกใจและอยากพาผมไปโรงพยาบาล แต่ผมบอกว่าผมไม่ไป ลูกชายของผมพูดว่า "พ่อ พ่อมีทางเลือก 2 ทาง คือไปโรงพยาบาล หรือฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าต่อไป แต่พ่อจะย่อหย่อนไม่ได้"

ผมตอบว่า "โรงพยาบาลไม่มีความหวัง พ่อจะฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ลูกพูดถูก พ่อต้องฝึกท่าด้วย" ผมจึงลุกจากเตียงและฝึกท่า

หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ผมอาเจียนอีกและสังเกตเห็นเลือดสีดำ ผมอาเจียนออกมาเป็นก้อนแข็งคล้ายเนื้อเน่า เป็นอย่างนี้อยู่ 3 วัน หลังจากหยุดอาเจียน ผมรู้สึกสบายมาก

ผมกินอาหารได้อีกครั้ง ที่จริงผมกินได้ทุกอย่าง ทั้งผลไม้ เครื่องดื่มเย็น และชา น้ำหนักของผมเพิ่มขึ้นมา 10 กว่าปอนด์ ผมรู้สึกสำนึกในพระคุณของท่านอาจารย์หลี่อย่างมาก ในหมู่บ้านของเรามีคนเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารอีกประมาณ 8 คน พวกเขาเสียเงินไปมากมายแต่ก็ยังเสียชีวิต ผมโชคดีมากจริง ๆ

ตอนนี้ผมช่วยทำงานบ้านได้แล้ว เมื่อเพื่อนบ้านและญาติ ๆ เห็นว่าผมหายป่วย พวกเขาประทับใจมากและสนใจที่จะฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ระหว่างการรวมญาติในครอบครัว น้องสาวของผมพูดถึงการหายป่วยของผมด้วยน้ำตาคลอเบ้า เธอพูดว่า "ฝ่าหลุนต้าฝ่าดีจริง ๆ !"

ผมเคยศีรษะล้าน ตอนนี้ผมบนศีรษะเริ่มงอกขึ้นมาใหม่แล้ว และผมดูอ่อนกว่าวัยมาก เนื่องในโอกาสวันฝ่าหลุนต้าฝ่าซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม ผมมีความสุขมากที่ได้เขียนเรื่องราวของผมและแบ่งปันให้ทุกคน ขอเชิญชวนให้คุณลองฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ฝ่าหลุนต้าฝ่ายอดเยี่ยม !