(Minghui.org) สวัสดีท่านอาจารย์ผู้เมตตาและยิ่งใหญ่ สวัสดีเพื่อนผู้ฝึก
ในปี 2006 ท่านอาจารย์นำผู้ฝึกที่เป็นนักดนตรีหลายคนไปที่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก และก่อตั้งวงโยธวาทิตเทียนกั๋วสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก (Western US Tian Guo Marching Band) ท่านอาจารย์เลือกเครื่องดนตรีให้พวกเราด้วยตัวเอง และนำการซ้อมด้วยตัวท่านเอง ผู้ฝึกส่วนใหญ่ในบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโกไม่เคยจับเครื่องดนตรีมาก่อน และบางคนอ่านโน้ตเพลงไม่เป็น เนื่องจากท่านอาจารย์ชี้แนะการฝึกซ้อมด้วยตัวเอง พวกเราจึงไม่มีใครอยากล้าหลัง พวกเราไปฝึกซ้อมทุกครั้ง
เมื่อมองย้อนกลับไป ประสบการณ์นี้เป็นปาฏิหาริย์ พวกเราเริ่มต้นจากศูนย์ ตั้งแต่ฝึกเป่าให้เกิดเสียง จากนั้นฝึกเล่นบันไดเสียงและทำนองเพลง จนในที่สุดบรรเลงประสานกันในวงเพื่อแสดงในขบวนพาเหรด หลังจากเรียนรู้และฝึกซ้อมได้เพียงเดือนกว่า ๆ พวกเราก็ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งแรก ในขบวนพาเหรดวันฝ่าหลุนต้าฝ่าโลกซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคมของปีนั้น ไม่นานหลังจากนั้น ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พวกเราเข้าร่วมขบวนพาเหรด Huntington Beach ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นขบวนพาเหรดแรกที่ไม่ได้จัดโดยผู้ฝึก จากนั้นเป็นต้นมา วงโยธวาทิตเทียนกั๋วสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตกไม่เพียงเข้าร่วมขบวนพาเหรดสำคัญ ๆ ของชุมชนทั่วบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก แต่ยังเข้าร่วมขบวนพาเหรดสำคัญ ๆ ในเมืองอื่น ๆ ทั่วฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา นำความงดงามของต้าฝ่าไปสู่หลายพื้นที่ และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ชมในท้องถิ่น พวกเราเข้าร่วมขบวนพาเหรดมากกว่า 10 ครั้งในแต่ละปี และได้รับรางวัลมากมาย
ระหว่างการบำเพ็ญในฐานะสมาชิกของวงโยธวาทิตเทียนกั๋วในช่วง 20 ปี ฉันพยายามอย่างหนักและเผชิญกับความท้าทายในขณะเรียนรู้และพัฒนาทักษะของฉัน ฉันรู้สึกยินดีเมื่อผู้ชมและผู้จัดงานต้อนรับการแสดงของวงอย่างอบอุ่น และเมื่อพวกเราได้รับรางวัล บางครั้งพวกเราก็เผชิญความยากลำบากในการอธิบายความจริงเกี่ยวกับการประทุษร้าย เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนขยายการปราบปรามกิจกรรมของฝ่าหลุนต้าฝ่าไปนอกประเทศจีน
ฉันขอเล่าประสบการณ์การบำเพ็ญส่วนหนึ่งในช่วง 20 ปีที่ฉันเป็นสมาชิกของวงโยธวาทิต
ศักดิ์สิทธิ์และพิเศษ
ฉันรู้สึกว่าวงโยธวาทิตเทียนกั๋วมีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะท่านอาจารย์เดินทางไปยังอ่าวซานฟรานซิสโกด้วยตัวเองเพื่อก่อตั้งวง หากให้ฉันอธิบายความประทับใจที่มากที่สุดจากการบำเพ็ญในวงตลอดหลายปีที่ผ่านมาด้วยวลีเดียว วลีนี้คือ “ศักดิ์สิทธิ์และพิเศษ” ท่านอาจารย์ออกแบบเครื่องแบบให้พวกเรา และพวกเราสวมหมวกที่ท่านอาจารย์มอบให้ด้วยตัวเอง เมื่อมีแสงแดด เครื่องแบบจะดูสว่างไสวและเปล่งประกายเป็นพิเศษ ทว่าสง่างามน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์ ตราสัญลักษณ์ของวงมีคำว่า “ต้าฝ่า” และในขบวนพาเหรด พวกเราเดินตามหลังป้ายผ้าที่ตกแต่งด้วยคำว่า “ฝ่าหลุนต้าฝ่า”
เมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นกลุ่มคนจีนก้าวเดินเป็นแถวไปด้วยกันอย่างเป็นระเบียบและมุ่งมั่น เมื่อเข้ามาใกล้ ๆ จะเห็นว่าสมาชิกในวงมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนอายุน้อยและผู้สูงวัย และคนที่มีส่วนสูงแตกต่างกัน แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาพร้อมเพรียงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกท่วงท่าสื่อถึงความเชื่อมั่นและเจตจำนงที่ไม่สามารถทำลายได้ พลังบวกของพวกเขาแสดงให้ผู้คนเห็นความงดงามของต้าฝ่าผ่านดนตรีต้นฉบับที่ไพเราะ และกิริยาท่าทางของสมาชิกในวง เมื่อวงเคลื่อนผ่าน คำโกหกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเกี่ยวกับต้าฝ่าและผู้ฝึกก็พังทลายลง โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดเลย
นอกจากนี้ยังมีดนตรีที่พวกเราบรรเลง ยิ่งภายในของพวกเราบริสุทธิ์ ดนตรีของพวกเราก็ยิ่งสามารถเข้าถึงระดับจุลภาคของบุคคลได้ลึกขึ้น และขจัดปัจจัยด้านลบที่อยู่เบื้องหลังบุคคลนั้นออกไป เมื่อความคิดด้านลบเกี่ยวกับต้าฝ่าหมดไป บุคคลนั้นก็สามารถมองผู้ฝึกที่อยู่ตรงหน้า และสัมผัสความงดงามของต้าฝ่าได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้สามารถช่วยเหลือบุคคลนั้นได้อย่างแท้จริง วงนี้กำลังช่วยเหลือผู้คนจริง ๆ ช่วยผู้คนได้ครั้งละจำนวนมาก
สรรพชีวิต
ขบวนพาเหรดที่พวกเราเข้าร่วมมักเป็นงานสำคัญของท้องถิ่น และกลุ่มคนตามเส้นทางมักยืนเรียงกันแน่นหลายแถว ยาวสุดสายตา เมื่อผู้คนเห็นวง ใบหน้าของพวกเขาก็ฉายประกายด้วยความยินดี และบางคนเต้นตามจังหวะดนตรีของเรา ทุกเพลงที่พวกเราบรรเลงตามมาด้วยเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ บางครอบครัวขับรถหลายชั่วโมงเพื่อมาร่วมงานเหล่านี้ บางคนถึงกับนำเก้าอี้พับมาด้วยและมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอคอยเป็นเวลาหลายชั่วโมง ใช่ ชาติแล้วชาติเล่า ใครจะรู้ว่าพวกเขารอคอยช่วงเวลานี้มานานแค่ไหน เพื่อได้ฟังวงโยธวาทิตเทียนกั๋วบรรเลง และรับสมบัติล้ำค่าที่ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่านำมามอบให้
ในขบวนพาเหรดของชุมชนครั้งหนึ่ง ผู้จัดงานคนหนึ่งบอกกับผู้ประสานงานของวงด้วยความตื่นเต้นว่า “พวกคุณช่วยขบวนพาเหรดนี้ไว้” และได้มอบรางวัลพิเศษให้พวกเราด้วย ไม่ว่าอะไรที่ทำให้เขาพูดเช่นนั้น ฉันเชื่อว่าด้านที่รับรู้ของเขาเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดของเขา
พวกเราได้รับเชิญให้เข้าร่วมขบวนพาเหรดวันทหารผ่านศึกในซานฟรานซิสโกทุกปี เมื่อผ่านเวทีหลัก พวกเราจะบรรเลงเพลง “The Stars and Stripes Forever” ผู้จัดงานที่รับผิดชอบเป็นทหารผ่านศึก ครั้งแรกที่พวกเราบรรเลงเพลงนี้ เขาร้องไห้ออกมาต่อหน้าทหารที่มาร่วมงานอยู่ด้วยกัน เพลง “The Stars and Stripes Forever” ประพันธ์โดย John Philip Sousa ซึ่งรู้จักกันในนาม “ราชาเพลงมาร์ช (March King)” บทเพลงนี้สะท้อนค่านิยมดั้งเดิมและอัตลักษณ์ของอเมริกา และผู้คนทั่วสหรัฐอเมริกาคุ้นเคยกับบทเพลงนี้ ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันของรัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเบี่ยงเบนไปจากประเพณีและจิตวิญญาณของการก่อตั้งประเทศ บทเพลงนี้กลับบรรเลงโดยวงดนตรีของชาวจีน ในช่วงเวลานั้น ทั้งบนเวทีและด้านล่างเวที ผู้คนย่อมรู้สึกถึงบางสิ่งที่พิเศษ นับตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่วงผ่านเวทีหลัก ทหารในเครื่องแบบทุกคนจะทำความเคารพวงของเราซึ่งไม่ใช่วงของทหาร
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขบวนพาเหรดที่จัดโดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ฝึกเท่านั้น ในขบวนพาเหรดที่พวกเราจัดขึ้นเอง คนจำนวนมากบอกว่าพวกเขาประหลาดใจเมื่อเห็นวงที่มีเอกลักษณ์ของเรา และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพและวิดีโอ ขบวนพาเหรดเหล่านี้จำนวนมากจัดขึ้นในไชนาทาวน์ของซานฟรานซิสโก ในช่วงปีแรก ๆ บางคนแสดงท่าทีดูหมิ่นหรือกระทั่งทำสีหน้าและท่าทางที่ไม่ดี ปัจจุบันผู้คนไม่แสดงปฏิกิริยาแบบนี้อีกแล้ว ตรงกันข้าม พวกเราได้ยินคำชื่นชมและสรรเสริญ และคนจำนวนมากยกนิ้วโป้งให้พวกเรา ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ปฏิกิริยาของชาวจีนเปลี่ยนจากความเฉยเมยและสับสน มาเป็นการยอมรับและชื่นชม พวกเรารู้สึกได้ว่ากระแสที่ทรงพลังของการเจิ้งฝ่าของจักรวาลกำลังปรากฏอย่างแจ่มชัดในโลกมนุษย์
คำปฏิญาณก่อนออกรบ
หลังจากพวกเราอุ่นเครื่องและก่อนเคลื่อนขบวนในขบวนพาเหรดแต่ละครั้ง พวกเราจะท่อง “ลุ่นอวี่” และบทกวีของท่านอาจารย์เรื่อง “วงโยธวาทิตเทียนกั๋ว” ปัจจุบันการทำเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ในช่วงปีแรก ๆ ของวง พวกเรามักลืมทำเช่นนี้ ต่อมาพวกเราสังเกตว่า เมื่อใดที่พวกเราไม่ได้ท่องฝ่าก่อน ผลของขบวนพาเหรดครั้งนั้นจะไม่ดีเท่าที่ควร ฉันจึงเตือนทุกคนให้ท่องฝ่าอยู่เสมอ
บางทีอาจเป็นเพราะฉันพูดเรื่องนี้บ่อย ทุกคนจึงเริ่มขอให้ฉันเป็นคนนำท่องฝ่า ฉันรับหน้าที่นี้ ฉันรู้สึกว่าวิธีนี้ได้ผลดี เมื่อมีคนนำ ทุกคนก็สามารถท่องไปพร้อมกัน ถ้าฉันได้ยินว่ามีท่อนใดที่ท่องไม่พร้อมกัน ฉันจะเปล่งเสียงให้ดังขึ้นไปทางทิศนั้นเพื่อช่วยดึงทุกคนให้กลับมาท่องพร้อมกันอีกครั้ง
ฉันเชื่ออย่างแน่วแน่ว่า เมื่อพวกเราท่องฝ่าด้วยใจที่เป็นหนึ่งเดียวไม่แบ่งแยก ทั้งวงพูดเป็นเสียงหนึ่งเดียว ฝ่าจะสั่นสะเทือนมิติอื่น ๆ ทั้งร่างจักรวาลของพวกเราเอง และแม้แต่ท้องนภาที่ยิ่งใหญ่ จากนั้นเมื่อพวกเราเริ่มเคลื่อนขบวนในขบวนพาเหรด พวกเราคือผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าที่กำลังทำงานต้าฝ่า และพวกเราก็สามารถทำได้ดี
การอธิบายตอนนี้ดูเหมือนง่าย แต่การยืนอยู่ต่อหน้าทั้งกลุ่มและท่องฝ่าโดยไม่มีความคิดรบกวนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนขบวนพาเหรดสำคัญ มักมีวงโยธวาทิตของวงที่ไม่ใช่ผู้ฝึกอยู่ที่นั่นด้วยหลายวง แต่ละวงอุ่นเครื่องกันด้วยเสียงดังสุด บ่อยครั้งที่พอเราเริ่มท่องฝ่า เสียงรอบตัวเราก็ดูเหมือนจะดังขึ้นและวุ่นวายขึ้น “อย่างอธิบายไม่ได้” การทำได้ดีในสภาวะเช่นนั้นเป็นเรื่องยากจริง ๆ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้สำคัญมากขึ้นที่ฉันต้องเตือนตัวเองให้มีสมาธิ พวกเรากำลังยืนยันความถูกต้องของฝ่าและช่วยท่านอาจารย์ช่วยเหลือผู้คน ฉันคิดในใจว่า “ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ยากลำบากหรอกหรือ พวกเราผู้ฝึกจึงต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อทำเรื่องนี้”
ครั้งหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังทำใจให้สงบนิ่งและจดจ่อกับการท่องฝ่า ทันใดนั้นฉันก็เห็นภาพหนึ่ง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันไม่ใช่สมาชิกในวงอีกต่อไป แต่เป็นเหล่าแม่ทัพที่กำลังจะเข้าสู่สนามรบ เครื่องแบบของวงกลายเป็นเกราะและชุดออกศึก เครื่องดนตรีในมือของพวกเขากลายเป็นอาวุธ ในอีกมิติหนึ่ง พวกเราในขบวนพาเหรดคือกองทหารที่กำลังกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนการต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยชีวิต
ในสมัยโบราณ นักรบที่กล่าวคำปฏิญาณเช่นนี้ได้ปล่อยวางความเป็นความตายแล้ว พวกเขามีเพียงความคิดเดียวคือ เอาชนะศัตรูอย่างกล้าหาญ การรอดชีวิตก็คือการกลับมาอย่างมีชัย การตายก็แค่ร่างกายห่อหุ้มด้วยหนังม้าซึ่งเป็นที่พำนักสุดท้ายของนักรบ ในกองทัพเช่นนี้ ทหารหนึ่งคนอาจมีค่าเทียบเท่าร้อยคน และกองกำลังนี้ก็ไม่มีวันพ่ายแพ้
เมื่อฉันเห็นภาพนี้ ฉันก็รีบจดจ่อกับการท่องฝ่าทันที
แม้ภาพที่ปรากฏจะอยู่เพียงชั่วขณะ แต่ก็ทำให้ฉันซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง และทำให้ฉันสงบใจไม่ได้เป็นเวลานาน ที่จริง ในบรรดาผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าในปัจจุบัน ใครบ้างที่ไม่ใช่คนพิเศษหนึ่งในหมื่น ใครบ้างไม่เคยผ่านศึกนับครั้งไม่ถ้วนตลอดประวัติศาสตร์ ขบวนพาเหรดของพวกเราแม้ภายนอกจะไม่คล้ายศึกที่ต้องแลกด้วยชีวิต แต่ความทรหดอดทนและความเชื่อที่พวกเราได้หล่อหลอมมาชาติแล้วชาติเล่านั้นถูกจารึกไว้ในทุกบุคคลที่อยู่ในแถวของวง และแสดงออกมาผ่านดนตรีที่พวกเราบรรเลง กิจกรรมต้าฝ่าใดในวันนี้ที่ไม่ใช่ศึกในจักรวาลล่ะ เมื่อมีท่านอาจารย์และฝ่าอยู่ที่นี่ ตราบใดที่พวกเรายังจดจำว่าเราคือผู้ฝึกในยุคเจิ้งฝ่า พวกเราก็สามารถทำทุกอย่างได้ดี
การบำเพ็ญ
วงโยธวาทิตเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการบำเพ็ญ เส้นทางของขบวนพาเหรดอยู่บนถนนสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีหลุมและพื้นผิวที่ขรุขระ ทุกก้าวที่เหยียบอาจมีระดับความสูงต่ำแตกต่างกัน แต่พวกเราก็ต้องรักษาส่วนบนของร่างกายให้มั่นคงในขณะที่บรรเลงต่อไป ฉันยังจำได้ว่าในช่วงปีแรก ๆ หลังจบขบวนพาเหรด ริมฝีปากของฉันแตกและมีเลือดออกเนื่องจากที่เป่าของเครื่องดนตรีเลื่อนไปมาขณะเดินในขบวน ครั้งหนึ่งหลังขบวนพาเหรดในฤดูร้อน ฉันรู้สึกเหมือนใบหน้าของฉันปกคลุมไปด้วยฝุ่น เมื่อฉันแตะดู ฉันสงสัยว่าทำไมฝุ่นจึงเป็นสีขาวและเป็นเม็ดเล็ก ๆ จากนั้นฉันจึงตระหนักว่ามันคือเกลือ เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้าของฉันขณะที่บรรเลงดนตรี และฉันไม่สามารถเช็ดออกได้ อย่างไรก็ตาม ความยากลำบากทางร่างกายเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนที่ยากที่สุด ยังมีการทดสอบทางซินซิ่งด้วย
ช่วงหนึ่ง แต่ละกลุ่มเครื่องดนตรีเชิญครูมืออาชีพมาสอน ครูพูดได้เฉพาะภาษาอังกฤษ พวกเราแต่ละคนจะเล่นเพลงคนละท่อน จากนั้นครูจะให้คำแนะนำเป็นรายบุคคลและมอบหมายแบบฝึกหัดเฉพาะสำหรับบทเรียนครั้งต่อไป อาจเป็นเพราะภาษาอังกฤษของฉันดีพอที่จะสนทนากับครูได้ขณะเรียน ครูจึงมักเรียกฉันออกไปข้างหน้าและแก้ไขฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อหน้าทุกคน เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันเริ่มรู้สึกเสียหน้า และความคิดของฉันสับสนกลับไปกลับมาเหมือนแพนเค้กที่ถูกพลิกกบนกระทะ แน่นอนว่าทฤษฎีดนตรี การอ่านโน้ต และการใช้นิ้วมือเล่นเครื่องดนตรีล้วนเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉันทั้งหมด ฉันมาเพื่อเรียนรู้ ดังนั้นยิ่งครูเต็มใจสอนฉัน ฉันก็ควรจะยิ่งมีความสุข เมื่อพูดถึงดนตรี ฉันจะเป็นนักเรียนเสมอ เมื่อฉันปล่อยวางจิตยึดติดในเรื่องการรักษาหน้าและความกลัวว่าจะขายหน้า ฉันก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ครูอธิบายได้อย่างรวดเร็ว และบรรเลงท่อนนั้นได้อย่างถูกต้องในทันที
มีการเดินทางไกลด้วยรถบัสเพื่อเข้าร่วมขบวนพาเหรดต่างเมือง พวกเรานอนบนรถบัสและเดินทางกลับในตอนกลางคืนหลังจากจบขบวนพาเหรด ที่จุดแวะพักแห่งหนึ่ง พวกเราหลายคนลืมดูเวลาขณะอธิบายความจริงระหว่างมื้ออาหารและกลับมาสาย ฉันถูกให้ขอโทษต่อหน้าทุกคน หลังจากนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า “นี่เหมือนกับการอดทนต่อความอัปยศจากการให้คลานลอดใต้หว่างขาของคนอื่นอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ในจ้วนฝ่าหลุนไม่ใช่หรือ” ในตอนแรกฉันรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แล้วฉันก็เปลี่ยนมุมมองและคิดว่า “ฉันผ่านมันมาแล้วไม่ใช่หรือ” ก่อนที่ฉันจะขมวดคิ้ว สีหน้าของฉันก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม หากเราสามารถจำได้ว่าเราคือผู้ฝึกไม่ว่าจะเจอกับอะไร แล้วจะมีความยากลำบากใดที่พวกเราจะก้าวข้ามไปไม่ได้
หลังจากวงได้รับรางวัลมากมาย ฉันก็เกิดจิตยินดี ฉันชอบฟังเสียงเชียร์ของผู้ชมระหว่างขบวนพาเหรด และคิดว่าพวกเราผู้ฝึกนั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน ความคิดนี้ทำให้ฉันตื่นขึ้นมาทันที ฉันนึกถึงบทความบนเว็บไซต์หมิงฮุ่ยเกี่ยวกับผู้ฝึกในจีนแผ่นดินใหญ่ที่อธิบายความจริงให้ผู้คนฟัง เมื่อผู้คนขอบคุณพวกเขาในภายหลัง พวกเขาจะพูดว่า “ถ้าคุณต้องการจะขอบคุณ ก็ขอให้ขอบคุณท่านอาจารย์ของเราเถอะ ท่านอาจารย์ส่งพวกเรามาช่วยเหลือผู้คน”
แท้จริงแล้ว ท่านอาจารย์เป็นผู้ทำทุกสิ่ง พวกเราเพียงแค่ขยับปากและพูดในโลกมนุษย์ ในวง พวกเราเพียงแค่บรรเลงและแสดงให้ดีในขบวนพาเหรด ทว่าท่านอาจารย์มอบเกียรตินี้ให้กับพวกเรา วงจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อร่างรวมประสานกันได้ดี ขาดสมาชิกแม้แต่คนเดียวก็ไม่ได้ และเบื้องหลังขบวนพาเหรดที่ประสบความสำเร็จทุกครั้งคือผู้ฝึกจำนวนมากที่ทุ่มเทอย่างเงียบ ๆ แล้วฉันมีอะไรให้รู้สึกว่าตัวเองยอดเยี่ยมอย่างนั้นล่ะ ด้วยความคิดนี้ ฉันพูดกับสรรพชีวิตในใจว่า “ถ้าคุณจะเชียร์และปรบมือ ขอให้เชียร์และปรบมือให้ท่านอาจารย์และต้าฝ่า” ทันทีที่ฉันคิดเช่นนี้ น้ำตาของฉันก็เอ่อคลอเบ้า
ช่วงหนึ่ง ฉันเริ่มย่อหย่อนในการบำเพ็ญ และใช้เวลาว่างในโครงการเลื่อนดูโทรศัพท์ ไม่นานก็หยุดยาก และส่งผลกระทบต่อการอ่านฝ่าและการฝึกท่าของฉัน ก่อนขบวนพาเหรดใหญ่ครั้งหนึ่ง ขณะที่พวกเรากำลังจะท่องฝ่า วงอื่น ๆ รอบตัวเราเริ่มซ้อมอุ่นเครื่องเสียงดังขึ้น วงหนึ่งเริ่มบรรเลงเพลงที่พวกเราเคยฝึกซ้อมมาก่อน การบรรเลงเพลงนั้นให้ดีขณะเดินในขบวนพาเหรดไม่ใช่เรื่องง่าย ทันทีที่ความคิดนี้เข้ามาในใจของฉัน ฉันก็ท่องฝ่าสะดุด และไม่สามารถบอกได้ว่าสมาชิกที่อยู่ตรงข้ามฉัน หรือสมาชิกที่เหลือในกลุ่ม ท่องไปถึงไหนแล้ว ฉันยืนอยู่ข้างหน้าขบวนทั้งหมด แต่กลับรู้สึกเหมือนลูกเป็ดตัวน้อยที่พลัดหลงจากฝูงและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ฉันอยากหาหลุมแล้วกระโดดลงไป หลังจากเหตุการณ์นั้นฉันก็ยังไม่ได้คิดทบทวนอย่างลึกซึ้ง แม้ฉันจะรู้ว่าฉันต้องขยันหมั่นเพียรและรับผิดชอบต่อการบำเพ็ญของตนเอง ต่อมาเมื่อฉันอ่านฝ่าตอนต่อไปนี้ ฉันก็เหงื่อแตกด้วยความตกใจ ขอบพระคุณท่านอาจารย์สำหรับการดูแลใส่ใจและใช้ประสบการณ์นั้นเตือนให้ฉันตื่น :
“ถึงวาระสุดท้ายเมื่อท่านไม่สามารถเดินสู่การหยวนหมั่น ตัวท่านต้องรับผิดชอบกับตัวท่านเอง! อาจารย์ไม่ใช่กำลังขู่ใครอยู่ ใครก็ตามที่พลาดโอกาสแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ใครก็ตามที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ เมื่อท่านเข้าใจแจ่มแจ้งในสิ่งที่ท่านได้พลาดไป ให้ท่านมีชีวิตอยู่ ตัวท่านเองก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!” (“บรรยายธรรมฝ่าฮุ่ยมหานครนิวยอร์ก ค.ศ. 2003” รวมการบรรยายธรรมในพื้นที่ต่าง ๆ 3)
ลองนึกภาพการบำเพ็ญได้ไม่ดีแล้ววันหนึ่งต้องเฝ้ามองทุกคนขึ้นไปขณะที่ตัวเองยังคงถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง จะรู้สึกอย่างไร มันคล้ายกับสิ่งที่ฉันประสบมาอย่างมาก นับจากนั้นเป็นต้นมา ฉันก็เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าฉันต้องทำให้ดีและไม่ล้มเหลวในภารกิจของตัวเอง
บทสรุป
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาของการบำเพ็ญในวงโยธวาทิต พวกเราประสบความยากลำบากและความเหนื่อยล้า รวมถึงความปีติยินดีด้วย หากฉันไม่ได้รับฝ่า ฉันคงเป็นเพียงคนคนหนึ่งในโลกนี้ที่เป่าแตร เคาะแป้นพิมพ์ และเลื่อนดูโทรศัพท์ ปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ และเวียนว่ายตายเกิดและดับสูญอยู่ในโลกมนุษย์ ในจักรวาล ถ้าไม่มีการเจิ้งฝ่าของท่านอาจารย์ บางทีทุกสิ่งอาจถึงจุดจบไปแล้ว วันนี้ ในฐานะผู้ฝึกต้าฝ่า พวกเราสามารถอยู่กับท่านอาจารย์และมีส่วนร่วมในการเจิ้งฝ่าของจักรวาล พวกเราช่างโชคดีเหลือเกิน ล้ำค่าเหลือเกิน
นี่คือประสบการณ์และความเข้าใจของฉันในระดับที่จำกัดของฉัน หากมีสิ่งใดไม่เหมาะสม กรุณาชี้แนะด้วยความเมตตา
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ขอบคุณทุกคน
(นำเสนอในการประชุมฝ่าซานฟรานซิสโก ปี 2026)
ลิขสิทธิ์ © 2023 Minghui.org สงวนลิขสิทธิ์