Minghui.org วันที่ 3 มีนาคม ในวุฒิสภาสหรัฐฯ วุฒิสมาชิก Ted Cruz เสนอกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงเพื่อประณามการเก็บอวัยวะโดยปราศจากการยินยอมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน กฎหมายนี้จะลงโทษบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเก็บอวัยวะและผู้สมรู้ร่วมคิด เพื่อให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมของตน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะต้องรายงานสถานการณ์ล่าสุดต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ เกี่ยวกับนโยบายและการดําเนินงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บอวัยวะ

Ted Cruz วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ (R-Texas) และสมาชิกของคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภา ได้นําเสนอกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงในวุฒิสภาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2025

"การประทุษร้ายผู้ฝึกฝ่าหลุนกงของประเทศจีนเป็นการโจมตีเสรีภาพทางศาสนาและสิทธิมนุษยชน ถึงเวลานานแล้วที่จะรื้ออุตสาหกรรมการเก็บอวัยวะที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐของพรรคคอมมิวนิสต์จีน" วุฒิสมาชิก Cruz แถลงในข่าวประชาสัมพันธ์

"ผมขอเรียกร้องให้เพื่อนร่วมงานของผมร่วมกันต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ และทําให้แน่ใจว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องรับผิดชอบ" วุฒิสมาชิกหลายคนเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนด้วย รวมถึงวุฒิสมาชิก Ron Johnson (R-Wis.), Rick Scott (R-Fla.) และ Thom Tillis (R.N.C)

ผู้ร่วมสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงในวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้แก่ วุฒิสมาชิก Ron Johnson (R-Wis.), Rick Scott (R-Fla.) และ Thom Tillis (R-N.C.)

ร่างกฎหมายสองสภาที่เสนอในสภาผู้แทนราษฎร

หลายวันก่อนหน้านี้ Scott Perry (R-Pa.) ได้นำเสนอกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

เขากล่าวว่า "สหรัฐอเมริกา ในฐานะสัญญาณแห่งเสรีภาพทั่วโลก ไม่สามารถนิ่งเงียบเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนดำเนินการทรมาน คุมขัง และเก็บอวัยวะของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงโดยปราศจากการยินยอมอย่างเป็นระบบ" "พรรคคอมมิวนิสต์จีนและผู้สนับสนุนต้องรับผิดชอบต่อความโหดร้ายเหล่านี้"

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Perry เสนอกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงเมื่อปีที่แล้ว และได้รับการอนุมัติในสภาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 กฎหมายนี้จําเป็นต้องผ่านทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก่อนที่จะลงนามโดยประธานาธิบดีเพื่อใช้เป็นกฎหมาย

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Scott Perry (R-Pa.) เสนอกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงครั้งแรกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2025

"มันกําหนดบทลงโทษพรรคคอมมิวนิสต์จีนสําหรับการเก็บอวัยวะโดยปราศจากการยินยอม และนั่นคือสิ่งที่ร่างกฎหมายนี้ทํา" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Perry อธิบายเรื่องนี้ในวิดีโอถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเขา "มันแย่ พวกเขาเอาอวัยวะออกจากร่างของผู้คนจริง ๆ—คนที่ยังมีชีวิตและมีสุขภาพดี—แล้วนำมันไปขาย"

เนื่องจากต้องหาผู้บริจาคที่เข้ากันได้ การรอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะในอเมริกาโดยปกติใช้เวลานาน แต่ในประเทศจีน แพทย์แค่ไปเอาอวัยวะจากผู้ฝึกฝ่าหลุนกง ซึ่งเป็นการกระทำที่ "ป่าเถื่อน" "นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่ามันมีความสําคัญสําหรับคุณ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าคุณควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้" เขากล่าวเสริม

ร่างกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงฉบับสภาผู้แทนราษฎรได้รับการนำเสนอโดยตัวแทนจากทั้งสองพรรค "เราต้องทําทุกวิถีทางเพื่อทําให้ผู้ร้ายพรรคคอมมิวนิสต์จีนและผู้ค้าอวัยวะต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่เลวร้ายจนไม่สามารถบรรยายได้ของพวกเขา" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Pat Ryan (D-N.Y.) ซึ่งเป็นผู้นำร่วมในการร่างกฎหมายฉบับสภาผู้แทนราษฎรกล่าว

เมื่อพิจารณาว่าร่างกฎหมายสองพรรคนี้ "เป็นก้าวสําคัญไปสู่สิ่งนั้น" เขาจะ "ยังคงพูดอย่างแน่วแน่ต่อไปเพื่อต่อต้านการจํากัดสิทธิมนุษยชนและการกดขี่กลุ่มศาสนาไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด"

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Pat Ryan (D-N.Y.) เป็นผู้ร่วมสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงในสภาผู้แทนราษฎร

เนื้อหาฉบับเต็มของกฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกงที่นําเสนอในวุฒิสภา

ร่างกฎหมาย

เพื่อจัดให้มีการกำหนดมาตรการลงโทษเกี่ยวกับการเก็บอวัยวะโดยปราศจากความยินยอมในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

มาตรา 1. ชื่อย่อ

กฎหมายนี้อาจเรียกว่า “กฎหมายคุ้มครองฝ่าหลุนกง”

มาตรา 2. คำแถลงนโยบาย

นโยบายของสหรัฐอเมริกา—

(1) เพื่อหลีกเลี่ยงความร่วมมือใด ๆ กับสาธารณรัฐประชาชนจีนในด้านการปลูกถ่ายอวัยวะในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังอยู่ในอำนาจ;

(2) เพื่อดำเนินมาตรการที่เหมาะสม รวมถึงการใช้อำนาจลงโทษที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนยุติการรณรงค์เก็บเกี่ยวอวัยวะที่สนับสนุนโดยรัฐ;

(3) เพื่อทำงานร่วมกับพันธมิตร หุ้นส่วน และสถาบันพหุภาคี เพื่อเน้นย้ำการประทุษร้ายฝ่าหลุนกงของสาธารณรัฐประชาชนจีน; และ

(4) เพื่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประชาคมนานาชาติเกี่ยวกับการลงโทษและการจำกัดวีซากับบุคคลที่เป็นเป้าหมาย

มาตรา 3. การกำหนดมาตรการลงโทษเกี่ยวกับการเก็บอวัยวะโดยปราศจากความยินยอมในสาธารณรัฐประชาชนจีน

(a) การกำหนดมาตรการลงโทษ—ประธานาธิบดีจะต้องกำหนดมาตรการลงโทษที่อธิบายไว้ในอนุมาตรา (c) ต่อบุคคลต่างชาติแต่ละคนที่รวมอยู่ในรายชื่อที่ส่งล่าสุดตามอนุมาตรา (b)

(b) รายชื่อบุคคล—

(1) ข้อกำหนดทั่วไป—ภายในระยะเวลาไม่เกิน 180 วันหลังจากวันที่ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีจะต้องส่งรายชื่อบุคคลต่างชาติ ที่ประธานาธิบดีพิจารณาว่ามีส่วนร่วมโดยเจตนาและโดยตรง หรืออำนวยความสะดวกในการเก็บเกี่ยวอวัยวะโดยมิได้สมัครใจภายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้แก่คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เหมาะสม

(2) การอัปเดตรายชื่อ—ประธานาธิบดีจะต้องส่งรายชื่อที่อัปเดตตามวรรค (1) ต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เหมาะสม—

(A) เมื่อมีข้อมูลใหม่;

(B) ภายในเวลา 1 ปีนับจากวันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้; และ

(C) ทุกปีหลังจากนั้น จนกว่าจะถึงวันที่สิ้นสุดตามอนุมาตรา (h)

(3) รูปแบบ—รายชื่อที่กำหนดโดยวรรค (1) จะต้องส่งในรูปแบบที่ไม่เป็นความลับ แต่อาจรวมภาคผนวกที่เป็นความลับได้

(c) มาตรการลงโทษที่กำหนด—มาตรการลงโทษที่กำหนดในอนุมาตรานี้มีดังนี้ :

(1) การอายัดทรัพย์สิน—ประธานาธิบดีจะต้องใช้อำนาจทั้งหมดที่ได้รับภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) (50 U.S.C. 1701 et seq.) (ยกเว้นข้อกำหนดของมาตรา 202 ของกฎหมายดังกล่าว (50 U.S.C. 1701) จะไม่มีผลบังคับใช้) เพื่อดำเนินการอายัดและห้ามการทำธุรกรรมทั้งหมดในทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินของบุคคลต่างชาติที่อยู่ในรายชื่อที่อัปเดตล่าสุดภายใต้อนุมาตรา (b) หากทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาในสหรัฐอเมริกา หรืออยู่หรือเข้ามาอยู่ในความครอบครองหรือการควบคุมของบุคคลของสหรัฐอเมริกา

(2) การห้ามบุคคลบางประเภทเข้าประเทศ—

A) การไม่มีสิทธิ์ได้รับวีซา การเข้าประเทศ หรือการได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ—บุคคลต่างชาติที่อยู่ในรายชื่อที่อัปเดตล่าสุดตามอนุมาตรา (b) จะ—

  1. ไม่มีสิทธิ์เข้าสหรัฐอเมริกา;
  2. ไม่มีสิทธิ์ได้รับวีซาหรือเอกสารอื่นเพื่อเข้าสหรัฐอเมริกา; และ
  3. ไม่มีสิทธิ์ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศหรือได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐอเมริกาเป็นกรณีพิเศษ หรือไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นใดภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act – 8 U.S.C. 1101 et seq.)

(B) การเพิกถอนวีซาปัจจุบัน—

(i) ข้อกำหนดทั่วไป—บุคคลต่างชาติที่ระบุในอนุวรรค (A) จะถูกเพิกถอนวีซาหรือเอกสารเข้าเมืองอื่น ๆ โดยไม่คำนึงถึงว่าวีซาหรือเอกสารเข้าเมืองอื่น ๆ นั้นออกให้เมื่อใด

(ii) ผลบังคับใช้ทันที—การเพิกถอนภายใต้วรรค (i) ต้อง—

(I) มีผลบังคับใช้ทันที; และ

(II) ยกเลิกวีซาหรือเอกสารเข้าเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลต่างชาติที่ยังมีผลบังคับใช้โดยอัตโนมัติ

(3) ข้อยกเว้น—การลงโทษตามวรรค (2) จะไม่มีผลบังคับใช้กับบุคคลต่างชาติหากการอนุญาตให้บุคคลต่างชาตินี้เข้าสหรัฐอเมริกาหรือได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สหรัฐอเมริกาปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ ซึ่งลงนามที่ Lake Success เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1947 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1947 ระหว่างสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกา หรือเพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกา

(d) บทลงโทษ—บทลงโทษที่กำหนดไว้ในอนุมาตรา (b) และ (c) ของมาตรา 206 ของกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) (50 U.S.C. 1705) จะบังคับใช้กับบุคคลที่ละเมิด พยายามละเมิด สมรู้ร่วมคิดในการละเมิด หรือเป็นสาเหตุให้เกิดการละเมิดกฎระเบียบที่ออกเพื่อดำเนินการตามอนุมาตรา (a) ในขอบเขตเดียวกันกับบทลงโทษที่ใช้กับบุคคลที่กระทำการผิดกฎหมายตามที่ระบุไว้ในมาตรา 206(a) ของกฎหมายดังกล่าว

(e) ข้อยกเว้นเพื่อให้เป็นไปตามความมั่นคงแห่งชาติ—กิจกรรมต่อไปนี้จะได้รับการยกเว้นจากบทลงโทษภายใต้มาตรานี้ :

(1) กิจกรรมที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของการรายงานตามหัวข้อ V ของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติปี 1947 (National Security Act of 1947) (50 U.S.C. 3091 et seq.)

(2) กิจกรรมด้านข่าวกรองหรือการบังคับใช้กฎหมายที่ได้รับอนุญาตของสหรัฐอเมริกา

(f) ข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม—การลงโทษภายใต้มาตรานี้อาจไม่บังคับใช้กับการทำธุรกรรมหรือการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมเพื่อ—

(1) การขายสินค้าเกษตร อาหาร หรือยา;

(2) การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็น;

(3) การทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหรือเพื่อวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม; หรือ

(4) การขนส่งสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหรือวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม

(g) อำนาจการยกเว้น—

(1) การยกเว้น—ประธานาธิบดีอาจยกเว้นการบังคับใช้บทลงโทษใด ๆ ภายใต้มาตรานี้เป็นรายกรณีได้ หากประธานาธิบดีพิจารณาแล้วว่าการยกเว้นดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ที่สำคัญด้านความมั่นคงของชาติของสหรัฐอเมริกา;

(2) รายงาน—ภายในเวลา 120 วันนับจากวันที่ประธานาธิบดีส่งรายชื่อฉบับแรกภายใต้อนุมาตรา (b)(1) และทุก 120 วันหลังจากนั้นจนถึงวันที่สิ้นสุดภายใต้อนุมาตรา (h) ประธานาธิบดีจะต้องส่งรายงานเกี่ยวกับขอบเขตที่ประธานาธิบดีได้ใช้สิทธิ์ในการยกเว้นภายใต้วรรค (1) ในช่วง 120 วันก่อนหน้าการส่งรายงานดังกล่าว

(h) การสิ้นสุด—อำนาจในการกำหนดมาตรการลงโทษภายใต้มาตรานี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ครบ 5 ปีนับจากวันที่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้

(i) คำนิยาม—ในมาตรานี้ :

(1) การเข้าประเทศ (ADMISSION); การได้รับอนุญาตให้เข้า (ADMITTED); ชาวต่างชาติ (ALIEN); การได้รับอนุญาตให้พำนักถาวรโดยชอบด้วยกฎหมาย (LAWFULLY ADMITTED FOR PERMANENT RESIDENCE)—คำว่า “การเข้าประเทศ” “การได้รับอนุญาตให้เข้า” “ชาวต่างชาติ” และ “การได้รับอนุญาตให้พำนักถาวรโดยชอบด้วยกฎหมาย” มีความหมายตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 101 ของกฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act) (8 U.S.C. 1101)

(2) บุคคลต่างชาติ (FOREIGN PERSON)—คำว่า “บุคคลต่างชาติ” หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลของสหรัฐอเมริกา

(3) โดยรู้เท่าทัน (KNOWINGLY)—คำว่า “โดยรู้เท่าทัน” ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ หมายถึงบุคคลนั้นมีความรู้จริง หรือควรรู้ เกี่ยวกับการกระทำ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ดังกล่าว

(4) บุคคลของสหรัฐอเมริกา (UNITED STATES PERSON)—คำว่า “บุคคลของสหรัฐอเมริกา” หมายถึง—

(A) พลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้พำนักถาวรโดยชอบด้วยกฎหมายในสหรัฐอเมริกา;

(B) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา หรือในเขตอำนาจศาลภายในสหรัฐอเมริกา รวมถึงสาขาในต่างประเทศของนิติบุคคลดังกล่าว; หรือ

(C) บุคคลใด ๆ ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

มาตรา 4. รายงานเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะของสาธารณรัฐประชาชนจีน

(a) ข้อกำหนดทั่วไป—ภายในเวลาไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยการปรึกษาหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษยชน และผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) จะต้องส่งรายงานเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะของสาธารณรัฐประชาชนจีนให้แก่คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เหมาะสม

(b) เรื่องที่ต้องรวมในรายงาน—รายงานที่กำหนดภายใต้อนุมาตรา (a) จะต้องรวมถึง—

(1) บทสรุปของนโยบายทางนิตินัย (de jure) และทางพฤตินัย (de facto) เกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะในสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับนักโทษทางความคิด (รวมถึงฝ่าหลุนกง) และนักโทษอื่น ๆ;

(2) (A) จำนวนการปลูกถ่ายอวัยวะที่ทราบว่าเกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในสาธารณรัฐประชาชนจีน;

(B) จำนวนผู้บริจาคอวัยวะโดยสมัครใจ ที่ทราบหรือคาดการณ์ได้ในสาธารณรัฐประชาชนจีน;

(C) การประเมินแหล่งที่มาของอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน; และ

(D) การประเมินระยะเวลา (เป็นวัน) ที่ใช้ในการจัดหาอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายภายในระบบการแพทย์ของประเทศจีน และการประเมินว่าตารางเวลาดังกล่าวเป็นไปได้หรือไม่โดยพิจารณาจากจำนวนผู้บริจาคอวัยวะที่ทราบหรือคาดการณ์ได้ในสาธารณรัฐประชาชนจีน;

(3) รายชื่อทุนสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ในช่วง 10 ปี ก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ที่ให้การสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการปลูกถ่ายอวัยวะในสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของจีนกับหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา; และ

(4) การพิจารณาว่าการประทุษร้ายผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในสาธารณรัฐประชาชนจีนถือเป็น "ความโหดร้าย" หรือไม่ (ตามนิยามที่กำหนดในมาตรา 6 ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และความโหดร้าย Elie Wiesel ปี 2018 (Elie Wiesel Genocide and Atrocities Prevention Act of 2018) (Public Law 115–441; 22 U.S.C. 2656 note))

(c) รูปแบบ—รายงานที่กำหนดภายใต้อนุมาตรา (a) จะต้องส่งในรูปแบบที่ไม่เป็นความลับ แต่อาจรวมภาคผนวกที่เป็นความลับได้

มาตรา 5. ข้อยกเว้นเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า

(a) ข้อกำหนดทั่วไป—อำนาจและข้อกำหนดในการกำหนดบทลงโทษตามที่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ไม่รวมถึงอำนาจหรือข้อกำหนดในการกำหนดบทลงโทษในการนำเข้าสินค้า

(b) คำนิยามของสินค้า—ในมาตรานี้ คำว่า "สินค้า" หมายถึงสิ่งของใด ๆ สารจากธรรมชาติหรือสารที่มนุษย์สร้างขึ้น วัสดุ ผลิตภัณฑ์ที่จัดหาให้หรือผลิตให้ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจสอบและทดสอบ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลทางเทคนิค

มาตรา 6. คำนิยามของคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เหมาะสม

ในกฎหมายฉบับนี้ คำว่า "คณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เหมาะสม" หมายถึง—

(1) คณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร (Committee on Foreign Affairs of the House of Representatives); และ

(2) คณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศ (Committee on Foreign Relations) และคณะกรรมาธิการการธนาคาร การเคหะ และกิจการเมืองของวุฒิสภา (Committee on Banking, Housing, and Urban Affairs of the Senate)