(Minghui.org) คนกลุ่มหนึ่งยืนประท้วงอยู่นิ่ง ๆ ที่หน้าสถานทูตจีนในกรุงเทลอาวีฟ ในช่วงบ่ายของวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 ประมาณ 10 นาทีหลังจากเริ่มการประท้วง ธงชาติจีนที่อยู่ด้านหน้าสถานทูตก็ถูกลดลงและไม่ได้นำกลับขึ้นไปอีกเลย พวกเขาบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เห็นธงถูกลดลงระหว่างการประท้วงตลอดหลายปีที่พวกเขาอยู่หน้าสถานทูตแห่งนี้
กลุ่มคนที่ประท้วงอย่างสันติเหล่านี้คือผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าชาวอิสราเอล พวกเขาจัดกิจกรรมประท้วงในลักษณะเดียวกันนี้ที่บริเวณหน้าสถานทูตจีนในเดือนกรกฎาคมของทุกปีเพื่อรำลึกถึงวันครบรอบการประทุษร้ายความเชื่อของตน เมื่อ 27 ปีก่อนในปี 1999 พรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มปราบปรามฝ่าหลุนต้าฝ่าในวันที่ 20 กรกฎาคม หลังจากประเมินว่าจำนวนผู้ฝึกมีมากกว่าจำนวนสมาชิกของพรรคอย่างมาก ระบอบการปกครองนี้ระดมกลไกของรัฐทั้งหมดเพื่อมุ่งเป้าปราบปรามผู้ฝึกหลายสิบล้านคน กิจกรรมในกรุงเทลอาวีฟมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการประทุษร้ายที่ยังคงดำเนินอยู่


ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าจัดกิจกรรมประท้วงที่บริเวณหน้าสถานทูตจีนในกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2026 (Minghui.org)
พอถึงเวลาเย็น พวกเขาได้รวมตัวกันอย่างสันติพร้อมกับจุดเทียนไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้ฝึกที่เสียชีวิตจากการประทุษร้าย และเรียกร้องให้ยุติการประทุษร้ายโดยทันที


ผู้ฝึกจุดเทียนไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากการประทุษร้าย และเรียกร้องให้ยุติการประทุษร้าย (Minghui.org)
อย่านิ่งเงียบ
บุคคลสาธารณะ นักวิชาการ และผู้นำทางศาสนาชาวอิสราเอล 6 คนส่งสารแสดงการสนับสนุน ผู้ที่ผ่านไปมาแวะดูเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม บางคนถามผู้ฝึกว่าพวกเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง และแสดงความชื่นชมในความพยายามของผู้ฝึก
Yael Shemesh เป็นรองศาสตราจารย์ด้านคัมภีร์ฮีบรูที่มหาวิทยาลัย Bar-Ilan พูดถึงกิจกรรมนี้ว่าเป็น “การประท้วงที่เงียบสงบ แต่ไม่ใช่นิ่งเงียบ”
“การประท้วงนี้เงียบสงบ แต่เป็นการประท้วงที่ปฏิเสธที่จะยอมรับการนิ่งเงียบและการปราบปราม” เธอเขียน “เราไม่ควรยอมรับการประทุษร้ายประชาชนเพราะความเชื่อของพวกเขา และเราต้องไม่เมินเฉยเมื่อพวกเขาถูกพรากอิสรภาพ ความสมบูรณ์ของร่างกาย และแม้กระทั่งชีวิตของพวกเขา”
เธอพูดเสริมว่า “เราอาจไม่สามารถหยุดงความอยุติธรรมได้ในทันทีเสมอไป แต่เราไม่เคยได้รับการยกเว้นจากหน้าที่ในการต่อต้านมัน”
อาจารย์อาวุโสที่มหาวิทยาลัยบาร์อีลาน Oz Guterman พูดถึงอันตรายของการเมินเฉย “เราจะเผชิญหน้ากับอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของความชั่วร้าย ซึ่งก็คือการเมินเฉย ได้อย่างไร” เขาเขียน “เราทำเช่นนั้นด้วยความอดทน ความรัก และความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ต่อความจริง”
เขาพูดเสริมว่า “มีคนมากขึ้น มากขึ้น อย่างช้า ๆ ที่มองเห็นความชั่วร้ายและเลิกเมินเฉยต่อมัน ความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ต่อความจริงจะได้รับชัยชนะอย่างช้า ๆ”
อดีตรัฐมนตรี : ฝ่าหลุนต้าฝ่านำค่านิยมสากลมาให้
Natan Sharansky เป็นอดีตรัฐมนตรีอิสราเอลซึ่งเคยเป็นผู้เห็นต่างในโซเวียต เขาแสดงการสนับสนุนความพยายามของผู้ฝึก “หลักการที่ฝ่าหลุนต้าฝ่ายึดถือคือความจริง ความเมตตา และความอดทน ซึ่งเป็นค่านิยมสากลที่ทุกคนมีร่วมกัน” เขาเขียน “เมื่อผู้คนดำเนินชีวิตตามหลักการเหล่านี้ สังคมก็จะดีขึ้นและมีมนุษยธรรมมากขึ้น”
เขายังชื่นชมผู้ที่กำลังดำเนินการเพื่อยุติการประทุษร้ายและสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่ายังคงต้องเผชิญอยู่ในประเทศจีน
ศาสตราจารย์ : ชาติตะวันตกมีหน้าที่ทางศีลธรรมในการยุติการประทุษร้าย
ศาสตราจารย์ Michael Elkin จากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัย Ben-Gurion เรียกร้องให้สังคมประชาธิปไตยแสดงความรับผิดชอบ “ชาติตะวันตกมีหน้าที่ทางศีลธรรมในการดำเนินการเพื่อทำให้ระบอบนี้ไปสู่จุดจบ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องกดดันอย่างจริงจังต่อระบอบนี้เพื่อปกป้องและช่วยเหลือผู้ที่ถูกประทุษร้าย” เขาเขียน
ประธานองค์กรพัฒนาเอกชน : “เราไม่อาจนิ่งเงียบได้”
Michael Puah ซึ่งเป็นประธานองค์กร “Choosing Family” บอกว่าชาวยิวมีความรับผิดชอบทางศีลธรรมเป็นพิเศษที่จะต้องออกมาพูดต่อต้านการประทุษร้ายอย่างเป็นระบบ
“ในฐานะชาวยิวที่เคยเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อโลกนิ่งเฉยต่อการประทุษร้ายอย่างเป็นระบบ เราไม่อาจนิ่งเงียบต่อความอยุติธรรมนี้ได้” เขาเขียน
“หน้าที่ทางศีลธรรมของเราคือการออกมาพูดอย่างชัดเจน เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างแท้จริง และปฏิเสธที่จะยอมรับระบอบการปกครองที่ชั่วร้ายไม่ว่าที่ใดในโลก”
Rabbi : เราต้องประท้วงจนกว่าการประทุษร้ายจะยุติ
Rabbi Shlomo Aviner ซึ่งเป็นผู้นำของ Ateret Yerushalayim Yeshiva เน้นย้ำผ่านข้อความวิดีโอถึงความสำคัญของการออกมาพูดอย่างต่อเนื่อง แม้การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นในทันทีก็ตาม
“เราต้องประท้วง แม้ว่ามันจะไม่ได้หยุดการประทุษร้ายในทันที แต่ก็ช่วยเปิดโปงมันและเปิดใจของคนให้รับฟัง” เขาพูด “เราต้องประท้วงครั้งแล้วครั้งเล่า สิบครั้ง ร้อยครั้ง พันครั้ง จนกว่าความอยุติธรรมต่อคนดีนี้จะสิ้นสุด”
ผู้ที่ผ่านไปมาถามว่าพวกเขาจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
สามีภรรยาคู่หนึ่งแวะพูดคุยกับผู้ฝึกที่ถือโปสเตอร์ซึ่งมีภาพถ่ายของ Gao Rongrong ซึ่งเป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าผู้หญิงที่ถูกทรมานจนเสียชีวิตในวัย 37 ปี
พวกเขาถามว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และทั้งคู่ก็ลงนามในคำร้องเพื่อประณามการประทุษร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกช่วยยุติการประทุษร้ายนี้

ผู้ที่ผ่านไปมาร่วมลงนามในคำร้องเพื่อเรียกร้องให้ยุติการประทุษร้ายฝ่าหลุนกง (Minghui.org)
ผู้ที่ผ่านไปมาอีกคนหนึ่งรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากกับการจุดเทียนไว้อาลัย เขาบอกว่าการเห็นผู้ฝึกนั่งรวมกันเป็นหนึ่งเดียว สวมชุดสีเหลืองและถือเทียน เป็นภาพที่ “งดงาม ซาบซึ้ง และสะดุดตา”
กิจกรรมให้ข้อมูลในไชนาทาวน์ของกรุงเทลอาวีฟ
ส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงการประทุษร้ายที่ครบรอบ 27 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 1999 คือผู้ฝึกได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลล่วงหน้า 2 วัน ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม ที่บริเวณไชนาทาวน์ของกรุงเทลอาวีฟ
ผู้ฝึกจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับฝ่าหลุนต้าฝ่าและการประทุษร้าย พร้อมกับพูดคุยกับผู้คนในพื้นที่ ผู้ฝึกสังเกตว่าชาวจีนที่ผ่านไปมามีท่าทีเป็นมิตรและเปิดรับมากกว่ากิจกรรมลักษณะเดียวกันในปีก่อน ๆ บางคนแวะฟัง และพูดคุยกับผู้ฝึก




ผู้ฝึกจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการประทุษร้ายที่ดำเนินมานาน 27 ปี ที่ไชนาทาวน์ของกรุงเทลอาวีฟ ในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม (Minghui.org)
ระหว่างกิจกรรม ผู้ฝึกคนหนึ่งอ่านข้อความยาวเป็นภาษาจีน เพื่อให้ชาวจีนที่ผ่านไปมาได้ยินความจริงอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาในภาษาแม่ของตน ข้อความของเธอถ่ายทอดการวิงวอนจากใจว่า
“พวกเรามาที่นี่ด้วยความสมัครใจของตัวเอง เพราะพวกเราห่วงใยอนาคตของพวกคุณอย่างแท้จริง พวกเราไม่ได้แสวงหาอำนาจทางการเมือง เงินทอง หรือการยอมรับ ฝ่าหลุนต้าฝ่าสอนให้พวกเรานึกถึงผู้อื่นและดำเนินชีวิตตามหลักการของความจริง-ความเมตตา-ความอดทน พวกเราหวังอย่างจริงใจว่าพวกคุณจะเลือกอนาคตที่สดใสและงดงามสำหรับตัวคุณเองและครอบครัวของคุณ”
ลิขสิทธิ์ © 1999-2026 Minghui.org สงวนลิขสิทธิ์